บทที่ 7 เจ้ากรรมนายเวร

2212 คำ
ฉันรีบกินข้าวจ้วงเข้าปากเมื่อรู้สึกว่าคนข้าง ๆ รุกแรงเกินไปจนตัวเองเสียอาการ กลัวว่าจะแพ้เสียงในหัวหลุดคำพูดที่คิดออกมา ดังนั้นผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่ฉันจะต่อกรด้วยง่าย ๆ ดังนั้นอยู่ให้ห่างที่สุดดีกว่า ส่วนเพื่อนสองคนที่นอกจากจะมองหน้าฉันสลับกับคนข้าง ๆ อย่างสงสัยพร้อมกับต่อมเผือกทำงานหนักมาก กระทั่งพักเบรกอาจารย์ออกไปข้างนอก กระบวนการซักฟอกจึงเริ่มขึ้น “อีโมจิ...เล่า!” น้ำเสียงกดดันของเกย์ควีนสายเผือกเริ่มทันที และพวกฉันที่เลือกนั่งในจุดที่คนอื่นไม่นั่งทั้งยังเป็นมุมอับสายตา แต่ว่าก็ยังมองเห็นด้านหน้าได้ชัดเจน ดังนั้นนังป๊อปไม่รอให้เลิกคลาสก็เริ่มถามด้วยความอยากรู้ ฉันเห็นมันทำท่าคันปากยุบยิบ ๆ อยู่ตลอด แต่คุยไม่ได้ตอนอาจารย์สอนแล้วนึกขำ แต่ทว่าจะเล่ายังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีล่ะ “เรื่องมันยาว” “กูว่างฟังมึงได้ทั้งชีวิต” ใช่สิเรื่องที่อยากรู้มันมีเวลาทั้งชีวิตแหละ แต่เรื่องของฉันพวกมันเลือกจะเมิน สุดท้ายฉันที่ไม่เคยมีความลับกับเพื่อน ถูกกดดันด้วยสายตาสองคู่ จึงเล่าย่อ ๆ เกริ่นก่อนค่อยเล่าอีกทีหลังเลิกคลาส แล้วทั้งคู่อุดปากกรี๊ดก่อนจะต้องสงบเสงี่ยมเรียนต่อ แต่ฉันรู้พวกมันอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจะแย่ และหลังเลิกคลาสฉันที่เป็นต้นเรื่อง จึงนั่งเป็นเจ้าหญิงรอให้เหล่านางสนองพระโอษฐ์อย่างป๊อปและน้ำตาลปรนนิบัติ ตั้งแต่ซื้อข้าวซื้อน้ำ โดยฉันมีหน้าที่เล่าตั้งแต่ต้นยันจบ... “เรื่องก็เป็นมาอย่างนี้แหละ” “พรหมลิขิต” ฉันยกหางคิ้วทันทีที่นางน้ำตาลเอ่ยคำนี้ ฉันว่ามันดูซีรีส์มากเกินไป “ผีผลัก...ฉันว่าผีผลัก” ฉันค้อนให้นังป๊อปที่ดูจะไม่ชอบใจที่ฉันไม่เล่าตั้งแต่เมื่อคืน แถมยังแทบจะบีบคอฉันให้เล่าแทบไม่ได้หายใจหายคอ “ใหญ่ขนาดไหน” น้ำตาลจุ่มหัวเข้ามาทำให้ฉันถอนหายใจ เพราะพยายามลืมภาพติดตา แต่พวกมันสองคนก็ขยันให้ฉันจดจำจนจะฝังเข้าสมอง “ไม่รู้ห้าสิบแปดมั้ง ทำไมแกไม่ถามน้องจ๊ะโอ๋วะ มาถามฉันทำไมเนี่ย น้องเขาก็ดูเป็นคนเปิดเผยดีนี่ ไม่เห็นต้องมาถามฉันแบบนี้เลย” ฉันเบื่อเหมือนกันที่สองวันแล้วผู้ชายคนนี้วนเวียนในชีวิต ต่อให้ใครชอบฉันไม่ได้ชอบเสียอย่างทำไมต้องพิศวาสด้วยล่ะ “โอ้โห...นี่ไม่ได้ตั้งใจดู แกยังรู้ว่าห้าสิบแปด นี่มันเข้าขั้นแท่งสวรรค์ประทานพรเลยนะ ถ้าฉันได้สักทีจะตั้งใจเรียน” ใครมันเป็นคนแรกที่คิดคำนี้ขึ้นมาวะ ให้ตายเถอะถามจริงหากโดนเข้าไปไม่แหกหมดหรือไงใหญ่ขนาดนั้น แค่คิดยังเสียวท้องเลย บรึ๋ยยย! “เลทมาสิบนาทีแล้วพอได้ยังเข้าคลาสบ่าย อาจารย์จะเข้าแล้ว” “ยังมันอยู่เลย” นังป๊อปดูจะติดใจเรื่องเล่าของฉัน แต่ฉันไม่ติดใจอะไรทั้งนั้นและค่อนข้างเบื่อหน่ายกับผู้ชายคนนี้ แต่เมื่อเดินออกจากโรงอาหาร คนที่กำลังพูดถึงตั้งแต่พักเที่ยงจนเดินมาด้วยกันก็ยังไม่หยุดพูด เพราะคือผู้ชายในฝันของทั้งคู่ก็เดินมา ฉันถามจริง ๆ สองคนนี้จุดธูปเรียกใช่หรือไม่ ทำไมต้องมาเจอกันอีก แค่เมื่อเช้าก็แย่แล้วนะ แต่เหมือนซวยครั้งแรกก็ต้องซวยไปให้ครบสามครั้งสินะ “น้องโมจิครับ...กินข้าวเหรอครับ” หึ๋ย...มาสุภาพกับฉันเนี่ยนะ แต่ภาพตอนที่มีเซ็กส์ฉันไม่เห็นความสุภาพของเขาเลยสักนิด ทั้งดุดันและเผ็ดร้อนขัดกับลุคที่เขาแสดงให้คนอื่นดูจริง ๆ “มาซักผ้ามั้ง” ฉันเลือกจะกวนตีน “อุ้ย...งั้นพี่ช่วยซักไหมครับ” “ประชด!” “อ้าวเหรอครับ พี่ก็คิดว่าน้องโมจิอยากให้พี่อยู่ช่วยเสียอีก” กวนประสาท กวนประสาทแน่ ๆ โว้ยทำไมฉันต้องมาเจออีตานี่ด้วยเนี่ย แต่เมื่อหันไปหาอีกที สองคนกลับยืนชิดติดกันส่งสายตากรุ้มกริ่มมาทางฉันกับพี่ปุณณ์ แถมมันยังทำหน้าฟินคิมิโตโน๊ะอะไรนั่นอีก จะจับฉันจิ้นกับเพลย์บอยคนนี้ให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย “ป๊อป น้ำตาล ไปได้แล้ว” ฉันกระแทกเท้าเสียงดังเดินหลีกไปอีกข้าง แต่อีกคนก็มาดักหน้าเอาไว้ “อย่าเพิ่งไปสิครับ ขอมองหน้าน้องโมจินาน ๆ อีกนิด” นอกจากฉันจะไม่อยู่เล่นด้วยแล้วยังผลักคนหน้ามึนออกไป จากนั้นเดินเข้าห้องเรียนไม่สนใจสายตาเพื่อนทั้งสองสักนิดที่ดูเหมือนพวกมันจิ้นฉันกับพี่เขา ผู้ชายมากมายในมหาวิทยาลัย แต่ขอเอาไว้สักคนเถอะอย่าให้ฉันกับเขาต้องมาจิ้นกันเลย ฉันคงรับมือหนักกับบรรดาผู้หญิงของเขาที่ซื้อกินแล้วไม่ยอมจบ ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่รู้อะไรเลย ข่าวก็ผ่านหูมาบ้างบวกกับส่องเองอีกนิดหน่อยก็สรุปได้ว่าผู้ชายคนนี้อันตราย ปุณณ์Talk. 🐯 ผมคุยกับอาจารย์นานไปนิดเรื่องโปรเจคนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ทางเอกชนเสนอมาให้มหาวิทยาลัยคิดและลงแข่ง ผมเป็นตัวแทนเนื่องจากน้องชายตัวแสบติดเมียกับเพื่อนสนิทติดเมีย คนไม่มีใครอย่างผมเลยถูกถีบให้รับหน้าที่นี่ จนเลยพักเที่ยงและค่อนข้างหิวข้าวมาก ๆ แต่พวกเพื่อน ๆ กินกันไปหมดแล้ว ไอ้รินกับไอ้ปั้นไปกินด้วยกัน ไอ้ปัณณ์เฝ้าเมียเพราะเมียไม่ค่อยสบาย ส่วนผมเหมือนโดนดีดออกจากวงโคจรพวกมันเลยต้องเปล่าเปลี่ยวอยู่คนเดียว แต่ไม่เป็นไรยอดรักเพื่อนสาขาโยธายังอยู่ที่โรงอาหาร และผมก็ไม่คิดว่าจะเจอน้องโมจิอีกครั้ง แถมเวลาเจอหน้าน้องผมก็รู้สึกอยากแหย่เล่นทุกที หน้าตาน่ารักดีด้วยแหย่สนุกฉิบหาย! ชอบเวลาผมอ่อยแล้วอีกคนเสียอาการ ยายเด็กนี่คิดว่าตัวเองเก่งนักหนาสินะเก่งแต่ปากจริง ๆ อยากจะบอกว่าไม่ได้เสี้ยวของพี่หรอกนะน้อง เมื่อวานกับเมื่อเช้าผมโดนทั้งน้องชายสวด และเพื่อนอีกสองคนสั่งเด็ดขาดห้ามยุ่งกับน้องไอ้ยูตะ เพราะไม่ต้องการมีปัญหา ยูตะเป็นเพื่อนต่างมหาวิทยาลัยรู้จักกับยอดรัก และบังเอิญเจอกันตอนปีสองที่ร้านเหล้า พูดคุยกันสนุกดีแต่ก็ไม่ได้สนิทกันมาก เพราะไม่สนิทกันมากเนี่ยแหละ พวกมันถึงเตือนผมว่าอย่ายุ่งเดี๋ยวจะเป็นเรื่องบาดหมางกับสองมหาวิทยาลัย และไม่อยากให้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเวียนมาอีก คืองี้คณะผมคือคณะวิศวฯใช่ป่ะ มันก็ห้าวเป้งกันอยู่แล้วแต่ละคน ทีนี้อะไรไม่อะไรดันไปจีบสาวคณะวิศวฯของอีกมหาวิทยาลัยที่เหมือนเป็นพี่น้องเกื้อกูลกันมา แล้วไอ้รุ่นพี่เสือกไปหลอกน้องเขา แล้วจะพาไปให้เพื่อนกินฟีลแบบสมบัติผลัดกันชม แล้วรุ่นน้องตอนนั้นเลยไปบอกรุ่นพี่ในคณะจากนั้นสองมหาวิทยาลัยก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทแทบจะวันเว้นวัน เพราะเหมือนหยามกันเห็นพวกผมปากหมาแบบนี้ พอมีเรื่องมันเลือดขึ้นหน้าพี่รักน้องน้องรักพี่ขึ้นมาทันที เดือดร้อนคณบดีต้องไปเจรจา แม้ผ่านมานานหลายปีแล้ว รอยร้าวจะค่อย ๆ ประสานกันก็จริง แต่ลึก ๆ แล้วก็ไม่ควรจะมีใครสักคนก่อเรื่องให้แตกแยกกันอีก ที่สำคัญพี่ชายของโมจิอยู่อีกมหาวิทยาลัย ส่วนน้องก็อยู่มหาลัยเดียวกับผม “ไงยอดรัก...วันนี้ไม่มีเรียนบ่ายหรือไงวะ” “เข้าชอปไม้บ่ายสาม” ชอปไม้ที่ยอดรักหมายถึงคือการลงวิชาปฏิบัติพวกสร้างเฟอร์นิเจอร์ตามแบบที่อาจารย์สั่ง เป็นหนึ่งในภาคปฏิบัติของสาขาโยธา แล้วก็มีชอปประปาอีกตัวที่ต้องเรียนในปีสาม ต่างจากผมที่เรียนชอปก็พวกสร้างหุ่นยนต์ เขียนโปรแกรม และนวัตกรรมใหม่ ๆ “เออ...น้องโมจิเป็นไงที่ไปพักห้องมึง” เรื่องนี้ไม่อยากจะเล่าให้มันฟังเลย แต่คิดว่ามันคงยังไม่รู้จึงเกริ่นเอาไว้ก่อน กันโดนกระทืบเพราะดันเป็นน้องรหัสมัน “ก็แจ็คพล็อตสิ เมื่อวานมีน้องเขามาหากูก็เลยจัดไปหนึ่งแมท แต่โมจิดันเข้าไปก่อนที่จะเสร็จ กูก็ทนไม่ไหววะเด็กมันยั่วเลยถึงชั้นยี่สิบก็จัดเลย” “ไอ้เหี้ย เล่าเสียภูมิใจ น้องกูตากุ้งยิงแล้วมั้ง” ไอ้ยอดรักด่าผม “น้องมึง?” ผมยังคิ้วถาม “เออสิ วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็กตั้งแต่กูแก้ผ้ากระโดดสระน้ำบ้านไอ้ยูตะ แล้วน้องแม่งทำตามแม่กูเฆี่ยนซะขาลาย” “เดี๋ยว...มึงแก้ผ้าทำเหี้ยอะไรทำไมมึงไม่ห้ามน้อง” “ก็กูแค่สี่ขวบน้องสามขวบ กูจะห้ามอะไรทัน ไวเหมือนลิง” ยิ่งฟังเขายิ่งไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไมพอนึกว่าไอ้ยอดรักมันเห็นน้องโมจิถอดเสื้อผ้าเลือดขึ้นหน้าเสียอย่างนั้น และหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม “ไอ้ห่านี่...พิเรนทร์แต่เด็ก” “แล้วมึงจะโกรธเพื่อนนั่นก็น้องกูเหมือนกัน แย่งนมกันดูด แย่งข้าวกันกิน แม่กูสนิทกับบ้านไอ้พวกยูตะ เพราะว่าธุรกิจก่อสร้างที่บ้านไอ้ยูตะแม่กูเป็นหุ้นส่วน” ผมรู้ว่าไอ้ยอดรักพ่อเป็นนักการเมือง ส่วนแม่เป็นนักธุรกิจแต่ไม่ได้จดทะเบียนกัน เพราะลดการตรวจสอบเกี่ยวกับการเงินยุ่งยากวุ่นวาย มันกับแม่จึงแยกมาอยู่กรุงเทพ พ่อของมันอยู่จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากไม่ไกลก็ไป ๆ มา ๆ “เออ...กูก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสุภาพป่ะ ที่ผู้ชายกับผู้หญิงไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วมาเห็นตอนแก้ผ้า” “แหมไอ้ควาย ทีมึงล่ะแก้ผ้าเอากับเขาตับ ๆ เป็นอะไรกับเขาสักคนหรือยัง แถมแดกเงียบ ๆ ถ้าผู้หญิงไม่พูดก็ไม่มีใครรู้เลยว่ามึงแดกใครบ้าง เหลือให้เพื่อนกินบ้างเถอะ” เอ้าเข้าตัวเฉย...แต่มันก็พูดจริง ผมไม่ได้เป็นอะไรกับใครสักคน แต่ผมกลับไม่รู้สึกหวงเท่ายายโมจิแหะ...แล้วหวงทำไมวะ “เออ...นั่นแหละ” “เดี๋ยวมึงอย่าบอกนะจะเล่นน้องกู...มึงนับตีนโยธาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ก่อนนะ ไม่ใช่แค่มหาลัยเรา โน่นมหาลัยพี่มันด้วย” “พี่มันเรียนเคมีไม่ใช่เหรอ” ผมหยั่งเชิงพวกเคมีไม่ค่อยมีเรื่องกับใครหรอกมั้ง “ไอ้เหี้ยนี่ พี่คนโตมันเรียนไฟฟ้าด้วย หรือมึงจะเอาทุกสาขาหรือไง” ผมเกาหัวหน้ามุ่ยทันทีขู่กันเก่งไอ้พวกนี้ อะไรวะแม่ง ทำไมพี่น้องเรียนแต่วิศวฯไม่เรียนหมอเรียนอย่างอื่นกันบ้างวะ แล้วพวกวิศวฯเถื่อน ๆ ทั้งนั้น “เออ...กูบอกแล้วไม่เลือกกินน้องในคณะหรอก มึงเคยเห็นว่ากูควงเด็กวิศวฯบ้างไหมล่ะ ถ้าแค่เล่น ๆ อ่ะกูรู้ต่อให้กูหิวกูก็คำไหนคำนั้น ที่ปฏิญาณกับรุ่นพี่ไว้ไม่ลืมหรอก” เชี่ยเอ้ย...ไม่น่าไปสัญญาห่าเหวนั่นไว้เลย เดือดร้อนอีกหงุดหงิดฉิบหาย “อย่ามา...รุ่นน้องวิศวฯไม่มีสวยถูกใจมึงอ่ะสิ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย นอกจากไอ้รินก็น้องโมจิของกูเนี่ยที่สวยแซ่บ” เกลียดคำว่าโมจิของกูจังโว้ย...ไม่มีคำอื่นให้เรียกเหรอวะ “เออ...สัดบ่นมาก” ผมคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเคี้ยวอย่างเซ็ง ๆ ไปทางไหนก็โดนด่า ฉิบหายจริง ๆ “มึงชอบน้อง” อยู่ ๆ ไอ้ยอดรักก็ถามขึ้นมาทำเอาผมเกือบสำลักเส้นก๋วยเตี๋ยวติดคอตาย แคก แคก แคก! ผมไอเสร็จแล้วตอบมัน “บ้า...ไม่ได้ชอบ” ผมพยายามปกปิดความเลิ่กลั่กของตนเอง ไม่ให้ไอ้ยอดรักรู้ “ก็ดี...อย่าไปทำร้ายน้องมันเลย แค่มันอกหักเดือนละหนกูก็สงสารแย่แล้ว จนกว่าจะลืมรักแรกได้กูว่าน้องมันคงไม่สมหวังกับใครง่าย ๆ” “รักแรก?” ผมทำหน้าสงสัยทันที และอยากรู้จนคันยุบยิบไปทั้งอก “เออ...พูดละยาว เอาเป็นว่าโมจิอย่ายุ่งเข้าใจ๊!” ผมพยักหน้าแต่ไม่รับปากหรอกนะ อนาคตไม่แน่ไม่นอนใช่ปะล่ะ ใครมันจะรับปากสุ่มสี่สุ่มห้าอีกหนวะ จบปุณณ์ Talk.
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม