อดทน อดทน อดทน
หนูนาต้องอดทนกับคนแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในสายตาของพี่สาวเธอเลย ทว่ายังกล้ากล่าวประโยคเช่นนั้นออกมาเพื่อต้องการจะฟาดฟันให้ณีนรารู้สึกไม่ได้ต่างจากตัวเองหรือ
น่าสมเพช
รวมถึงต้องมาปั้นหน้ายิ้มทำราวกับว่ารักใคร่กับสามีนักหนา ในเช้าของวันงานทอดกฐินวัดภายในหมู่บ้านที่หนูนาก็เพิ่งจะทราบเช่นเดียวกันว่าตัวเองเป็นเจ้าภาพก่อนเวลาเริ่มไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
รู้ว่าราชสีห์ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อผู้เป็นบิดา หากแต่ก็ข้ามหัวทำอะไรไม่คิดจะบอกกล่าวกันเลยสักนิด
“ยิ้มก่อนครับ กล้องยังอยู่ข้างหน้า”
แห่กฐินรอบโบสถ์เสร็จแล้วเข้ามานั่งฟังพระสวด ณีนราที่ไม่สามารถข่มตาหลับนอนได้สนิทเลยตั้งแต่สามีนั้นตามติดแจมาอาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ด้วยกลอกตาออกมายามได้ยินคำสั่งของอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ข้างกาย
ทราบดีด้วยว่าเขาและเธอนั้นไม่มีใครสันทัดเรื่องเข้าวัดเข้าวาฟังธรรมะแบบนี้หรอก จะให้มายิ้มสุขใจตลอดเวลาทั้งที่ฟังพระท่านสวดไม่รู้เรื่องเลย ราชสีห์ไม่อายที่จะต้องแสดงละครหน่อยเหรอ
หรือจิตใจมันมืดบอดจนกู่ไม่กลับแล้วจริง ๆ บิดาอีกฝ่ายที่นั่งเยื้องกันไปก็เช่นกัน ทำราวกับว่าเข้าใจ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ขาวสะอาดอะไรเลย ภายในนั้นเหม็นเน่าไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
“ฉันรู้หน้าที่ของตัวเองดี ไม่ต้องมาสอน”
“ณีนรา”
เป็นสิบเพชรพรรณรายณ์ที่นั่งอยู่อีกด้านของบุตรสาวคนเล็กกล่าวปราม พอจะรู้ว่าเด็กทั้งสองไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ ทว่าเขาที่ผ่านโลกมาก่อนย่อมมองมันออกทั้งหมด นี่เลยเป็นเหตุว่าอย่างไรถึงยอมให้หนูนาตบแต่งแทนผู้เป็นพี่สาว
ขอแค่อย่าให้มันซ้ำรอยเช่นในอดีตก็เพียงพอแล้ว
“ขอโทษจ้ะเสี่ย”
ประเพณีทางพุทธศาสนาซึ่งพุทธศาสนิกชนนำผ้ากฐินและบริวารไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษาครบไตรมาสนั้นราบรื่นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
เจ้าภาพคนสวยที่ส่งครอบครัวตัวเองขึ้นรถกลับบ้านไปทำหน้าที่ของตนเองต่อแล้วยังคงจับจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่สร้างภาพให้ชาวบ้านชาวช่องได้เห็นอยู่ ราวกับว่าหากก้มกราบเท้าเพื่อขอคะแนนเสียงได้ ท่านอวัชกับพวกลูกชายก็คงจะทำไปแล้ว
เพียงแต่แบบนั้นคงจะเป็นการเล่นใหญ่เกิน รวมถึงหากไม่ใช่พวกที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันจริง ๆ ก็คงจะมองการละครแนบเนียนเช่นนี้ไม่ออกหรอก ชาวบ้านถึงได้ยิ้มต้อนรับอย่างเต็มอกเต็มใจหลังทราบข่าวว่าธรรมดำรงสกุลได้เกี่ยวดองกับพรรณรายณ์แล้ว
“หนูนา ๆ นั่นเด้ ลูกใภ้ว่าที่สส.เขตเฮา ซั่นอีหล่ามาตําบักหุ่งให้ท่านอวัชเพิ่นซิมเบิ่งแนลูก โตแทนโรงครัวยามเฮ็ดเวียกหรือมีบุญบ้านเลยใด๋ค่าผู้นี้” (หนูนา ๆ นั่นไง ลูกสะใภ้ว่าที่สส.เขตเรา งั้นหนูมาตำส้มตำให้ท่านอวัชชิมหน่อยลูก ตัวแทนแม่ครัวตอนทำบุญเลยนะคะคนนี้)
เจ้าภาพโรงทานใหญ่ที่สนิทกับลูกสาวเสี่ยเจ้าของตลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรรีบกวักมือเรียกตัวตึงของหมู่บ้านมาโชว์รสมือให้พ่อสามีได้ลิ้มลอง หลังท่านอวัชเดินพูดคุยปัญหาและรับฟังเสียงจากพวกชาวบ้านเสร็จ
ส่วนหญิงสาวที่ได้รับเกียรตินั้นก็รีบแสร้งยิ้มหวานหยดย้อยให้บุคคลที่เป็นสามีรวมไปถึงพ่อผัว ซึ่งไม่ให้ตัวเองเข้าไปเหยียบคฤหาสน์หลังโตเลยตั้งแต่แต่งเข้าตระกูล ผิดกับผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดที่ดูท่านว่าที่สส.แบ่งเขตจะให้การต้อนรับมากกว่า
ศึกพ่อผัวลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น
“อ่า ได้เลยจ้ะ หนูนาจัดให้เดี๋ยวนี้เลย”
กายเล็กแทรกเข้าไปยืนอยู่หน้าครกของซุ้มโรงทานที่วันนี้มีเจ้าภาพมาร่วมชนิดที่ว่าพวกชาวบ้านคงจะหอบหิ้วของฟรีกลับบ้านไม่หมด ไม่นับรวมกองกฐินที่พอหลายคนทราบว่าบ้านพรรณรายณ์เป็นคนดำเนินงานก็ส่งมาร่วมเสียหลายต้น
แม้ว่าจะยิ้มหวานให้กล้องซึ่งต้องนำไปลงในโซเชียลมีเดียเพิ่มคะแนนเสียงให้พ่อสามี ทว่ามือขาวนั้นก็กำพริกขี้หนูที่มันเผ็ดร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใส่เพิ่มเข้าไปอีก ก่อนจะลงมือตำส้มตำสูตรเด็ดให้ท่านว่าที่สส.ของชาวเราได้ชิม
“เรียบร้อยจ้ะ เป็นสูตรเด็ดของชาวบ้านที่นี่เลยด้วย หนูนารับรองว่าท่านอวัชต้องชอบมากแน่ ๆ จ้ะ”
อดีตนายทหารยศใหญ่ มีพวงมาลัยคล้องคอเสียยิ่งกว่าต้นโพธิ์กลางวัดในหมู่บ้าน ที่ต่อให้ใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ ทว่าคิ้วมันก็กระตุกจนแทบจะห้ามไม่ได้ในตอนที่มองหน้าลูกสะใภ้ของตัวเองสลับกับจานส้มตำในมือ
พริกสดเยอะกว่าเส้นมะละกอขนาดนี้ หากมันเป็นยาพิษว่าที่ท่านสส.เขตก็คงจะได้ลงไปชักดิ้นชักงอตั้งแต่นำมันเข้าปากเพียงคำเดียว
แต่ลูกสะใภ้ตำให้ชิมพร้อมทั้งชาวบ้านยังรอลุ้นปฏิกิริยาอยู่เช่นนี้ ก็คงจะหลีกเลี่ยงนำมันเข้าปากไม่ได้ และเพียงสัมผัสแตะโดนต่อมรับรส มันก็ชาจนมือไม้ชายวัยกลางคนจิกเกร็งไปเสียหมด
เห็นด้วยว่าคนตำนั้นกลั้นขำมากเพียงใด!
ทว่าเพื่อเส้นทางที่เขาต้องได้เป็นใหญ่ไปมากกว่านี้ จึงทำราวกับว่ามันคืออาหารรสเลิศนักหนา ปากกล่าวชมฝีมือลูกสะใภ้คนสวยกับพวกชาวบ้านออกไปไม่หยุด
ส่วนหนูนาที่แยกตัวออกมาจากวงสร้างภาพจอมปลอมเช่นนั้นแล้วก็ได้แต่ขำก๊ากออกมาสุดเสียง ใช้มือเล็กกุมหน้าท้องตัวเอง หลายคนที่ไม่รู้ว่าทั้งสองครอบครัวต้องดองกันเพราะอะไรคงจะมองภาพก่อนหน้านั้นด้วยความเอ็นดู
คิดว่าพวกเรารักใคร่กันดี รวมถึงแค่คะแนนเสียงที่มันจะมาจากบิดาของณีนรา ท่านอวัชก็ชนะคู่แข่งขาดรอยแล้ว ก่อนคนสวยจะมองไปทางเด็กคนหนึ่งที่ยืนจ้องเครื่องเล่นของพ่อค้าที่เขามาตั้งเตรียมเอาไว้ก่อนเวลา เนื่องจากตอนเย็นจะมีงานต่อ
“หนู ลูกเต้าเหล่าใครอะเรา ทำไมถึงอยู่คนเดียวล่ะ หลงกับพ่อแม่ปะเนี่ย”
แม้จะเป็นเพียงงานในหมู่บ้านที่เรารู้จักหน้าค่าตากันดี แต่ก็ใช่ว่าจะไว้วางใจได้ทั้งหมด รวมถึงไม่รู้ด้วยว่ามีบุคคลนอกซึ่งมีเจตนาแอบแฝงเข้ามาเพื่อทำเรื่องไม่ดีหรือไม่ ณีนราที่เห็นปากจัดเช่นนี้ตัวเธอเองก็มีนิสัยขี้สงสารไม่ได้ต่างจากคนในครอบครัวเลย จึงเดินไปย่อตัวคุยกับเด็กตรงหน้า
“ไม่ครับ พ่อเก็บขยะไปขายอยู่ตรงนั้น บอกให้มาเดินเล่นรอ”
ดวงตาคู่สวยหันไปตามมือเล็กที่ชี้บอกตำแหน่งไม่ได้ไกลมาก พบเป็นชายที่กำลังถือกระสอบเก็บขยะในงานที่มันสามารถขายเพื่อประทังชีวิตได้อยู่จริง ๆ ก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาคนเดียว
ที่มายืนจ้องเครื่องเล่นและมองเด็กคนอื่นอยู่เช่นนี้ ในความคิดของเด็กตรงหน้าจะบอบช้ำแค่ไหนกันนะ หนูนาเลยไม่ลังเลถือวิสาสะจับจูงมือเด็กชายเดินไปหยุดตรงหน้าเครื่องเล่น
“เล่นไหม เดี๋ยวพี่เล่นเป็นเพื่อนรอพ่อหนูทำงานเสร็จเอง”
“ผมไม่มีเงิน”
“พี่จ่ายเอง”
“ได้เหรอครับ”
“แน่นอน เล่นเสร็จเดี๋ยวพาไปกินข้าวต่อ ไม่ต้องกลัวนะ พี่ชื่อหนูนา รวยมากด้วย เหมารอบให้ได้สบายเลยไอ้หนู”
ภาพหนึ่งเด็ก หนึ่งผู้ใหญ่ซึ่งไม่รู้จักโตเอาเสียเลย บนเครื่องเล่นรถไฟความเร็วขนาดย่อมได้แต่ส่งผลให้บุคคลที่ไม่ได้กลับไปพร้อมบิดานั้นยืนล้วงกระเป๋ากางเกงเนื้อดีมองอย่างนิ่งงัน จนลูกน้องที่เห็นว่าเจ้านายของตัวเองเอาแต่สังเกตการณ์อยู่เช่นนี้เริ่มคิ้วขมวดเข้าหากัน
“เมื่อยไหมครับ ให้ผมไปเอาเก้าอี้ให้ไหม”
“ได้ก็ดี”
“ห้ะ ยังไงนะครับ หมายถึงนายจะนั่งเฝ้าภรรยากับเด็กคนนั้นอยู่ที่นี่เหรอครับ”
“อือ ส่วนอะไรที่มันโลดโผน เป็นอันตรายเกินไป ให้นำออกจากงานไปทั้งหมด จ่ายเท่าที่พวกเขาอยากจะได้ให้เรียบร้อย”
“เอ่อ... อย่างเช่นอะไรบ้างครับนาย”
“แทรมโพลีน”
“แต่เด็ก ๆ เขายังเล่นกันอยู่นะครับ”
“ทำไม่ได้?”
“ครับ! เดี๋ยวผมให้คนของเราจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับนาย”
อีหยังอีกน้อสู สั่งให้แย่งเป็นเจ้าภาพกฐินบ่พอ นายกูยังให้ยกเค้าของเล่นเด็กน้อยอีก มื้อ ๆ หนึ่งของกูนิ! (อะไรอีกวะ สั่งให้แย่งเป็นเจ้าภาพกฐินไม่พอ เจ้านายกูยังให้ยกเค้าของเล่นเด็กอีก วัน ๆ หนึ่งของกูเนี่ย!)
TBC.