ตอนที่ 1 - หางานพาร์ทไทม์ (1/3)
| มินตรา |
ติ๊งต่อง~ เสียงสัญญาณประตูเลื่อนอัตโนมัติของร้านสะดวกซื้อดังขึ้น หลังจากฉัน ‘มินตรา’ ผู้เป็นแคชเชียร์กะดึกของร้าน คิดเงินให้กับลูกค้าหนุ่มที่เข้ามาซื้อซาลาเปา ขนมจีบ รวมทั้งผ้าอนามัยห่อใหญ่ให้ผู้เป็นเมีย ก่อนที่ ‘หนูแนน’ สาวร่างท้วม เพื่อนกะดึกที่ยืนข้างๆ จะนินทาลูกค้าคนนั้นขึ้นมา
“ผู้ชายแบบนี้น่ารักเนอะแก มาซื้อผ้าอนามัยให้เมียด้วยอะ”
“อืม น่ารักดี แต่ฉันไม่เคยมีโมเมนต์นี้ว่ะ แกก็รู้ฉันเคยมีแฟน แต่ก็นะ ไอ้ห่านั่นแม่งห่วยแตกสุดๆ เบียดเบียนเงินฉันเอาไปทำเรื่องไร้สาระไม่พอ ยังไม่รู้จักทำมาหาแดกอีก” ฉันตอบกลับไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก เมื่อหัวข้อสนทนาพาให้วกเข้าเรื่องไอ้แฟนเก่า ตัวเหี้ยที่เคยเข้ามาในชีวิต
“มิน เพลาๆ หน่อย แกเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังร้อยรอบแล้วมั้ง เรื่องแฟนเก่าแกน่ะ”
“ก็มันเจ็บใจนี่หว่า ล่าสุดมันบอกจะคืนเงินที่ยืมฉันไปแต่งรถกระบะซิ่งบ้าบอนั่น แต่จนแล้วจนรอด ผัดมาเกือบเดือนแล้ว ก็ยังไม่ได้เงินคืนสักบาท”
“อ้าว…ฉันคิดว่าแกได้เงินจากมันแล้วซะอีก”
“ได้กับผีอะดิ แล้วตอนนี้ที่โรง’ บาลเขาก็ทวงเงินค่าผ่าตัดแม่มาแล้ว เขาบอกให้เวลาสิบห้าวัน ไม่งั้นทางฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลเขาจะทำเรื่องฟ้องฉันแล้ว นี่แม่ฉันตายไปสองปีแล้ว ฉันยังใช้หนี้เขาไม่หมดสักที เครียดว่ะแนน”
“แล้วนี่แกจะหาเงินจากไหนเป็นแสนๆ วะ”
“เขาบอกทยอยจ่ายได้ แต่นี่ยังไม่รู้เลยจะเอาจากไหนมาจ่าย ฉันอาจจะต้องหางานเสริมสักงานสองงานละมั้ง”
“เออ...ใช่ ฉันลืมเล่าให้แกฟังเลย แกจำน้องแป้งที่เคยทำงานอยู่สาขาเราได้ปะ ตอนนี้นางได้งานพาร์ทไทม์เป็นเอ็กซ์ตร้า เป็นตัวประกอบในละครหรือซีรีส์สักเรื่องนี่แหละ น้องมันบอกเงินดี วันนึงหลังจากหักค่าหัวคิวแล้วได้เป็นพัน แกลองโทรหามันดูดิ เผื่อน้องมันจะช่วยแกได้”
“ไอ้แนน แกใจเย็น แกดูสารรูปฉันก่อนมั้ย หน้าก็มัน หัวก็ฟู แถมยังสูงไม่ถึงร้อยหกสิบอีกต่างหาก อย่างฉันจะแคสต์ผ่านเหรอวะแก ถ้าน่ารักหุ่นดีอย่างไอ้แป้งก็ว่าไปอย่าง”
“แก นี่แกไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าตัวเองน่ะสวยมาก อย่างแกน่ะเอาไปขัดสีฉวีวรรณ แต่งหน้าทาปากสักหน่อยก็สวยเช้งวับแล้ว เผลอๆ สวยกว่านางเอกละครทีวีซะอีก”
“แล้วเดือนนึงต้องถ่ายกี่วัน เยอะมั้ย” เมื่อเริ่มเห็นค่าจ้างที่ไอ้แป้งได้รับ ตาฉันก็เริ่มลุกวาว อย่างน้อยเดือนนึงก็น่าจะได้เกือบหมื่นแหละ
“ฉันว่าแกลองโทรไปหาน้องมันดูดีกว่า ถามฉัน ฉันไม่รู้หรอก” หนูแนนว่าแล้วก็หันไปทักทายลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้าร้าน ก่อนฉันที่เห็นว่าร้านมีลูกค้าอยู่เพียงคนเดียว จึงขอปลีกตัวไปโทรหาน้องแป้ง ตอนนี้ยังไม่ดึกมาก น้องอาจจะยังไม่นอน
ฉันรีบเดินไปห้องสต็อกด้านหลัง หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วกดหาน้องแป้งทันที ก่อนสัญญาณจะดังเพียงไม่กี่ตู๊ด ปลายสายก็กดรับ
“แป้ง นี่พี่มินนะ”
“ค่ะพี่มิน โทรมามีอะไรรึเปล่าคะเนี่ย”
“คือพี่มีปัญหาเรื่องเงินว่ะ”
“โอ๊ย…พี่มิน พี่โทรหาผิดคนแล้ว”
“เปล่าๆๆ พี่ไม่ได้จะยืมเงิน คือเห็นไอ้แนนบอกว่าเราไปเป็นตัวประกอบละคร พี่สนใจ อยากหาพาร์ทไทม์ทำเพิ่ม”
“อ้อ ถ้าแบบนี้โทรมาถูกคนแล้ว”
“แล้วเดือนนึง ต้องไปถ่ายกี่วัน กี่คิว อะไรยังไงบ้างอะแป้ง”
“บอกไม่ได้เลยพี่ แล้วแต่ทางโมเดลลิ่งเขาจะเรียกค่ะ แต่ถ่ายกี่วัน หนูว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับพี่หรอก เพราะพี่ทำงานกะกลางคืน ส่วนมากคิวที่ถ่ายจะเป็นตอนกลางวัน ไปเช้าเจ็ดโมงแปดโมง เย็นๆ ก็เลิก หรือวันไหนถ้ากองถ่ายเขาถ่ายกลางคืน พี่ก็แค่ขอสลับเวร ง่ายๆ เลย”
“แล้วเงินล่ะแป้ง เงินดีมั้ย”
“ที่หนูทำมา เดือนนึงก็หลักหมื่นอยู่นะ ถ้าพี่มินสนใจ เดี๋ยวหนูส่งเบอร์โมเดลลิ่งให้ในไลน์นะคะ”
หลังจากวางสาย ไม่ถึงนาที ฉันก็ได้รับชื่อและเบอร์ของพี่โมเดลลิ่งคนที่หางานให้เธอ
ไอ้มินจะเคลียร์หนี้ได้ก็คราวนี้แหละเว้ย!!
จะว่าไปชีวิตฉันมันก็ลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้มานานแล้ว เด็กสาวจากบ้านนอก เรียนจบมอหกได้ ก็รีบเก็บผ้าเก็บผ่อนมาทำงานในเมืองหลวง เพราะอยู่ที่นั่นไปก็ไม่มีอะไรที่จะทำแล้วได้เงินพอสำหรับค่ารักษาแม่ที่ตอนนั้นป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย
อย่างน้อยอยู่ที่นี่ก็มีเงินเดือนหลักหมื่น บวกกับขายเสื้อผ้าผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็พอได้เงินหลักหมื่นส่งไปใช้หนี้ค่ารักษาแม่ในแต่ละเดือน
แต่นั่นแหละ พอมีแฟน ก็ดันใจอ่อนเอาเงินเก็บที่ก็มีอยู่น้อยนิดให้ไอ้แฟนชั่วไปแต่งรถ ถลุงเงินจนหมดแทบไม่มีเหลือ โชคดีที่ฉันหมดประโยชน์ มันเลยทิ้งฉันไปหาเหยื่อคนใหม่ ก่อนหนูแนนกับเพื่อนที่ทำงานอีกสองคนจะพาฉันไปแจ้งความ เพื่อให้มันยอมคืนเงิน
แต่ตอนนี้ในเมื่อฉันต้องรีบใช้เงิน รอมันไปก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นหลังจากเลิกงานตอนหกโมงเช้า รออีกสักสองสามชั่วโมง ฉันจึงโทรหาเจ๊มาลี สาวประเภทสองที่ทำงานโมเดลลิ่งแห่งนั้น
เมื่อโทรติด ฉันแนะนำตัวคร่าวๆ เธอจึงให้ฉันแอดไลน์ ส่งประวัติส่วนตัว ชื่อ นามสกุล อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก ความสามารถพิเศษ รวมทั้งรูปถ่ายทั้งแบบหน้าตรง หันข้าง หันสี่สิบห้าองศา เต็มตัว ครึ่งตัว หลายๆ มุม ให้เธอก่อนเที่ยง กระทั่งหลังจากนั้นอีกไม่กี่นาที เจ๊มาลีก็โทรบอกให้ฉันเข้าไปหาวันพรุ่งนี้ เพราะมีงานละครเรื่องใหม่ ต้องการตัวประกอบจำนวนมาก
นับว่าเป็นเรื่องดีที่ฉันจะหาเงินได้เพิ่ม ดังนั้น...ที่เหลือก็อยู่ที่วันพรุ่งนี้แล้วละว่า ฉันจะแคสต์ผ่านรึเปล่า