แสงพระอาทิตย์ยามเย็นร่ำไร หลานชายเจ้าของสระปลาขนาดใหญ่เหลือบมองบุคคลที่ต่อสายมาหากันเมื่อวันก่อนอย่างไม่เชื่อสายตาว่านายตำรวจจะแวะเวียนมาเจอเพื่อนสมัยเด็กซึ่งหลายคนนั้นเลือกลาหยุดเพิ่มเพื่อที่จะกลับกรุงเทพไปหลังช่วงปีใหม่
“เชี่ย บักตะวันมาอีหลีว่ะ ไผเสพอยู่กะเซาเด้อสู ถืกมันรวบกูบ่มีเงินไปประกันโตใด๋” (เชี่ย ไอ้ตะวันมาจริงว่ะ ใครเสพอยู่ก็หยุดเดี๋ยวนี้ ถูกมันรวบกูไม่มีตังค์ไปประกันตัวนะบอกก่อน)
“อือ ห้องขังยังว่างอยู่ พวกมึงอยากลองไปนอนดูสักคืนไหมล่ะ”
เจ้าของใบหน้าหล่อที่ออกไปทางตี๋หน่อย เนื่องจากมารดานั้นเป็นลูกเสี้ยวประกอบกับต้นตระกูลก็มีเชื้อสายจีนอยู่แล้วกล่าวตอบกลับไปหยอกล้อกลุ่มเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานมากโข
แล้วจะให้ปานตะวันจับเพื่อนไปในข้อหาอะไร เพราะมากสุดตอนนี้เห็นแค่พวกมันตั้งวงเหล้ากับลงสระปลา ตามประสาได้กลับบ้านเกิดแบบหนึ่งปีต่อครั้ง ยังดีที่มันตรงกับวันหยุดแล้วลูกสาวก็เข้าในเมืองกับเจ้าโรมและรัน เขาจึงมีโอกาสได้มาเจอเพื่อนสนิทสมัยเด็ก
“เซาเถาะ พวกกูขี้เหล้าซื่อ ๆ เพื่อน บ่ได้นิยมเป็นขี้คุก” (หยุดเลย พวกกูขี้เหล้าเฉย ๆ เพื่อน ไม่ได้นิยมเป็นขี้คุกเนอะ)
“หึ” ผู้กองหนุ่มขบขันออกมาในลำคอ ก่อนจะชําเลืองมองหลานชายเจ้าของสระที่กำลังเดินตรงมาหากันพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมือ ซึ่งปานตะวันก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะตั้งใจมาร่วมวงกับเพื่อนอยู่แล้ว
“เป็นใด๋ เป๋จนได้กลับมาอยู่บ้านเลยติมึง” (เป็นยังไง เป๋จนได้กลับมาอยู่บ้านเลยเหรอมึงอะ)
ลีมันไม่ได้จะซ้ำเติมเขา แต่ที่ถามไถ่ออกมาแบบนี้ ก็มีแต่ความเป็นห่วงทั้งนั้น นัยน์ตาคมเข้มยังคงมองกลุ่มเพื่อนที่ลงหนองหว่านแหหาปลากันอยู่ มือหนายกแก้วเหล้าขม ๆ ขึ้นดื่มครั้งเดียวจนหมด
“อือ ก็อย่างที่เห็น”
“กูเหลือใจแทนหลาย มึงดีปานนี้ยังถืกแม่ของลูกทิ่มอีก” (กูไม่อยากเชื่อเลย มึงดีขนาดนี้ยังโดนแม่ของลูกทิ้งอีก)
“ไม่รักกันแล้วมันก็เรื่องธรรมแหละ”
“ครับ บักพระเอกใหญ่ แล้วแบบนี้น้องกูมีสิทธิ์บ่นิผู้กอง มันถ่ามึงมาเป็นสิบ ๆ ปี กูกะฮู้แหละว่ามึงบ่ได้คึดหยังกับจุ๋มจิ๋ม แต่คนมันมักเนาะ กูกับลุงภีมกะจักสิว่าแนวใด๋แล้ว” (ครับ พ่อพระเอกใหญ่ แล้วแบบนี้น้องกูมีสิทธิ์ไหมผู้กอง มันรอมึงมาเป็นสิบ ๆ ปี กูก็รู้แหละว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับจุ๋มจิ๋มมัน แต่คนมันชอบอะ กูกับลุงภีมก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้ว)
“ปล่อยไป”
“ห้ะ?” ยังไม่ทันที่ลีจะได้เข้าใจประโยคของเพื่อนตัวดีเลย อีกฝ่ายวางแก้วเหล้าลงได้ก็ถอดท่อนบนออกเผยให้เห็นร่างกำยำแบบฉบับพวกนายตำรวจที่ดูแลตัวเองมาอย่างดีทันที
ลีเห็นยังอดที่จะมองตามหุ่นของเพื่อนตัวเองไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงถ้ายัยเด็กคนนั้นลงมาเห็นจะขนาดไหน ยิ่งมีพวกสาว ๆ ของบ้านเสี่ยสิบเพชรให้ท้าย เขาก็ขอให้คุณพ่อลูกหนึ่งมันรอดพ้นจากจุ๋มจิ๋มไปให้ได้ก็แล้วกัน
เนื่องจากเจ้าตัวได้ทราบแล้วว่าปานตะวันมันไม่ได้มีพันธะกับใคร คงจะพร้อมพุ่งตัวเข้าใส่เต็มที่ ผิดกลับวันเคาท์ดาวน์ที่มันเมาแอ๋เกือบสร้างเรื่องให้ลุงภีมต้องไปขัดกำแพงวัด! เพราะเพื่อนเขามันลากจุ๋มจิ๋มไปฉี่อีกฝั่งแทน
“พี่ลี! เชี่ย...”
นั่นไง พูดยังไม่ทันจะขาดคำเลย ตัวป่วนมันก็หอบหิ้วพวกเครื่องดื่ม กับแกล้มจากร้านย่าสวยมาประเคนให้ถึงที่แล้ว แต่ก็เป็นลีเองนั่นแหละที่สั่งว่าถ้าปิดร้านช่วยย่าเสร็จแล้วให้ลงมาหาที่นี่
“อีหยัง น้ำลายไหลแล้วจุ๋มจิ๋ม มึงกะอย่าโพดหลาย” (อะไร น้ำลายไหลแล้วจุ๋มจิ๋ม มึงก็เกินไปมาก)
“ขาวมากจ้ะ! แล้วทำไมพี่ลีไม่บอกว่าพี่ปานตะวันก็มาด้วย”
“มันมาแล้วเป็นหยัง” (มันมาแล้วทำไม)
“ก็น้องจุ๋มจิ๋มจะได้แต่งตัวสวย ๆ ตามลงมาตั้งแต่บ่ายไง พี่ลีไม่ได้เรื่องเลยอะ จะฟ้องป้าแสงว่ามีวันหยุดทั้งที พวกพี่ก็เอาแต่ตั้งวงเหล้า!”
“เดี๋ยวกูสิได้ล็อกคอให้ขาดอากาศหายใจตายตั้งแต่ตอนนี้แล้วค่อยส่งร่างคืนตาภีม” (เดี๋ยวกูจะได้ล็อกคอให้ขาดอากาศหายใจตายตั้งแต่ตอนนี้แล้วค่อยส่งร่างคืนตาภีม)
“กรี๊ดดด พี่ลีอย่าทำตัวเป็นฆาตกรนะ!”
เสียงกรีดร้องชวนแสบแก้วหูส่งผลให้ชายหนุ่มที่ลงไปเก็บปลาช่วยเพื่อนอยู่หันกลับขึ้นไปมองข้างบน พบเป็นลูกสาวเจ้าของสระกับลีนั้นหยอกล้อด้วยการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ แล้วตัวจุ๋มจิ๋มมันก็แค่นั้น ไม่เข้าใจว่าเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเด็กจะไปแกล้งลูกพี่ลูกน้องตัวเองทำไม
แล้วอาการชวนหงุดหงิดใจแปลก ๆ ก็ทำเอาเสียงทุ้มต้องเปล่งออกไปก่อนสมองจะประมวลผลเสียอีก
“ลี ขอถังใส่ปลาหน่อย ไม่อยากโยนขึ้นไป”
ใบหูเล็กที่ได้ยินดังนั้นก็รีบสลัดตัวเองออกจากญาติผู้พี่ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาถังใส่ปลาให้นายตำรวจที่วันนี้แทบไม่หลงเหลือมาดผู้กองปานตะวันคนนิ่งขรึมดั่งทุกวันแบบที่เจอในที่ทำงานเลย
ทั้งลุคผู้บ่าวไทบ้านก็เล่นเอาหัวใจของน้องจุ๋มจิ๋มคนนี้มันเต้นแรงไปเสียหมด
“พี่ปานตะวันถังใส่ปลาจ้า”
“เฮ้ย!”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้รับเอาอะไรมาจากเด็กตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ ร่างแน่งน้อยบนขอบสระซึ่งน่าจะลื่นอะไรบางอย่างเข้าก็ล้มใส่ปานตะวันจนหงายหลังลงโคลนตมแบบที่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว
ยังดีที่ถังมันกลิ้งไปคนละทิศละทาง ไม่งั้นไม่อยากจะคิด หากว่ามันโดนหน้าชายหนุ่มเข้าคงจะเจ็บกว่าการรับเอาร่างจุ๋มจิ๋ม
“ฉิบ... ขอโทษจ้ะ น้องจุ๋มจิ๋มไม่ได้ตั้งใจ” เหตุก็ไม่ต้องถามถึงหรอก เพราะรีบไปหน่อย กลัวว่าผู้กองจะรอนาน ผลลัพธ์มันเลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น ตกสระไม่พอ ยังทำให้อีกฝ่ายเจ็บตัวไปด้วย แล้วปลาตัวใหญ่เมื่อครู่หายไปไหนแล้ว “ปลาล่ะจ๊ะ”
เห็นนายตำรวจใต้ร่างที่ตัวเองล้มใส่ยังแน่นนิ่งอยู่ ดวงตากลมก็สอดส่องหาปลาที่น่าจะตกอยู่แถว ๆ นี้ ก่อนช่วงก้นงอนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ตัวเองคร่อมทับอยู่ ด้วยความที่นึกว่ามันเป็นปลาหรือเปล่า มือเล็กจึงคว้าจับลูบ ๆ คลำ ๆ ดูด้วยความสงสัยใคร่รู้
อย่างน้อยถ้าเจอปลาตัวใหญ่ที่หลุดมือผู้กองไปเมื่อสักครู่ โทษจุ๋มจิ๋มก็น่าจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง
“ปล่อย”
“จ้ะ?”
“ที่ลูบ ๆ คลำ ๆ อยู่มันไม่ใช่ปลาจุ๋มจิ๋ม แต่เป็นลูกชายผม”
TBC.