บักห่าตำตับตำปอดมึงเอ๊ย ว่ามันเป็นคนฮู้ผู้ดีมาแต่เกิด เซอร์ไพรส์ครับคุณพ่อเทื่อเดียว เมียเกือบหายาดมให้กูบ่ทัน! (ไอ้ห่า ลูกชายเขามันเป็นเด็กดีมาตลอด เซอร์ไพรส์ครับคุณพ่อครั้งเดียว เมียเกือบหายาดมให้กูไม่ทัน!)
หลังจากให้ลี่หมวยกับหอมบัวดูแลเด็กน้อยคนนั้นไปก่อน ปราบที่พอจะตั้งสติได้บ้างแล้วจึงจ้องเขม็งลูกชายซึ่งไม่กล้าสบตาเขากับเสี่ยอยู่ตอนนี้อย่างเอาเรื่อง
ก็มีอย่างที่ไหน มันไม่ปริปากบอกอะไรพวกเราเลย กลับบ้านเกิดมาอีกทีก็พาเด็กหญิงที่อายุไม่เกินสามขวบมาให้แม่มันเลี้ยงทีเดียวเลย
ทั้งยังมากันแค่สองคนพ่อลูกด้วย
“มึงเว้ามาดุปานตะวัน มึงไปสี้เขาแล้วพลาดท้องอีน้อย ๆ นั่นมานำติ หัวมึงฉลาดเป็นกรด มึงสิบ่จักแนวที่มันเอิ้นว่าถุงยางอนามัยเลยบ่ มึงตอบกูมาดุบักลูกเวรอันนิ” (มึงพูดมาสิปานตะวัน มึงไปเอาเขาแล้วท้องเด็กคนนั้นมาด้วยใช่ไหม หัวมึงฉลาดเป็นกรด มึงจะไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าถุงยางอนามัยเลยเหรอ มึงตอบกูมา ไอ้ลูกเวรคนนี้)
“ปราบ ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากับลูกมัน” อดีตเจ้าของโรงสีจำต้องปรามหลานชายของตนเอง ยามเห็นว่าปราบมันคงจะนึกโมโหลูกชายเป็นอย่างมาก เพราะเห็นแบบนี้มันก็สอนปานตะวันเสมอว่าให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ หากไม่รักไม่ชอบจริง ๆ ก็ไม่สมควรจะเล่นไปเรื่อย เพราะราคาที่ต้องจ่ายก็ตามที่เห็นเลย
แม้ว่าเราจะมีพร้อมทุกอย่าง แต่เด็กคนหนึ่งก็ควรได้เกิดมาแบบมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม แต่ถ้าพลาดไปแล้วก็ต้องทำให้ทุกอย่างมันออกมาดีที่สุด
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับ”
“มึงขอโทษกูมาตั้งแต่เห็นหน้ากันแล้วปานตะวัน สรุปแนวใด๋ มึงสิบ่เว้าหยังเลยติ หรือมึงบ่ได้เห็นกูกับแม่มึงเป็นครอบครัวเลย ซั่นกะสิกลับบ้านมาหาสะแตกหยัง หนีไปอยู่กับลูกมึงสองคนพุ้นไป” (มึงขอโทษกูมาตั้งแต่เห็นหน้ากันแล้วปานตะวัน สรุปยังไง หรือมึงไม่ได้เห็นกูกับแม่มึงเป็นครอบครัวเลย งั้นจะกลับบ้านมาทำไม หนีไปอยู่กับลูกมึงสองคนนู่นไป)
“ปันหยีไม่ได้พลาดเกิดมาครับ แต่เป็นผมที่ทำพลาดในความสัมพันธ์นี้เองตั้งแต่ต้น”
บิดาที่นึกโมโหจนเลือดขึ้นหน้าอยู่ในตอนแรก พยายามผ่อนลมหายใจออกมาแล้วใช้ฝ่ามือลูบใบหน้าของตัวเองแรง ๆ ตอนได้ยินในสิ่งที่ลูกชายอายุไม่เท่าไหร่กล่าวตอบ ประกอบกับเสี่ยใช้ไม้เท้าสะกิดเบา ๆ เพื่อเป็นการเตือนรอบที่สอง
อนาคตยังไปได้ไกลกว่านี้แท้ ๆ แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าเด็กน้อยคนนั้นไม่ใช่ความผิดพลาด เออ จะลดโทษให้มันครึ่งหนึ่งก็ได้ เพราะอย่างน้อยปานตะวันก็ดูจะมีความเป็นพ่อคนอยู่มาก
ก่อนเสียงเอะอะโวยวายด้านล่างจะส่งผลให้ปราบต้องคิ้วขมวดขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งเป็นเสียงกรีดร้องของเด็กน้อย ก็รู้ได้เลยว่า ทั้งพ่อทั้งแม่มันก็คงจะไม่มีใครเลี้ยงเด็กคนหนึ่งได้สันทัดขนาดนั้น ฉะนั้นขอถอนคำพูดเมื่อสักครู่
ลูกชายเขามันถึงได้หอบเด็กหญิงกลับมาด้วยแบบนี้!
“เอาแนวใด๋นิ ลูกมึงมามื้อแรกกะอาละวาดเลย กูเอาเขียดตีปากจักเทื่อซะบ่บักปานตะวัน บักลูกเวร!” (เอายังไงเนี่ย ลูกมึงมาวันแรกก็อาละวาดเลย กูเอาเขียดตีปากสักครั้งดีไหม ไอ้ปานตะวัน ไอ้ลูกเวร!)
มือเล็กยกลิปสติกราคาแพงที่เก็บเงินซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองขึ้นแตะที่ริมฝีปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนดวงตากลมโตจะขยายออกกว้างในตอนที่เห็นเงาสะท้อนผ่านบานกระจกว่าสีของมันช่างละมุนละไมถูกใจมากแค่ไหนสมกับที่แอบจิ๊กเงินย่าสวยตามสั่งมาเกือบห้าร้อยเพื่อให้คบในส่วนที่ขาดเหลือ
แม้จะไม่ได้รวย ทว่าที่ดินก็มีตั้งเยอะแยะ จะแบ่งให้หลานคนนี้ขายเอาเงินมาซื้อความสุขเล็กน้อยหน่อยก็ไม่ได้!
เรียนจบมาแล้วยังไม่มีงานเป็นชิ้นเป็นอันทำ น้อง ‘จุ๋มจิ๋ม’ คนนี้เลยต้องวิ่งรับจ๊อบให้ย่าสวยใช้เป็นทาสอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยขอไปทำงานที่กรุงเทพกับกลุ่มเพื่อน
แต่ผู้ชายมีปมแบบพ่อก็หาได้ยอมให้ลูกสาวคนเดียวอย่างเธอนั้นห่างสายตา ก็ทราบแหละว่าผู้ใหญ่อยากให้ดูด้วยตอนแก่เฒ่า ฉะนั้นจุ๋มจิ๋มก็จะอยู่ให้ปวดหัวกันไปข้างเลย
ส่วนชาวบ้านชาวช่องจะเอาไปนินทาว่าเรียนจบมานานแล้วเกาะที่บ้านกินอย่างไรเธอก็ไม่ได้สนใจหรอก ไม่ได้หาข้าวหาน้ำป้อนใส่ปากตั้งแต่แรกเกิดนี่นา
ช่างยุ่งไม่เข้าเรื่อง!
“ให้แต่งเข้าไป ร้านตามสั่งฉันไม่ใช่คณะลิเกนะจุ๋มจิ๋ม ใครมันจะมาดูเอ็งอยู่นั่น”
“โอ๊ย ย่า น้องก็ไม่ได้จะแต่งให้ใครดูไหม ย่าก็รู้ว่าน้องไม่เอาใครหรอก ถึงน้องจะสวย แล้วก็น่ารักขนาดนี้ แต่น้องก็รักพี่ปานตะวันคนเดียวจ้ะ ไม่เปลี่ยนใจไปหาใครอื่นแน่นอน”
ก็ขนาดที่ว่ามีหนุ่ม ๆ มาขายขนมจีบให้หลานสาวย่าสวยตามสั่งทุกวัน คนที่หัวหมออยากจะเรียกลูกค้าเข้าร้านย่าก็ทำเพียงแค่ยิ้มหวานให้เท่านั้น
ทั้งที่จะรับสินน้ำใจจากคนพวกนั้นมาเลยก็ได้ แม่ค้าตามสั่งเลยทำเพียงส่ายหัวให้ยัยเด็กแสบ ที่พ่อมันมาฝากเลี้ยงไว้กลับหล่อนตั้งแต่ตัวเท่าเอว ตอนแยกทางกับผู้เป็นแม่ หญิงสาวใบหน้าสะสวยจากเมืองกรุงคนนั้น
“ปานตะวันเหรอ ไม่ใช่ว่าป่านนี้มีแฟนไปแล้วหรือยังไง เอ็งชอบพี่เขามาตั้งแต่ตัวเท่าเม็ดถั่ว หายไปเรียนตำรวจตั้งกี่ปี ป่านนี้ฉันว่าเด็กคนนั้นมันมีเมียไปแล้ว”
“ย่าหยุดเลย พี่ปานตะวันเขาไม่ใช่คนที่จะชอบใครง่าย ๆ นะ”
“เออ แล้วมันก็คงจะไม่ชอบเอ็งด้วย ลุกไปเตรียมเปิดร้านได้แล้ว ยิ่งช่วงนี้คนกลับบ้าน เดี๋ยวไม่ทันขายของต้อนรับปีใหม่”
“จ้า ๆ รับทราบแล้วจ้า”
หลังคุยกับผู้เป็นย่า กายเล็กสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จโดยไม่ลืมฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อน ๆ ตามก็รีบวิ่งออกจากห้อง อีกทั้งเวลาจะออกจากบ้านไปไหนมาไหนก็ต้องแจ้งกับบิดาก่อน ไม่เจอพ่อที่หลังบ้านโดยเลี้ยงไก่เอาไว้เป็นโขยงก็ต้องเดินมาดูที่ใต้ถุน
“พ่อภีมจ๋า...”
กำลังจะแหกปากสุดเสียงก็จำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว เนื่องจากเห็นว่าผู้เป็นพ่อกำลังมีแขก แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
เป็นว่าที่พ่อผัวของน้องจุ๋มจิ๋มเอง!
“สิบโมงแล้ว หากะตื่นติ” (สิบโมงแล้ว เพิ่งตื่นเหรอ)
เพียงได้สบตา ก็รู้ได้เลยว่าพี่ปานตะวันนั้นได้ใครมา วาสนาน้องจุ๋มจิ๋มมาก
“ลุงปราบสวัสดีจ้ะ น้องจุ๋มจิ๋มกวาดกับถูบ้านช่วยย่าอยู่จ้ะ เลยเพิ่งลงมา ว่าแต่จะเอาน้ำไหมจ๊ะ เดี๋ยวจุ๋มจิ๋มรีบขึ้นไปเอามาให้”
“บ่ต้อง ๆ ลุงมาแต่ดนละ ว่าสิเมือแล้วล่ะ” (ไม่ต้อง ๆ ลุงมาตั้นานแล้ว ว่าจะกลับแล้วล่ะ)
“อ๋อ งั้นไปดีมาดีนะจ๊ะลุงปราบ บ๊ายบายจ้า”
เจ้าของชื่อทำเพียงพยักใบหน้าให้ลูกสาวของเพื่อนสนิท หันมองภีมอีกครั้งด้วยความรู้สึกหลากหลาย เนื่องจากที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าจุ๋มจิ๋มมันคิดยังไงกับลูกชายของตนเอง
ช่างเหมือนสมัยที่แม่ของปานตะวันวิ่งตามจีบเขา ทว่ากรณีของลูกสาวเพื่อนก็ไม่รู้ว่ามันจะหนักหนาสาหัสกว่าหรือไม่
“มองพ่อทำไม”
“ลุงปราบมาทำไมเหรอจ๊ะพ่อ”
“เรื่องงาน”
“งานอะไรล่ะ บอกหน่อยไม่ได้เหรอ”
“มันชวนพ่อลงรองนายกปีนี้”
“ห้ะ ลุงปราบจะเล่นการเมืองท้องถิ่นเหรอพ่อ ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ ไม่ใช่ว่าลุงปราบอยากเกษียณมาเลี้ยงไก่แล้วเหรอ”
“มันไปบนไว้บอกจะทำเพื่อสังคม ถ้า...”
“ถ้าอะไรจ๊ะ”
ภีมช่างใจกับตนเองอยู่นาน ว่าจะบอกเรื่องที่เพิ่งได้ยินจากปากเพื่อนสนิทไปเลยดีหรือไม่ แต่ไม่ช้าก็เร็วยังไงลูกสาวของเขาก็ต้องทราบเรื่องนี้อยู่ดี
งั้นบอกให้จุ๋มจิ๋มได้ทำใจเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยจะดีกว่า เพราะปราบมันก็ช่วยเขามาหลายอย่าง ยังไงครั้งนี้ก็ต้องลงสมัครรองนายกกับมัน
“ถ้าปานตะวันกลับมาทำงานที่นี่”
“กรี๊ดดด!”
ไม่ผิดจากที่คาดเอาไว้ว่าต้องได้ยินลูกสาวแหกปากร้องลั่น
“น้องจุ๋มจิ๋ม”
“จ๋า แต่พ่อภีมลงเลยนะ ลงเลย เดี๋ยวน้องให้เพื่อนช่วยเลือกเอง! ลุงปราบได้เป็นแน่นอนจ้ะ”
“ฟังพ่อก่อนลูก ปานตะวันน่ะ พี่เขามีครอบครัวแล้วนะ ระหว่างนี้ถ้าบ้านเราทำงานด้วยกัน พ่ออยากให้น้องระวังเรื่องการแสดงออกว่าชอบพี่เขา”
“คะ...คือยังไงจ๊ะ”
“พี่เขาหอบลูกสาวกลับมาบ้านด้วยจะเป็นสัปดาห์แล้ว”
“อ้าว ฉันสั่งว่ายังไงจุ๋มจิ๋ม เอ็งยังไม่ขยับไปถึงไหนอีกเหรอ”
“ฮืออ ย่าจ๋า ปิดร้านวันหนึ่งได้ไหม น้องจุ๋มจิ๋มอกหัก!”
TBC.