รักลับ 7 | ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก

1442 คำ
โปรดปรานเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น... บอกว่าจะมาก็แปลว่ามา เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของคิมหันต์และม่านฟ้าในตอนค่ำตามที่บอกกับเหมันต์เอาไว้ แม้ความกระอักกระอ่วนใจยังหลงเหลืออยู่มาก แต่อย่างน้อยก็ตั้งใจมาร่วมงานเป็นการให้เกียรติกันในฐานะคนแอบชอบเป็นครั้งสุดท้าย เมื่ออาฟเตอร์ปาร์ตี้เริ่มเธอจึงขอตัวกลับ แต่โปรดปรานไม่ได้กลับห้อง ปลายทางของคืนนี้คือร้านเหล้าร้านประจำ เมาได้ที่ก็ออกไปวาดลวดลายโยกย้ายบนฟลอร์จนชุ่มไปทั้งตัว “มาคนเดียวเหรอครับ” ผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาเต้นประกบด้านหลังก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบถามข้างใบหู แม้จะเมาจนมองเห็นหน้าอีกฝ่ายเลือนราง แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ไทป์ที่เธอชอบ “มากับผัว” คนเมาตอบกลับน้ำเสียงสะบัด พยายามย้ายที่ไปเต้นที่อื่น แต่เขาก็ยังตามมาประกบไม่หยุดแถมยังถือวิสาสะลูบไล้เอวบาง “ไหนครับผัว ผมจะไปส่งที่โต๊ะ” “อย่ามายุ่งกับฉัน!” “ตัวหอมจังเลยครับ” มือกร้านลูบต่ำลงมาที่สะโพกและเลื่อนลงมาที่ต้นขา พยายามสอดมือเข้ามาใต้เดรสสั้นรัดรูปของโปรดปรานอย่างหยาบคาย ไอ้เวรนี่มันเห็นว่าเธอเมาเลยคิดจะลวนลาม คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงรวบรวมแรงทั้งหมดสะบัดตัวออกจากอีกฝ่าย ก่อนจะเดินโซซัดโซเซไปทางห้องน้ำ ตั้งใจจะขังตัวเองเอาไว้จนกว่าจะสร่างเมาแล้วค่อยกลับห้อง ปึก! ด้วยอารามเร่งรีบจึงไปชนกับใครบางคนเข้า โชคดีที่ถูกอีกฝ่ายรั้งเอวเอาไว้จึงไม่ล้มหงายหลัง แต่เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามหลังมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้ทำให้เธอรู้ตัว ว่าผู้ชายในฟลอร์เต้นเดินตามมาทัน “ขอโทษครับ แฟนผมเมา” คนที่ไล่ตามหลังเธอมาสวมรอยเป็นแฟน พร้อมกับพยายามดึงเธอออกจากอีกคน ทว่ามือหนาที่โอบเอวเธออยู่กลับไม่ปล่อยไปง่ายๆ โปรดปรานจึงซบหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อขอความช่วยเหลือ “ฉะ ฉันไม่รู้จักมัน มันลวนลามฉันค่ะ” “ผู้หญิงบอกว่าไม่รู้จักมึง” โปรดปรานชะงักกับคำพูดหยาบคายนั้น แล้วไหนจะน้ำเสียงคุ้นหูของเขาอีก เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเราเคยเจอกันมาก่อน แต่เมื่อพยายามเงยหน้ามอง โลกกลับหมุนคว้างจนร่างน้อยเซหงายหลัง หากเขาไม่กอดเอวเธอแน่น เธอคงล้มลงไปกองกับพื้น “แฟนผมมันเมาพี่ อีแพรวกลับบ้าน” “แพรวแม่มึงสิ” คนตัวเล็กชูนิ้วกลางให้กับการกุเรื่อง พร้อมด่าถึงบุพการีที่ไม่มีเวลาสั่งสอนลูก ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชายที่โอบเอวเธออยู่จึงเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง และเห็นชัดเต็มสองตา “เหมันต์!” เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง วันนี้มันงานแต่งพี่ชายเขานี่นา “เมาจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว” เขาด่าทันทีที่รู้ว่าเธอจำตนเองได้ จากนั้นจึงหันมาไล่ผู้ชายที่ตามเธอมาต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน “ถอยไป ไม่งั้นกูเรียกการ์ด” ผู้ชายคนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมไปยอมไป ดูเหมือนเขาจะอยากได้เธอมากจนออกอาการดื้อ เหมันต์จึงต้องขู่เสียงเข้ม “ยืนเหี้ยอะไร มึงจะลอง” โทรศัพท์ในมือถูกหยิบขึ้นมาถือ เธอพยายามเพ่งมองว่าเขาโทรหาใครก่อนจะเห็นชื่อที่โชว์บนหน้าจอด้วยสายตาเลือนราง ‘เจ้าของSSLผับ’ “หูยยยย~ รู้จักกับเจ้าของผับด้วย” เธอช่วยชงอีกแรงจนอีกฝ่ายที่ได้ฟังชะงัก ผู้ชายคนนั้นยอมล่าถอยไปในที่สุด โปรดปรานมองตามกระทั่งสุดสายตาจึงเอนศีรษะซบอกแกร่งอย่างหมดเรี่ยวแรง “พาฉันกลับห้องที” “ห้องเธอหรือห้องฉัน” เธอเฉลียวใจกับคำพูดสองแง่สองง่ามจากอีกฝ่าย โปรดปรานเงยหน้าสบตาคนตัวโตพลางขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง” “ตามที่พูด” “อยากกินฉัน?” ไม่รู้เพราะความเมาหรืออะไรที่มอบความกล้าให้เธอย้อนถามเขาแบบนั้น แถมยังใช้มือคล้องลำคอแกร่งรั้งเข้าหาจนปลายจมูกแทบชิดกัน “เสนอตัวให้ฉันไม่ใช่หรือไง?” ตาของเขาประสานกันกับเธอในขณะที่ฝ่ามือหนาที่โอบเอวบางเอาไว้ออกแรงบีบเบาๆ จนไรขนอ่อนตามร่างกายลุกชัน “นายก็อยากกลืนฉันลงท้องใจจะขาด ฉันก็แค่ป้อนตัวเองเข้าปาก...ก็แค่นั้น” เขากระตุกยิ้มแต่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ กลับช้อนร่างของเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง พาเธอเดินผ่านทุกคนออกจากผับและหยุดหน้าการ์ดเพื่อคุยบางอย่าง “ลงบิลของผู้หญิงคนนี้ชื่อฉัน” รวยซะด้วย... ชีวิตที่พึ่งพาตัวเองมาทั้งชีวิต วันนี้ได้ลองเป็นเด็กเสี่ยสักวันจะเป็นไรไป ××× ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เพิ่งถูกเปิด ปลุกเธอที่เมาไร้สติให้ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอผล็อยหลับบนรถหลังจากปักหมุดที่พักให้เขาไม่กี่นาที แต่ตอนนี้กลับนอนอยู่ในห้องตนเองแล้ว ส่วนเขาก็เพิ่งออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับผ้าชุบน้ำในมือ “เช็ดหน้าเช็ดตาหน่อย” โปรดปรานหลุบตามองผ้าในมือที่อีกฝ่ายยื่นมาให้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ มือเรียวรูดซิปเดรสข้างลำตัวตนเองจนผ้าที่ห่อหุ้มร่างกายร่วงลงไปกองที่เอว หน้าอกสล้างนูนเด่นมีที่แปะจุกเผยทรวดทรงจนอีกฝ่ายกลืนน้ำลายมอง “เช็ดให้หน่อยสิ...” เธอจับมือเขามาวางกลางอกและแอ่นให้ ตามด้วยการแกะที่แปะจุกออกต่อหน้าทีละข้างอย่างใจเย็น เขาเป็นคนพูดน้อยตามนิสัย แต่มือไม่สงบอย่างปากแม้แต่น้อย ผ้าชุบน้ำบิดหมาดถูกคลี่เป็นผืนใหญ่ วางประกบลงบนหน้าอกอวบก่อนที่มือสากจะออกแรงขย้ำจนเจ้าของร่างสะท้านกับสัมผัสแปลกใหม่ เหมันต์เล่นกับยอดอกของเธอผ่านผืนผ้า บีบเคล้นเป็นจังหวะให้สยิวจนเกร็งหน้าท้องห่อไหล่เบาๆ “เราจะเอากันไหมคะ?” เธอเปิดเกมต่อโดยไม่รอจังหวะ พร้อมกับจับมือข้างที่จับผ้ามาวางบนหน้าอกตนเองโดยไม่มีผ้ากั้น “ให้โอกาสครั้งสุดท้าย” เขาปัดมือเธอลงข้างลำตัว “ถ้าพูดเพราะเมาก็เงียบ” “ไม่อยากเอากับคนเมา?” ศีรษะทุยเอียงคอมองเขาอย่างยั่วยวน ก่อนที่สายตาจะไปโฟกัสกับถุงพลาสติกที่ไม่เคยเห็นถูกวางทิ้งไว้บนเตียง โปรดปรานหยิบของข้างในมาดูก่อนจะหัวเราะร่วน กล่องถุงยางไซซ์พิเศษสี่กล่องแบบจุใจหลายแบบ “ก็ดูอยาก...” อาจจะมากกว่าเธอที่เป็นคนชวนด้วยซ้ำ คนถูกจับได้หน้าแดงจนถึงหู ร่างสูงขยับตัวเข้ามาใกล้แต่เธอก็ไม่ได้ถอยหนี “ถ้าตื่นมาแล้วเสียใจก็อย่าพูด” “ฉันไม่มีอะไรให้เสียใจ เพราะวันนี้คือวันที่เสียใจที่สุด” “...” “ช่วยหน่อยได้ไหม...ฉันแค่อยากผ่านคืนนี้ไปให้ได้” เธอเอ่ยออกมาจากใจจริง บางทีการได้ทำอะไรแบบนี้ อาจจะทำให้ความรู้สึกที่มีต่อคิมหันต์ลดลง “เอากับใครก็ได้หรือไง” คำพูดที่ฟังคล้ายกำลังดูถูกไม่ได้ทำให้เธออารมณ์เสีย ชอบจังผู้ชายปากจัด โปรดปรานคลานเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมของคนตรงหน้า จากนั้นจึงค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้ออีกฝ่ายทีละเม็ดอย่างซุกซน “ฉันอายุสามสิบสี่ ไม่เคยเสียดายถ้าจะทำเรื่องอย่างว่ากับใครที่พึงพอใจ” กระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดสุดท้ายถูกปลดทิ้ง ก่อนที่นิ้วชี้สวยจะเลื่อนลงมาเล่นกับขอบกางเกงและกดปลายหัวหยักผ่านร่มผ้าที่นูนเด่นขึ้นมา “ฉันก็หวังว่าจะทำให้เธอพอใจ” มือหนาจับมือของเธอลูบลำชายของเขาคืนบ้าง เมื่อกี้เธอจับเขาบีบนมตัวเอง คราวนี้เลยจับมือเธอบีบเจ้าแท่งแข็งๆ นี่เป็นการเอาคืนสินะ “ก็ดี งั้นเรามาจูบกันเถอะ” เบื่อจะพูดยั่วกันไปมา เอากันให้จบๆ ไปคืนนี้ พรุ่งนี้เธอจะลืมทั้งเขาและพี่ชายของเขาเช่นกัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม