“มะมี๊ขา!” ต่อให้จะร้องไห้สะอึกสะอื้น พอลงรถมาพบหน้าเด็กน้อยที่ไม่ได้เจอนาน ความเศร้าหมองในหัวใจก็คล้ายกับมลายไปอย่างน่าเหลือเชื่อ อีกทั้งพอได้ยินประโยคแบบนั้นออกมาจากปากของผู้กองปานตะวันความหวังอันริบหรี่ก็ราวกับมีแสงสว่างส่องรอดลงมาถึงต้นไม้ที่ใกล้จะเหี่ยวเฉาเสียอย่างนั้น เหอะ ตบหัวแล้วลูบหลังหรือ ปานตะวันรู้จักจุ๋มจิ๋มน้อยไปเสียแล้ว! “อ้าว คุณจุ๋มจิ๋มสวัสดีครับ วันนี้ช่วงเช้าติดธุระเหรอครับ ผมก็ว่าไม่เห็นใครมาเชียร์ปันหยีเลย นอกจากลุงคนนั้น ผมเลยอยู่เป็นเพื่อนแกก่อนน่ะครับ” ไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวที่ได้ยินประโยคดังกล่าวแล้วต้องขมวดเรียวคิ้วประสานกัน ผู้กองที่เดินตามหลังมาเองก็ด้วย ก่อนปานตะวันจะหันไปหาคนขับรถที่ให้มาส่งเด็กตัวเล็กในชุดเจ้าหญิงและมารดาแท้ ๆ ช่วงเช้าตรู่ของวัน “คุณเธอขอใช้รถ แล้วบอกว่าอยากไปนั่งทานกาแฟที่ห้างครับ” “โดยทิ้งลุงกับปันหยีไว้?” “อ่า ครับ” “แล้วเงินที่ผม

