เจอกันเย็นนี้ครับ คนสวย

1261 คำ
บัญชีเงินฝากแยกไว้ของณีนรามีเงินจำนวนสองล้านบาทโอนเข้ามาจริง ๆ ในเช้าวันถนัดมาที่เธอไม่ได้เห็นหน้าผู้ชายคนนั้นอยู่ที่บ้านของตนเองแล้ว เพราะพอสร้างภาพเสร็จเราต่างก็มีงานการที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีโคตร ๆ สำหรับเธอ มันแน่อยู่แล้วว่าเงินที่ได้มาจากราชสีห์ หญิงสาวก็ตั้งใจจะส่งต่อเพื่อมอบมันให้เป็นทุนการศึกษาของเก็นซึ่งได้ให้ภูมิลองสืบประวัติแล้วว่าเจ้าตัวเป็นเด็กดีที่ขยันเรียน แม้ว่าระดับหัวสมองจะจัดอยู่กลาง ๆ ไม่ได้เก่งมาก แต่มันก็เข้าข่ายทำให้หนูนาอยากจะสนับสนุนแล้วให้คนสนิทของตัวเองดำเนินเรื่องให้ต่อ อีกทั้งยังไม่ใช่แค่เก็น มีเด็กยากไร้คนอื่น ๆ ที่หนูนาพร้อมทั้งครอบครัวยินดีจะช่วยเหลือพวกเขา ไม่ได้สักแต่จะทำดีเพื่อเอารางวัลไว้การันตีความสำเร็จบารมีหรือส่งเสริมแบรนด์ข้าวตนเองเพื่อให้คนเชื่อถือ ทว่าที่ทำทั้งหมดมันมาจากหัวใจที่เป็นพรรณรายณ์อย่างแท้จริง เงินสองล้านที่ได้มาจากเขา หนูนาก็บอกกล่าวจุดประสงค์ของตัวเองออกไปแล้วด้วย ไม่คิดเลยว่าบุญกุศลที่อุทิศตอนกรวดน้ำจะแผ่ไปถึงผู้เป็นสามีแบบทันตาเห็น นั่นทำให้รู้ว่าเห็นแบบนั้นราชสีห์ก็มีจิตสํานึกอยู่เหมือนกัน “หนูณี จะไปโรงเรียนแล้วเหรอ” เห็นฝาแฝดของตนเองแต่งกายพร้อมออกไปทำงานก็รีบวางกาแฟดำขม ๆ หลังนั่งจิบมันไปได้ไม่เท่าไหร่ คว้าเอาแฟ้มเอกสารแล้วเดินไปช่วยพี่สาวถือสื่อการเรียนการสอนด้วยอีกแรง ส่งผลให้ณีนรินทร์ต้องยิ้มบางออกมา “ใช่ แล้วทำไมเราตื่นเช้าเชียว” “จะเข้าไปในเมืองน่ะ ไปกับหนูไหม เดี๋ยวแวะไปส่งเอง” “โอเค พี่รบกวนด้วย” เพราะชีวิตประจำวันมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ยิ่งปั่นจักรยานออกไปทำงานเอง ก็เอาแต่คิดถึงวันวานที่มีเขาคนนั้นมารอไปส่งณีนรินทร์อยู่ทุกวัน รถยนต์คันหรูถูกขับเคลื่อนออกมาจากบ้านเข้าสู่บริเวณหลังตลาดในช่วงก่อนจะเจ็ดโมงเช้า ณีนราที่ยังนั่งอยู่ตำแหน่งการควบคุมพวงมาลัยสอดส่องมองพี่สาว โดยลงจากยานพาหนะเพื่อนำมื้อเช้าง่าย ๆ ไปให้ยายวันดั่งเช่นทุกครั้งด้วยความรู้สึกหลากหลาย สงสาร เห็นใจ เจ็บปวด ทว่าตัวเองเธอก็ทำอะไรไม่ได้เลย เหตุเพราะโชคชะตาช่างเล่นตลกกับพวกเราเสียเหลือเกิน อย่างไรคนที่พี่สาวรักถึงได้เป็นสายเลือดของหญิงชั่วช้าคนนั้นด้วย หล่อนตายไปแล้ว แต่ก็ยังทิ้งความทุกข์เอาไว้กับพวกเราทุกคน แม้บิดากับมารดาจะไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมากับเรื่องนี้ แต่หนูนากับพี่สาวฝาแฝดก็ทราบดีว่าพวกท่านเองก็คงยากที่จะทำใจ ส่วนเฮียปราบก็ถึงขั้นไล่เอกราชให้ออกไปจากที่นี่จนมีปากเสียงกันกับปานตะวัน พอเด็กคนนั้นทราบเรื่องทุกอย่างแล้วก็แทบจะตัดปัญหาด้วยการจะลาออกจากงานที่ทำอยู่ เหตุด้วยไม่อยากให้เธอกับณีนรินทร์ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทว่ามันก็เพียงแค่นั้น เพราะคนมันได้กระหายอำนาจแล้ว อย่างไรก็สรรหาเรื่องอื่นมาบีบครอบครัวของเราอยู่ดี ส่วนเรื่องณีนรินทร์กับเอกราช ในเมื่อมันเป็นมาเช่นนี้ก็คงจะสุดแล้วแต่ชะตากรรม เพราะต่อให้เฮียปราบไม่เข้าไปขัดขวาง หนูนาก็คิดว่าเอกราชเองก็รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้อยู่ดี แล้วมันต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เธอถึงจะได้เห็นพี่สาวของตนเองกลับมายิ้มสดใสอีกครั้ง “ยังเมาอยู่ไหม ถ้าแกไม่คิดจะทำตัวดีขึ้นเลย จะได้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาจัดการต่อ” “พอจะคุยรู้เรื่องอยู่ อีกอย่างยายวันไม่ได้ยุ่งกับพวกรายวันแล้ว พี่เอกรู้คงจะดีใจมาก ๆ เลย หนูนากับริวยังพอติดต่อเขาได้อยู่ไหม” “หนูติดต่อไม่ได้ คิดว่าพี่เอกอาจจะทิ้งเบอร์ไปแล้ว ส่วนไอ้ริวมันก็บอกว่าช่วงนี้นาน ๆ ทีพี่เอกถึงจะรับสายมัน” “อ่า คงจะยุ่งมาก ๆ เลยเนอะ แต่แค่รู้ว่าเขาสบายดี พี่ก็ดีใจแล้ว ถ้าพวกริวจะส่งของไปให้พี่เอกเมื่อไหร่ บอกพี่หน่อยนะ ช่วงนี้ขยับตัวไปไหนลำบาก เพราะเฮียปราบให้คนมาดักรอที่โรงเรียนตลอดเลย” หนูนาที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่พยักใบหน้ารับพี่สาว บวกกับต้องรีบกะพริบดวงตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา แล้วใยโชคชะตาถึงได้ใจร้ายกับบุคคลทั้งสองขนาดนี้ ยังดีที่เธอช่วยเรื่องแต่งงานของพี่สาวได้ ไม่เช่นนั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าฝาแฝดของตนเองจะบอบช้ำแค่ไหน ส่งคุณครูเข้าสอนที่โรงเรียนเสร็จ คนที่ไม่ได้ต่างอะไรจากเจ้าของโรงสีซึ่งขึ้นรับหน้าที่แทนบิดาตั้งแต่เรียนจบใหม่ ๆ จึงมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองด้วยความเร็วของรถยนต์นำเข้า ก่อนเรียวคิ้วสวยจะขมวดเข้าหากัน ยามเห็นว่าเป็นสายจากใครที่ติดต่อเข้ามา ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน สามีของหนูนาช่างตายยากเช่นบิดาของอีกฝ่ายจริง ๆ “ว่า” [ประโยคแรกที่ทักทายสามี?] “แล้วจะให้ทักว่ายังไม่ตายอีกเหรอคะ แบบนั้นก็ได้นะ ฉันไม่ติดอะไรอยู่แล้ว” เสียงขบขันเล็กน้อยออกมาจากปลายสายยิ่งทำให้ณีนรานั้นนึกหงุดหงิดตั้งแต่เช้าของวัน หากแต่ก็ทำได้เพียงจิ๊ปากขัดใจออกไปเท่านั้น “แล้วจะขำหาอะไร คุณเสียสติไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหมราชา ราชสีห์” [ดุจัง] “รีบว่าธุระของคุณมาได้แล้ว” [เย็นนี้ค้างที่คฤหาสน์ธรรมดำรงสกุลนะครับ] “เรื่องอะไร ฉันมีบ้านให้กลับ ไม่จำเป็นต้องไปอาศัยหลับนอนที่ไหน” [เผื่อคุณณีนราลืมไปว่าเราแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้ตัวเองใช้นามสกุลของใครอยู่ ต้องให้ผมทบทวนความทรงจำให้หรือเปล่า] “ทำทานให้แค่ครั้งเดียว ไม่ใช่ว่าคุณจะมารุ่มร่ามยังไงกับฉันก็ได้” [แต่ถ้าเป็นหนูที่ร้องขอ อันนี้ก็ไม่ใช่ความผิดแด๊ดหรือเปล่าคะ] “คุณราชสีห์ ช่วงนี้ชีวิตมันสงบสุขมากหรือยังไง มีอะไรก็รีบแจ้งมา ทำไมฉันต้องอยู่ค้างที่นั่นด้วย จำได้ว่าพ่อผัวรังเกียจลูกสะใภ้คนนี้จนไล่ให้ไปอยู่เรือนหอที่โรงไม้ วันนี้จะเชิญเข้าบ้าน ว้าวจังเลยค่ะ” [แขกคุณพ่อผมจะมาร่วมทานข้าวด้วยน่ะครับ แต่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว] “งั้นก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ฉันจะต้องเสียเวลาไปหรือเปล่า” [จำเป็นครับ พรุ่งนี้ต้องออกไดร์ฟกอล์ฟต่อ รบกวนคุณภรรยาช่วยมาทำหน้าที่เป็นของประดับส่งเสริมบารมีสามีด้วยสักวัน หาชุดที่มันสั้น ๆ เข้ารูปหน่อยก็ดีครับ แขกเขาชอบอะไรแบบนั้น] “...” [เจอกันเย็นนี้นะครับ คนสวย] TBC.
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม