ตอนที่ 3 เปิดเรียนวันแรก

1819 คำ
KK University... วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก รถสปอร์ตคันหรูขับเข้ามาในมหาวิทยาลัยแต่เช้า โดยมีชายหนุ่มที่แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเป็นคนขับ เขามีชื่อว่าใบไม้ ส่วนหญิงสาวผมสั้นที่นั่งหน้าตูมอยู่ข้าง ๆ นั่นคือใบเฟิร์น ใบหน้าของเธอทำให้พี่ชายอดถามออกมาไม่ได้ "เป็นอะไร เปิดเทอมวันแรกก็ทำหน้าเหมือนตูดแล้ว มหาลัยนี้เฟิร์นก็เลือกเองไม่ใช่เหรอ" "ก็พอมาถึง มันอดคิดไปถึงวันที่มารายงานตัววันแรกไม่ได้น่ะสิพี่ไม้ วันนั้นมีรุ่นพี่มาจ้องหน้าเฟิร์น สายตานี่เหมือนคนโรคจิตมาก พูดแล้วขนลุก" ใบเฟิร์นพูดพร้อมกับทำท่าขนลุก "ฮ่า ๆ เขาดูของแปลกปะ ดูสิ... เราแต่งตัวเหมือนสาวมหาลัยที่ไหนกัน" ใบไม้หัวเราะลั่น และพูดแซวน้องสาว เขาไม่เชื่อหรอกว่ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงขนาดนี้ จะมีพวกโรคจิตปะปนอยู่ แต่ถ้าเป็นไอ้พวกหัวงู เจ้าชู้ไปเรื่อยอาจจะมี "เงียบเลยนะ พี่ไม้ พูดแบบนี้เดี๋ยวมีงอน เฟิร์นเรียนคณะวิศวะนะ ไม่ใช่คณะนิเทศ หรือคณะบริหารนะ ที่จะได้มีแต่สาว ๆ สวย ๆ แต่งตัวน่ารัก ๆ น่ะ อีกอย่างที่เฟิร์นแต่งแบบนี้ ก็เพราะที่คณะวิศวะมีแต่ผู้ชาย แบบดิบ ๆ เถื่อน ๆ เฟิร์นไม่อยากโดนรังแกจากคนพวกนั้น เลยแต่งตัวและทำตัวห้าว ๆ แบบนี้นี่แหละดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมีคนมาจีบ... รำคาญ" ใบเฟิร์นหันไปตวาดใส่พี่ชาย และบอกเหตุผลที่เธอแต่งตัวแบบนี้ทันที "พี่ไม้ทำให้เฟิร์นหงุดหงิดอะ เลิกเรียนพาแวะกินเค้กด้วยนะ ไม่งั้นไม่ยอมแน่" ใบเฟิร์นทำหน้าไม่สบอารมณ์และพูดลงท้ายด้วยการข่มขู่เล็กน้อย "โอเค ๆ งั้นไปร้านนี้ดีกว่า ดังมาก พี่เห็นรีวิว ชื่อร้าน Sweet Corner อยู่ไม่ไกลจากโชว์รูมของเราด้วย" ใบไม้บอกอย่างเอาใจ เพราะน้องสาวคนนี้แสบมาก ถ้าไม่ตามใจเขาอาจจะเดือดร้อน หรือถูกยัยเด็กแสบนี่แกล้งอะไรได้ "โอเค งั้นเฟิร์นไปเรียนก่อนนะคะ เดี๋ยวตอนบ่ายจะส่งไลน์ไปบอกว่าให้มารับกี่โมง แต่คงไม่ให้พี่ไม้รับส่งทุกวันหรอก เดี๋ยวรถของเฟิร์นซ่อมเสร็จ หรือได้รถคันใหม่มา ก็ขับมาเรียนเองแล้ว" หญิงสาวหันไปบอกพี่ชายที่จอดรถเพื่อส่งเธอ "ได้สิ เดี๋ยวพี่จะหารถคันใหม่ให้ก็แล้วกัน" ใบไม้บอกอย่างใจดี ก่อนที่จะขับรถออกไปทันที หลังจากน้องสาวลงจากรถแล้ว หญิงสาวมองรถของพี่ชายที่ขับออกไป แล้วนึกบ่นในใจไปถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเอารถไปซ่อม... 'ไม่น่าไปแข่งรถกับไอ้รุ่นพี่คนนั้นเลย สุดท้ายต้องส่งรถไปซ่อม แถมเดือดร้อนให้พี่ไม้ต้องมารับมาส่งอีก เฮ้อ~' สวัสดีค่ะ ฉันชื่อใบเฟิร์น ศิริบุญญา ส่วนคนที่มาส่งฉันคือ พี่ใบไม้ พี่ชายของฉันเองค่ะ เรามีกันสองพี่น้อง และอายุห่างกันสามปี พี่ไม้เรียนวิศวะคอมพิวเตอร์อยู่ที่อีกมหาวิทยาลัย ส่วนฉันเลือกมาเรียนที่ KK University เพราะที่นี่คณะวิศวยานยนต์มีชื่อเสียงมาก ที่ฉันเรียนสาขานี้ เพราะที่บ้านฉันเป็นโชว์รูมนำเข้ารถซูเปอร์คาร์ชื่อ SB Car Service ที่บริการครบวงจรเกี่ยวกับรถหรู รวมทั้งมีสนามแข่งรถไว้เพื่อสนองความต้องการของพวกเลือดร้อนอยากลองฝีมือด้วย แต่ถึงจะห้าว ๆ ก็แค่เปลือกนอกเท่านั้นนะคะ ที่จริงก็เป็นสาวหวานนะ ฉันชอบกินขนมเค้กมาก ๆ เวลาอารมณ์ไม่ดี พอได้กินพวกขนมหวาน ๆ แล้ว ฉันก็จะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที "หวังว่าวันแรกของการเปิดเรียนจะไม่เจอไอ้รุ่นพี่โรคจิตคนนั้นอีกนะ ไม่งั้นคงซวยตั้งแต่วันแรกแน่" เธอเดินไปที่คณะวิศวะ แบบเป็นการเดินไปบ่นไปด้วย (อัคคี) "กูยืมรถก่อนนะไอ้ดิน ไปล่ะ" เขาพูดกับกล้องวงจรปิดในเพนต์เฮาส์ของปฐพี แล้วก็เดินออกไปอย่างไม่สนใจอะไร อัคคีขับรถออกไปไม่นานปฐพีก็โทรเข้ามา เขากดรับอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร "ไอ้ไฟ มึงเอารถกูไปไหนวะ" ปฐพีสบถขึ้นทันที เมื่อต่อสายหาอัคคีแล้วทางนั้นรับสาย "กูยืมหน่อยดิวะ พอดีรถกูเสีย แล้ววันนี้กูมีเรียนเช้า" อัคคีก็ตอบกลับมาอย่างสบาย ๆ "รถคันละสิบกว่าล้านนี่นะเสีย เสียยังไง ไหนมึงลองบอกกูมาหน่อยซิ" ปฐพีถามออกไปด้วยความโมโห "ก็เบรกสะบัด คลัตช์เสีย เกียร์หลุด เครื่องสะดุด เพลาหัก สลักหาย หัวเทียนห่าง ยางแฟบ แหนบตาย ไดไม่จ่าย ไฟไม่ชาร์จ สตาร์ตพัง เครื่องเสียงเงียบ เหยียบไม่ไป ไฟหน้าดับ ดอกยางกลับ คลัตช์จม ลมเข้าถัง" อัคคีบอกด้วยการร้องเพลงแร็ป แบบที่คณะตลกชอบเล่นกัน ก่อนจะถามขึ้นอีกว่า... "เป็นไง อาการหนักมั้ยวะ" "ใช่... อาการหนัก มึงนั่นแหละอาการหนัก ถ้าจะเป็นขนาดนี้ มึงชั่งกิโลขายไปเลยดีกว่า ไอ้เหี้ย แล้วกูจะไปมหาลัยยังไง" ปฐพีถามออกไปอย่างหงุดหงิด "มึงก็เดินออกมาเรียกแท็กซี่ เรียกวิน เรียกแกร็บ หรือจะนั่งรถเมล์ นั่งรถไฟฟ้ามาก็ได้ ทำไมเรื่องแค่นี้มึงคิดไม่ได้วะ" อัคคีตอบกลับมาเหมือนช่วยเพื่อน แต่น้ำเสียงมีความสะใจเล็ก ๆ "ไอ้... รู้มากนักนะ แล้วถ้ารู้แบบนั้น ทำไมมึงไม่ทำเองวะ มาเอารถกูไปเพื่อ..." ปฐพีพูดออกไปอย่างหงุดหงิด "เพื่อความสะดวกสบายของกูไง แค่นี้นะ กูใกล้ถึงมหาลัยแล้ว อ้อ... ไม่ต้องโทรไปหาไอ้ลมนะ เพราะมันมาเรียนเช้าเหมือนกู" พูดจบอัคคีก็ตัดสายไป "ฮัดเช้ย!!! ฮัดเช้ย!!! ใครนินทากูวะ จามไม่หยุดเลย" อัคคีพูดขึ้นและยกมือขึ้นขยี้จมูก ในตอนที่ขับรถมาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว จังหวะนั้นสายตาก็มองไปเจอเข้ากับวายุที่เรียนตอนเช้าเหมือนกัน "ไอ้ลม เดี๋ยวสิ" อัคคีหรือไฟ เรียกคนที่เป็นเพื่อนและลูกพี่ลูกน้องไว้ "อ้าว~ ไอ้ไฟ พึ่งมาถึงเหมือนกันเหรอ" วายุหันไปถามเพื่อนเหมือนปกติ "เออ... พึ่งมาถึง แล้วทำไมรีบออกมาจังวะ วันนี้รถกูเสีย กูกะว่าจะติดรถมามหาลัยกับมึงซะหน่อย" อัคคีปิดประตูรถ แล้ววิ่งตามเพื่อนมา ก็บ่นออกมาเล็กน้อย "อ้าว~ แล้วทำไมมึงไม่มาพร้อมไอ้ดินหรือไอ้น้ำวะ" วายุขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย เพราะพวกเขาก็อยู่เพนต์เฮาส์ที่เดียวกัน แค่คนละตึกเท่านั้น โดยทั้งสี่ตึกก็เป็นของบริษัทที่พ่อเขาสร้างไว้ขาย แต่เก็บชั้นบนสุดไว้ให้พวกเขาทั้งสี่คน "ก็พวกมันเรียนบ่าย นี่กูก็เอารถไอ้ดินมา" อัคคีตอบกลับพร้อมกับสาวเท้าเร็ว ๆ เพราะใกล้ได้เวลาเรียนแล้ว แถมเขายังเห็นหลังของใครบางคนที่ทำให้หงุดหงิดใจ "นั่นมันยัยเด็กรุ่นน้องปีหนึ่งคนนั้นนิ" อัคคีพูดขึ้นมาเบา ๆ "คนไหนวะ" วายุถามอย่างงง ๆ "นี่พึ่งเปิดเรียนวันแรก มึงไปรู้จักเด็กปีหนึ่งที่ไหนกันวะ" "ก็วันนั้นกูมาช่วยดูแลเรื่องรายงานตัวของรุ่นน้อง เลยเจอกับยัยเด็กปีหนึ่งคนนั้น" อัคคีพูดอย่างใส่อารมณ์ไม่พอใจ "ยัยเด็กปีหนึ่ง ผู้หญิงเหรอวะ แล้วเขาทำอะไรให้มึงของขึ้น... ปกติของมึงไม่ค่อยขึ้นไม่ใช่เหรอ ฮ่า ๆ" วายุขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย และมองไปที่เป้ากางเกงของเพื่อน "ไอ้เวร... ไม่ใช่ของขึ้นแบบนั้นโว้ย ของขึ้นที่กูหมายถึงคืออารมณ์ขึ้นโว้ย แล้วมึงเข้าใจถูกแล้ว ยัยนั่นเป็นผู้หญิง ผมสั้น แต่งตัวด้วยเสื้อตัวใหญ่ ๆ ใส่กระโปรงยาวเกือบถึงตาตุ่ม รองเท้าผ้าใบ แถมทำตัวห้าว ๆ อย่างกับผู้ชาย วันนั้นกูอุตส่าห์จะเข้าไปช่วยแนะนำดี ๆ แต่เสือกมาด่ากูว่าไม่มีมารยาท และด่าว่ากูโรคจิตอีก แล้วมึงรู้มั้ยว่าก่อนไป ยัยนั่นยังมาวิจารณ์สีผมของกูอีก ว่าทำสีผมแบบนี้คิดว่าเจ๋งมากนักเหรอ แบบนี้จะไม่ให้กูของขึ้นได้ไงวะ" คราวนี้อัคคีพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มพิกัด "ฮะ!!! อยู่เฉย ๆ ก็มาด่าเลยเหรอวะ หรือมึงไปทำอะไรน้องเขา" วายุฟังแล้วก็ถามกลับ เพราะไม่เคยมีใครกล้ามาทำกับสมาชิกแก๊งสี่ทิศแบบนี้จริง ๆ โดยเฉพาะกับอัคคีที่อารมณ์ร้อนเหมือนชื่อ คราวนี้อัคคีนิ่งไปสักพักในใจก็คิดว่า... 'จะให้บอกได้ไงวะ ว่ากูไปแอบจ้องยัยนั่นก่อน แล้วยังไปวิจารณ์ชุดของเธออีกต่างหาก ถึงถูกด่ามา' "โอ๊ยยยย มึงจะถามอะไรเยอะแยะวะ กูคงไม่ซวยได้เจอยัยนั่นอีกหรอก ถือว่าปล่อยเด็กไม่รู้ประสาไปก็แล้วกัน" อัคคีแกล้งพูดเบี่ยงประเด็นออกไป ก่อนจะพูดอีกว่า... "เดี๋ยวรีบไปเรียนดีกว่า แต่ขอไปห้องน้ำก่อน กูฝากมึงแวะซื้อแซนด์วิชให้หน่อยดิ เดี๋ยวกูไปจองที่ให้" อัคคีพูดขึ้นและลูบที่ท้องให้รู้ว่าทั้งหิวทั้งจะไปห้องน้ำ "เห็นว่าเป็นน้อง ชอบใช้งานพี่อย่างกูจังเลยนะ พูดขอร้องดี ๆ และเรียกพี่ลมก่อน" วายุพูดขึ้นอย่างจิกกัด "ไอ้พี่ลมครับ รบกวนแวะซื้อแซนด์วิชให้น้องไฟหน่อยนะครับ พอใจยังไอ้เหี้ย กูไปล่ะ ปวดท้องโว้ย" อัคคีพูดจบก็วิ่งไปทันที วายุมองตามอัคคีไป ก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วตะโกนตามหลังไปว่า... "ไอ้ไฟ โบราณเขาว่า เกลียดอะไรก็มักจะได้อย่างนั้นนะโว้ยยยย ระวังไว้เถอะมึง" อัคคีที่เดินไปก็พูดกับตัวเอง "หึ... ไม่มีทาง เกลียดก็คือไม่เข้าใกล้ปะวะ จะมาได้แบบนั้นได้ยังไง ไร้สาระ" จากนั้นก็เดินไปห้องน้ำ ก่อนที่จะเข้าห้องเรียน ทั้งสองคนไม่อยากเจอกัน แต่ใครจะรู้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทั้งคู่ก็ต้องปะทะฝีปากใส่กันอีกครั้ง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม