เช้าวันต่อมา...
ถึงแม้ว่าลิลลี่จะบอกอีกสักกี่รอบ หรือบ่นว่าไม่ต้องการให้มาร์ตินมารับมาส่ง แต่ก็ไม่เป็นผล เธอยังคงต้องนั่งรถไปมหาวิทยาลัยกับเขาเหมือนเดิม และเธอก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือโดยไม่สนใจเขาเหมือนเดิมอีกด้วย จนรถเคลื่อนตัวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย เธอจึงพูดขึ้น...
"ติน... ติน จอดรถตรงนี้ได้เลย"
"อ้าวทำไมล่ะครับ ยังไม่ถึงหน้าคณะเลย" มาร์ตินถามออกมาอย่างสงสัย เพราะเขาไม่อยากให้เธอเดินตากแดดร้อน ๆ และไม่อยากให้หนุ่ม ๆ ในมหาวิทยาลัยมองเธอด้วย เขาจึงส่งถึงหน้าอาคารเรียนทุกวัน
"พอดีพี่มีคุยงานกับอาจารย์นิดหน่อยน่ะ ตินรีบไปเรียนเถอะ เรียนเก้าโมงไม่ใช่เหรอ พี่เรียน สิบโมง เดี๋ยวเดินไปเองได้" ลิลลี่พูดขึ้นมาอย่างเป็นการเป็นงาน และรีบบอกให้อีกคนไปเรียน
"งั้นก็ได้ ตอนเที่ยงกินข้าวด้วยกันนะครับ เดี๋ยวผมมารอที่หน้าคณะ" มาร์ตินจอดรถแล้วบอกอีกคนกลับไป
ลิลลี่ไม่ตอบอะไร เธอลงจากรถแล้วเดินไปที่ห้องพักของอาจารย์ โดยไม่หันมามองทางมาร์ตินด้วยซ้ำ
"งอนอะไรอีกเนี่ย แต่ไม่เป็นไร มาร์ตินคนนี้พร้อมจะง้อพี่ลิลลี่อยู่แล้ว" มาร์ตินพูดกับตัวเอง ก่อนจะขับรถไปจอดและขึ้นเรียนตามปกติ
ส่วนลิลลี่ก็เดินหน้างอเข้ามาที่หน้าห้องพักอาจารย์ ซึ่งที่นั่นมีมินนี่มารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นหน้าเพื่อนสาว มินนี่จึงถามขึ้นยิ้ม ๆ
"เป็นอะไรอีกล่ะ น้องชายสุดที่รักขัดใจอะไรมาอีก"
"อย่าให้พูดดดด เซ็ง เบื่อ หงุดหงิด" ลิลลี่กระแทกก้นนั่งลงกับเพื่อนแล้วพูดขึ้น
“ไหน ยังไง ลองเล่าให้แม่หมอฟังซิ” มินนี่แกล้งทำเสียงเคร่งขรึม แล้วพูดกับเพื่อนรักออกไป
"ก็พ่อแม่ฉันจะไปดูงานที่อังกฤษกับแด๊ดและมัมของตินน่ะสิ แล้วฉันก็ต้องไปฝึกงานใช่มั้ย ตินก็เลยบอกแด๊ดกับมัมว่าจะไม่ไป แล้วจะอยู่ดูแลฉันแทน แกคิดดูสิ ฉันกะว่าจะมีอิสระสักเดือน กลับกลายเป็นว่ามีไอ้เด็กบ้านั่นตามติดชีวิตอีกแล้ว มันน่าเบื่อขนาดไหน แกลองคิดดู" ลิลลี่พูดออกมาอย่างอัดอั้นตันใจ เธออยากมีอิสระบ้าง นี่ขนาดว่าพ่อกับแม่จะไม่อยู่แล้วนะ แต่กลับมีไอ้ต้าวหมาเด็กอย่างมาร์ตินตามติดชีวิตอีก
"เอาน่า แกน่าจะชินได้แล้วนะ เห็นตามมาตั้งแต่เด็กแล้วไม่ใช่เหรอ เรามาสนใจเรื่องที่ฝึกงานกันดีกว่า ฉันตื่นเต้นมากเลยแก ไม่รู้ว่าเราจะได้ไปฝึกงานกันที่ไหนนะ" มินนี่บอกเพื่อน แล้วเปลี่ยนเรื่องทันทีด้วยความตื่นเต้น เพราะการฝึกงานนั้นอาจารย์จะจัดให้ตามความเหมาะสม
"ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เราไปหาอาจารย์กันดีกว่า" ลิลลี่พูดจบ ก็ชักชวนเพื่อนให้เดินเข้าไปในห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษาทันที
"สวัสดีค่ะอาจารย์วารี" ทั้งสองคนยกมือไหว้อาจารย์พร้อมกัน ก่อนที่จะนั่งลงเมื่ออาจารย์อนุญาต
เมื่อทั้งสองนั่งลง อาจารย์วารีก็ส่งซองเอกสารไปให้ทั้งสองคนที่นั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะ แล้วพูดขึ้นอย่างเป็นการเป็นงานว่า...
"นี่เอกสารการฝึกงานของทั้งสองคนนะ ลิลลี่เธอไปฝึกงานที่บริษัท WINE ME นะ ส่วนเธอมินตรา เธอไปฝึกงานที่บริษัท KK นะ ในซองเอกสารนี้จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทที่พวกเธอต้องไปฝึกงาน ศึกษาข้อมูลกันไว้นะจะได้ทำตัวถูก"
"ขอบคุณค่ะอาจารย์วารี" ทั้งสองคนรับเอกสารไปคนละซอง และขอบคุณอาจารย์ ก่อนที่มินนี่จะสงสัยแล้วถามขึ้น...
"แล้วทำไมเราสองคนไม่ได้ไปฝึกงานที่เดียวกันคะอาจารย์"
"การไปฝึกงานด้วยกัน มันจะทำให้ทั้งสองคนชวนกันเล่นน่ะสิ และทางบริษัทเขาก็ต้องการที่ละคนเท่านั้น" อาจารย์วารีตอบทั้งสองคนออกไป
"อ๋อ... แบบนี้นี่เอง" ลิลลี่พยักหน้าเข้าใจทันที
"การฝึกงานจะเริ่มขึ้นในเดือนหน้า ขอให้ทั้งสองคนมารับเอกสารรายงานตัวในอาทิตย์หน้านะ อาจารย์จะทำไว้ให้ แล้วก็อย่าไปรายงานตัวสายล่ะ และจะทำอะไรก็ให้คิดถึงมหาลัยให้มาก ๆ ว่าพวกเธอกำลังทำงานภายใต้ชื่อของมหาลัยอยู่ น้อง ๆ รุ่นถัดไปจะได้ไม่มีปัญหาในการหาที่ฝึกงานดี ๆ แบบนี้อีก สองบริษัทนี้รับนักศึกษาฝึกงานยากมากนะ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย" อาจารย์วารีบอกกับทั้งสองคนออกไป ถึงกำหนดการและข้อปฏิบัติตัวต่าง ๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวไปเรียน
"ขอบคุณนะคะอาจารย์ที่แนะนำ ตอนนี้เราสองคนขอตัวไปเรียนก่อนนะคะ" ลิลลี่พูดขึ้น ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์ แล้วพากันเดินออกมา
"เสียใจอะแก ที่เราไม่ได้ฝึกงานด้วยกัน" มินนี่พูดออกมาอย่างงอแง ที่ไม่ได้ไปฝึกงานที่เดียวกันกับเพื่อน
"เอาน่า เดี๋ยววันหยุดเราค่อยนัดเจอกันก็ได้ ก็อย่างที่อาจารย์วารีบอก เขารับแค่ที่ละคนเท่านั้น อีกอย่างบริษัท KK ก็มีชื่อเสียงนะ เห็นว่าเป็นบริษัทเกี่ยวกับบ้านจัดสรรไม่ใช่เหรอ" ลิลลี่ปลอบใจเพื่อนสาวอย่างไม่ให้เธอคิดมาก
"ของแกก็ไม่ธรรมดานะ บริษัท WINE ME ก็นำเข้าและส่งออกไวน์ชั้นดี แกก็เอาไวน์มาฝากฉันหน่อยก็แล้วกัน คิกคิก~" มินนี่ตอบกลับเพื่อนไปอย่างหยอกล้อ ก่อนจะหัวเราะขึ้นอย่างชอบใจ
"จะบ้าเหรอ ยัยมินนี่ ฉันไปฝึกงานนะยะ ไม่ได้ไปเมา แต่ถ้าเห็นแล้วจะหยิบมาฝากนะ ฮ่า ๆ" ลิลลี่ตีแขนเพื่อนอย่างหยอกล้อ ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อพูดจบประโยคสุดท้าย
"โอเค จะรอดื่ม เรารีบไปเรียนกันเถอะ" มินนี่พูดขึ้นมา ก่อนจะพากันเดินไปเรียนเมื่อใกล้จะสิบโมงแล้ว
หลังจากเรียนเสร็จ ทั้งสองก็เดินลงมาและคุยกันว่าจะไปกินข้าวที่ไหนกันดี เพราะช่วงบ่ายมีเรียนต่อ
"ฉันว่าเราไปกินข้าวที่หน้ามหาลัยมั้ยแก เบื่ออาหารที่โรงอาหารแล้วอะ" ลิลลี่พูดขึ้นกับเพื่อนสาว เธอไม่ได้เบื่ออาหารหรอกนะ แต่เบื่อคนบางคนมากกว่า
"ที่แกพูดมา... ฉันก็รู้เลยว่าแกต้องการหลบใคร แต่ไม่ทันแล้วย่ะ ยัยลิลลี่ โน่น~ น้องตินนั่งรออยู่โน่นแล้ว" มินนี่พูดออกมาอย่างรู้ทันเพื่อน ก่อนจะพยักพเยิดหน้าให้ลิลลี่มองไปที่โต๊ะม้านั่งหินอ่อนหน้าคณะ
"พี่ลิลลี่ทางนี้ครับ" มาร์ตินลุกขึ้นโบกมือให้ลิลลี่พร้อมกับตะโกนเรียกเสียงดัง
ลิลลี่รีบเดินไปหามาร์ตินแล้วตีแขนเขาทันที ก่อนจะพูดเสียงดุออกไปว่า...
"จะเรียกเสียงดังทำไม ดูสิคนมองใหญ่แล้ว"
"ก็ผมเห็นพี่ลิลลี่จะเดินไปทางอื่นนี่ครับ เลยต้องเรียกเสียงดัง ๆ ไว้ก่อน" มาร์ตินทำหน้าเศร้าที่โดนดุ
"โอ๋ ๆ ไม่เศร้านะคะน้องติน ลิลลี่แกก็อย่าไปดุน้องตินนักเลย ปะ ไปกินข้าวที่โรงอาหารกันดีกว่า บ่ายนี้มีเรียนต่อด้วย" มินนี่รีบเข้ามาไกล่เกลี่ยทันที พร้อมกับลากแขนเพื่อนสาวไปโรงอาหาร โดยที่มีมาร์ตินเดินตามไปด้วย เขาก้มหน้าอมยิ้มอย่างชอบใจ แต่ลิลลี่ที่หันมาเห็นจึงทำตาเขียวใส่
"เดี๋ยวผมไปสั่งอาหารให้ก่อนนะครับ" มาร์ตินรีบบอกแล้ววิ่งไปก่อนทันที ก่อนที่เขาจะโดนดุอีก โดยที่สองสาวก็เดินไปนั่งจองโต๊ะรอ
"อาหารมาแล้วครับ ผมไม่รู้ว่าพี่มินนี่คนสวยชอบทานอะไร ผมก็เลยสั่งข้าวมันไก่มาให้นะครับ" มาร์ตินวางถาดอาหารลง พร้อมกับขยับจานข้าวมันไก่ไปให้มินนี่
"น่ารักกกก ที่สุด" มินนี่ยื่นมือไปจับแก้มมาร์ตินแล้วหยิกเบา ๆ
"ส่วนของพี่ลิลลี่ ผมซื้อข้าวผัดหมูไม่ใส่ผักโปะไข่เจียวมาให้นะครับ" มาร์ตินยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะเลื่อนจานอาหารไปตรงหน้าของลิลลี่อย่างเอาใจใส่
"โห~ รู้ใจกันสุด ๆ แบบนี้ถ้าฉันเป็นแกนะ รักตายเลย" มินนี่ที่เห็นแบบนั้นก็พูดออกมาอย่างหยอกล้อเพื่อนสาว
"เงียบแล้วก็นั่งกินไปเลยแก" ลิลลี่หันไปพูดกับเพื่อนสาวทันทีที่โดนแซว 'รักตายอะไร รำคาญมากกว่าน่ะสิ' เธอคิดในใจ แต่ก็ดึงจานข้าวผัดมากินเงียบ ๆ
"พี่ลิลลี่วันนี้ดื่มน้ำอะไรดีครับ เดี๋ยวผมไปซื้อให้" มาร์ตินถามขึ้นอีกครั้ง เมื่ออีกคนเอาแต่เงียบ
"น้ำส้มก็ได้" ลิลลี่ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น
"ของพี่ขอน้ำเปล่านะจ๊ะ ฝากด้วย" มินนี่เงยหน้าขึ้นมาพูด อย่างที่ไม่ต้องรอให้ถามเลย
"ได้เลยครับ รอสักครู่นะครับ" มาร์ตินยิ้มรับและทำท่าจะเดินออกไป แต่ทว่า...
"แล้วของนายล่ะ เที่ยงแล้ว ไม่กินข้าวหรือไง" ลิลลี่เงยหน้าขึ้นมา แล้วถามขึ้นอย่างดุ ๆ เมื่อไม่เห็นมาร์ตินสั่งอาหารมากิน ทั้ง ๆ ที่นี่ก็เที่ยงกว่า ๆ แล้ว
"พี่ลิลลี่เป็นห่วงว่าผมจะหิวเหรอครับ" มาร์ตินถามกลับไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"เป็นห่วงอะไรล่ะ ฉันรับปากมัมไว้ว่าจะดูแลนายต่างหาก ถ้านายไม่กินข้าวแล้วปวดท้องขึ้นมา เดี๋ยวมัมจะต่อว่าฉันได้" ลิลลี่ชะงักไปเล็กน้อย เพราะเธอเป็นห่วงเขาจริง ๆ ก่อนจะตอบกลับมาเหมือนหงุดหงิด และยกเอาแม่ของชายหนุ่มขึ้นมาอ้างบ้าง
"ครับ ๆ งั้นผมไปซื้อน้ำให้พี่ลิลลี่ก่อน แล้วค่อยสั่งข้าวมากินนะครับ" มาร์ตินยิ้มอย่างรู้ทัน ว่าอีกคนก็เป็นห่วงเขา แต่ไม่พูดอะไรนอกจากรีบจะไปซื้อน้ำและข้าวของตัวเอง
"น่ารักเนอะแก ใครได้น้องตินเป็นแฟนนี่โชคดีแน่ ดูแลเอาใจใส่เก่งขนาดนี้" มินนี่พูดขึ้นกับเพื่อนสาว เมื่อมาร์ตินเดินไปไกลพอสมควรแล้ว
ลิลลี่ไม่ตอบอะไร แต่ก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ ต่อ