ตอนที่ 2 ไม่มีมารยาท

1903 คำ
อาคารอัคคี อัคคีกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เพราะรถของเขาถึงแม้จะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็ไม่ใช่รถแข่ง เมื่อเอาไปแข่งจึงทำให้เครื่องขัดข้องและช่วงล่างมีปัญหา "แม่ง... สงสัยต้องเอารถเข้าอู่แล้ว กูไม่น่าไปแข่งเลย แล้วคนนั้นมันใครกันวะ" อัคคีเดินเข้ามาในเพนต์เฮาส์ก็ปากุญแจรถลงบนโต๊ะ ก่อนจะถอดเสื้อออกแล้วปาไปที่โซฟา เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เปิดตู้เย็นเจอเบียร์ก็หยิบมาสองกระป๋อง และเปิดตู้ออก หยิบซองมันฝรั่งทอดกรอบมาหนึ่งถุง แล้วเดินออกไปที่ระเบียง เขานั่งลงที่เก้าอี้ผ้าใบริมสระว่ายน้ำ ดื่มเบียร์ กินมันฝรั่งทอดกรอบเพื่อระงับความหงุดหงิด จนอารมณ์เย็นลงเล็กน้อย "ทำไมหน้าผากผู้หญิงคนนั้นมันดูคุ้น ๆ วะ แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก อย่าให้รู้นะว่าใคร พ่อจะจับมาแข่งอีกรอบแน่" อัคคีพูดถึงคนที่พึ่งแข่งรถกับเขาอย่างไม่พอใจ "ผู้หญิงอะไรก๋ากั่น เหมือนยัยรุ่นน้องคนนั้นเลย ยัยนั่นก็แสบใช่เล่น ผู้หญิงอะไรวะ แต่งตัวอย่างกับผู้ชาย คำพูดคำจาก็ยอกย้อน ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่เอาซะเลย" อัคคีบ่นไปถึงรุ่นน้องที่เจอวันนั้น แล้วหลับตาลง เพื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองวันที่แล้ว สองวันก่อนหน้านี้... อัคคีตื่นนอนมาก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งดูการถ่ายทอดสดกีฬาดัง แต่จู่ ๆ ก็มีสายจากธารา เขาจึงกดรับ "ไอ้ไฟ ไปดูน้อง ๆ มารายงานตัวกันดีกว่า" ธารารีบชวน "ไปทำไมวะ เดี๋ยวจันทร์หน้าก็เจอหน้าน้อง ๆ แล้ว" อัคคีถามกลับไปอย่างไม่สนใจ เพราะวันนี้เขาตั้งใจนอนเอาแรง ก่อนจะถึงวันเกิดของปู่สิบทิศ "ไอ้เวรนี่ ก็ไปช่วยน้อง ๆ ไง เผื่อเขาติดตรงไหน เราเป็นรุ่นพี่ปีสี่แล้วนะโว้ย มีสามัญสำนึกหน่อย" ธาราด่ากลับมาทันที "แล้วทำไมมึงไม่ชวนไอ้ดินกับไอ้ลมวะ เพื่อนมึงไม่ใช่มีแค่กูซักหน่อย" อัคคียังถามอย่างคนที่ขี้เกียจจะออกไปไหน "ก็ไอ้ดินมันต้องดูแลพ่อแม่มัน ที่บินมาจากเชียงใหม่ ส่วนไอ้ลมก็ต้องช่วยพ่อมันทำงาน มีแค่มึงที่ว่างงาน พ่อแม่มึงก็บินมาพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอวะ วันนี้ก็ไปกับกูก่อน" ธาราร่ายยาวออกมาทันที "เออ ๆ ไปก็ไป งั้นเจอกันที่มหาลัยเลยนะ" อัคคีตอบรับอย่างไม่มีทางเลือก จากนั้นเขาก็ลุกเดินออกมาจากห้อง ลงมาที่ชั้นล่างของเพนต์เฮาส์ที่มีสาว ๆ มองตามเขาตาละห้อย แล้วขับรถไปที่ KK University ทันที สวัสดีครับ ผม เสือไฟครับ หรือชื่อเต็ม ๆ ก็คืออัคคี ไชยเดชาสกุล ผมเป็นน้องเล็กของแก๊งสี่ทิศ ซึ่งมีไอ้ดิน ไอ้น้ำ ไอ้ลม ส่วนผมคือไฟ ดังนั้นปู่สิบทิศของผมจึงเรียกว่าพวกผมว่าเป็นแก๊งสี่ยอดกุมาร แต่พวกผมไม่มีอาวุธเป็น ตรี คทา จักร สังข์หรอกนะครับ แต่มีที่ร้ายแรงกว่านั้น นั่นคือตีนกับหมัดหนัก ๆ มีเรื่องที่ไหนขอให้บอก เพราะผมพร้อมบวกมาก ที่มาของแก๊งสี่ทิศคือพวกผมมาจากคนละทิศครับ ไอ้ดินมาจากภาคเหนือ ไอ้น้ำมาจากภาคใต้ ไอ้ลมมันอยู่กรุงเทพ และแน่นอน ผมมาจากภาคอีสานนั่นก็คือขอนแก่น ที่บ้านผมมีกิจการเป็นโรงสีขนาดใหญ่ ที่รับซื้อข้าวมาจากชาวนาเพื่อทำข้าวสารมาขาย และส่งออกไปที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งตอนนี้ผมก็เริ่มมาเปิดบริษัทกับไอ้ดินและไอ้น้ำ เพื่อทำธุรกิจส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ พวกผมรักไม่ยุ่ง มุ่งแต่งานคร๊าบบบ เพราะฉะนั้นสาว ๆ ที่คิดจะมาจีบ ก็อาจจะยังน้าาา วันนี้ผมโดนลากให้มาดูน้อง ๆ รายงานตัวกัน ก็ใช่น่ะสิ เพราะผมเป็นรุ่นพี่ปีสี่แล้วนี่นา KK University... "มาพอดีเลยไอ้ไฟ ไอ้น้ำ มาช่วยกันหน่อยดิวะ เนี่ยมีน้องปีหนึ่งมารายงานตัวกันหลายคนเลย" ชาติชายเพื่อนของอัคคีร้องทัก ทันทีที่เห็นเพื่อนขับรถมาจอดที่หน้าคณะวิศวะ "จัดไป ว่าแต่นี่กำหนดหรือยัง ว่าใครเป็นน้องรหัสของใคร ถ้าไม่ชอบเปลี่ยนได้มั้ยวะ" อัคคีเดินเข้าไปหา พร้อมกับถามเพื่อนทันที เพราะวันนี้เขามาก็เรื่องน้องรหัสนี่แหละ "ทำไมมึงสนใจเรื่องน้องรหัสนักวะ ตอนอยู่ปีสองปีสาม พวกมึงแก๊งสี่ทิศก็ไม่ยอมรับใครเป็นน้องรหัสกันซักคน" โชคชัยเพื่อนอีกคนหนึ่งถามขึ้น เพราะแก๊งนี้ปฏิเสธการมีน้องรหัสมาตลอด "ก็จะจบแล้วไงวะ กฎของคณะก็บอกว่าจะต้องมีน้องรหัสอย่างน้อยหนึ่งคน ไม่งั้นก็ผิดกฎ กูก็เลยจำเป็นต้องรับไว้ด้วยความจำใจ" อัคคีพูดกับเพื่อนเสียงดังอย่างไม่กลัวว่ารุ่นน้องจะได้ยิน "เออ... แล้วแต่มึงเถอะ ไอ้พวกชอบแหกกฎ หัดเคารพกฎบ้างก็ดี แต่กฎข้อหนึ่งนะโว้ยไอ้ไฟ เมื่อสุ่มเลือกชื่อแล้วจะเปลี่ยนไม่ได้ นี่ไง... รายชื่อพี่รหัสน้องรหัส เดี๋ยวมึงค่อยดู ตอนนี้มาช่วยกูดูแลน้อง ๆ เรื่องรายงานตัวก่อน" ชาติชายบอกพร้อมกับส่งแฟ้มให้เพื่อน "โอเค" อัคคีรับแฟ้มมาถือไว้ และช่วยดูแลน้อง ๆ ในขณะที่กำลังเดินช่วยน้อง ๆ ตรวจเอกสารอยู่นั้น ก็มีน้องปีหนึ่งที่ก้ม ๆ เงย ๆ จนอัคคีกับธาราเดินเข้าไปถาม "น้อง... มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย" ธาราถามอย่างใส่ใจ "เอ่อ... ผมน่าจะลืมเอารูปมาครับ" น้องผู้ชายคนหนึ่งตอบกลับมาด้วยสีหน้ากังวลใจ "อ๋อ... ไม่มีปัญหา น้องเดินตรงไปทางประตูเลขสองนะ ตรงนั้นมีร้านรับถ่ายรูปอยู่" ธาราแนะนำอย่างรุ่นพี่ใจดี "ขอบคุณพี่มากเลยครับ" น้องปีหนึ่งก้มหัวขอบคุณแล้วรีบวิ่งไปทันที "ดูเป็นคนดีเลยมึง กูก็เป็นรุ่นพี่นี่หว่า งั้นกูไปช่วยน้อง ๆ บ้างดีกว่า" อัคคีที่เห็นแบบนั้นก็อยากช่วยรุ่นน้องเหมือนกัน เลือดรุ่นพี่ในตัวมันสูบฉีด เขาเลยเดินแยกจากธาราเพื่อไปทำหน้าที่รุ่นพี่ที่ดี เดินไปแป๊บเดียว ก็ไปสะดุดตาเข้ากับนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่ง เขาจึงหยุดมองและประเมินในใจ 'นี่เหรอวะรุ่นน้องปีหนึ่ง ตัดผมสั้น ใส่เสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง กระโปรงสอบยาวถึงหน้าแข้ง แถมใส่รองเท้าผ้าใบซะด้วย แต่งตัวอะไรวะเนี่ย จะผู้ชายก็ไม่ผู้ชาย จะผู้หญิงก็ไม่ผู้หญิง' เพราะมัวแต่สำรวจจึงไม่รู้ว่าสายตาที่เขามองนั้น ทำให้นักศึกษาผู้หญิงคนนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัย เธอจึงมองเขากลับพร้อมกับคิดในใจ 'ใครวะเนี่ย ทำไมมาจ้องกันแบบนี้ อย่าบอกนะว่า... มาวันแรกก็เจอรุ่นพี่โรคจิตแล้ว มองอยู่ได้ เดี๋ยวก็จิ้มให้ตาบอดเลยนิ' อัคคีที่ถูกมองด้วยสายตาไม่พอใจ ก็ชะงักเล็กน้อย ในใจก็คิดว่า... 'มองอะไรวะ สายตาแบบนี้ คงจะไม่ได้คิดว่ากูเป็นพวกโรคจิตหรอกนะ' "เอ่อ... พี่..." อัคคีกำลังจะอธิบาย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เธอก็สะบัดบ๊อบใส่แล้ว แถมพูดเบา ๆ ว่า... "โรคจิต ไม่มีมารยาท" ถึงจะเป็นเสียงที่เบา แต่อัคคีก็ได้ยินชัดเต็มสองหู จนรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดใส่หน้ารุ่นน้องตรง ๆ "ฉันเป็นโรคจิตตั้งแต่เมื่อไร แล้วอะไรคือไม่มีมารยาท เธอนั่นแหละ หัดมีมารยาทบ้าง ฉันเป็นรุ่นพี่นะ แล้วอย่าคิดว่ามาเรียนคณะนี้ผู้หญิงจะมีอภิสิทธิ์อะไรนะ ผู้ชายกับผู้หญิงเดี๋ยวนี้เขาเท่าเทียมกันแล้ว อีกอย่างแต่งตัวแบบนี้คิดว่าดีแล้วเหรอ ใครเขาใส่กระโปรงแบบนี้กัน เป็นผู้หญิงจริงหรือเปล่าเนี่ย" เขาพูดพร้อมกับมองเธออย่างใช้สายตาดูหมิ่นเล็กน้อย "ก็ใครใช้ให้พี่มายืนจ้องหน้า แล้วใช้สายตาประเมินคนอื่นแบบนั้น ไม่มีมารยาทเอาซะเลย แล้วฉันแต่งตัวแบบนี้มันจะเป็นอะไร นึกว่าตัวเองแต่งตัวดีตายล่ะ ผมสีแดงแต่ข้างหน้าสีเทาอะไรนั่น คิดว่าตัวเองเจ๋งหรือไง โชคดีนะที่รายงานตัวเสร็จแล้ว รีบกลับดีกว่า ไม่อยากอยู่พูดกับรุ่นพี่บ้าอำนาจ" รุ่นน้องปีหนึ่งเมื่อถูกต่อว่าขนาดนั้น ก็พูดสวนกลับไปอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน พูดเสร็จก็เดินไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูที่จอดรออยู่ไม่ไกล "เฮ้ย!!! จะรีบไปไหน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เป็นรุ่นน้องทำตัวกับรุ่นพี่แบบนี้ได้ไงวะ" อัคคีร้องโวยวายขึ้นมาทันที แต่รถคันนั้นก็ขับออกไปแล้ว "เป็นอะไรวะไอ้ไฟ ร้องซะเสียงดังเลย" ธาราที่ได้ยินเสียงอัคคีโวยวายก็เดินมาถาม โดยมีชาติชายกับโชคชัยเดินมาด้วย "ก็ยัยเด็กรุ่นน้องคนนั้นน่ะสิ มาว่ากูเป็นโรคจิตและว่ากูไม่มีมารยาท แถมยังมาวิจารณ์ทรงผมอันภาคภูมิใจของกูอีก" อัคคีบอกเพื่อนอย่างหงุดหงิด เพราะสีผมของเขานั้นเรียกได้ว่าสะดุดตา สาว ๆ กรี๊ดมาก "คนไหนวะ กูจะไปให้รางวัลซักหน่อยที่พูดถูกใจกูมาก ฮ่า ๆ" ธาราพูดขึ้นมาอย่างชอบใจ เพราะเขาก็หมั่นไส้สีผมของอัคคีเหมือนกัน "คนนั้นไง ที่ผมสั้น ๆ ใส่เสื้อตัวใหญ่ ๆ กระโปรงยาวเกือบถึงตาตุ่ม แถมใส่รองเท้าผ้าใบอีก ปากดีจริง ๆ เจออีกทีจะต้องสั่งสอนให้รู้ว่าใครเป็นรุ่นพี่ ใครเป็นรุ่นน้อง" อัคคีบรรยายลักษณะการแต่งตัวออกมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน และพูดอย่างคาดโทษ "อ๋อ... น้องคนนั้นนั่นเอง" ชาติชายพูดขึ้นมาอย่างมีเลศนัย "ถ้าน้องคนนั้นมึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก รับรองว่ามึงได้สั่งสอนแน่เพื่อน ใจเย็น ๆ" โชคชัยตบไหล่อัคคีแล้วพูดปลอบใจ แต่สายตานั้นมองไปที่ชาติชายอย่างรู้กัน "รับรองว่าปีสี่ของมึงสนุกแน่ไอ้ไฟ หึหึ..." ชาติชายพูดพร้อมกับยักคิ้วให้เพื่อน ปัจจุบัน... "ที่ไอ้ชาติกับไอ้โชคมันพูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงวะ แล้วยัยเด็กนั่นเป็นใครกันแน่ แต่จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ถ้าบังอาจมาวิพากษ์วิจารณ์สีผมของฉันละก็ ได้เห็นดีกันแน่" อัคคีพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ และยกเบียร์ขึ้นดื่มดับอารมณ์
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม