หลังจากวันที่มารดาเข้ามาคุยด้วยในห้องเกือบหนึ่งสัปดาห์ วสันต์ก็ได้รับการติดต่อกลับจากทางร้าน
ในตอนแรกคนที่โทรมาเป็นผู้ชายน้ำเสียงดุดัน มิหนำซ้ำตะเบ็งเสียงคุยกันหูแทบแตก เล่นเอาเจ้าของชื่อหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม นึกว่าธนาคารจ้างพวกอันธพาลตามมาทวงหนี้บัตรเครดิต
‘ชื่อวสันต์หรือเปล่า!’
‘คะ ครับ’
‘ศุกร์เที่ยงมาที่ผับเชอร์รี่สะดวกหรือเปล่า เจ๊จะเข้ามาสัมภาษณ์งาน’
นี่จึงเป็นสาเหตุที่รองประธานหนุ่มลางานครึ่งวันและมายืนอยู่หน้าผับเชอร์รี่ในตอนเที่ยงวันแบบนี้
มือหนาผลักประตูร้านเข้าไปก็พบกับความรู้สึกแปลกใหม่ นั่นคงเป็นเพราะปกติเขามาเจอร้านในเวลากลางคืนที่แสงสีเสียงจัดเต็ม ทว่าภายในผับตอนนี้กลับแตกต่างจากปกติ เก้าอี้ทุกตัวในร้านถูกยกคว่ำลงบนโต๊ะ ไฟนีออนและสปอตไลต์ถูกปิด มีเพียงไฟกลางร้านสีขาวให้ความสว่าง
“ชื่อวสันต์หรือเปล่า”
น้ำเสียงดุดันของใครบางคนเรียกเขามาจากทางบันไดชั้นสอง ชายหนุ่มจำได้ว่าเป็นเสียงเดียวกันกับที่โทรเข้ามาเมื่อหลายวันก่อน
“ครับ” เจ้าของชื่อตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ อย่างไรในตอนนี้ก็ต้องประจบเรียกความเอ็นดูเอาไว้ก่อน
“เจ๊รอ…อ้าว! คุณเรนนี่ คุณเรนนี่เปลี่ยนชื่อเป็นวสันต์ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
ตั้งแต่เกิด -_-;
กลายเป็นว่าคนโทรเรียกเขามาสัมภาษณ์ดังรู้จักตนเองเสียอย่างนั้น แม้ว่าวสันต์จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่ก็กดหน้าลงแทนการทักทายอย่างไม่ถือตัว แต่หากให้เดาคงเป็นพวกบอดีการ์ดหน้าร้าน เมื่อก่อนตอนเขาเมาแล้วบอดีการ์ดของที่นี่มักจะเรียกแท็กซี่ไปส่งที่คอนโดเป็นประจำ
“ชื่อจริงผมเองครับ” แน่นอนว่าเหตุผลที่เขาไม่ใส่ชื่อเล่นว่า ‘เรนนี่’ ลงไปในใบสมัครก็เพราะไม่อยากถูกเฌอริตาปัดตกตั้งแต่แรก
“นึกยังไงถึงมาสมัครเป็นบาร์เทนเดอร์ร้านเราครับเนี่ย” ผู้ชายตรงหน้าชวนเขาคุยขณะที่ผายมือเชิญเขาขึ้นไปยังชั้นสาม
“มาหาประสบการณ์ครับ”
ชายหนุ่มตอบเอาภาพลักษณ์ ไม่ได้บอกว่าความจริงแล้วเป็นเพราะอยากได้เจ้าของร้านมาช่วยปลดหนี้จนตัวสั่น
“ทำงานทั้งกลางวันกลางคืนเลยจะไหวเหรอครับ”
“ที่นี่เปิดถึงตีสอง ไม่ได้หนักอะไรขนาดนั้น” เขาตอบด้วยท่าทีสบายๆ ซึ่งคนถามก็พยักหน้าเห็นด้วย
กระทั่งประตูห้องทำงานถูกเปิดออก กลิ่นน้ำหอมเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของผับปะทะจมูกจนเห็นหน้าสวยๆ ลอยมา ทว่าเฌอริตาไม่ได้อยู่ที่ห้อง วสันต์จึงหันไปมองหน้าคนพามาเชิงตั้งคำถาม
“เจ๊ริต้ายังไม่มาครับ อีกประมาณยี่สิบนาทีถึงเวลานัด แถมยังต้องรอสัมภาษณ์บาร์เทนเดอร์อีกคนพร้อมกันด้วย”
“รับสอง?” แม้จะสงสัยอายุที่แท้จริงของว่าที่นายจ้างสาว แต่ตอนนี้เพลย์บอยหนุ่มมีเรื่องสำคัญให้ใส่ใจกว่านั้น
“รับคนเดียวครับ”
เวร! แล้วอีกคนมันต้องเป็นระดับมืออาชีพแน่ๆ แบบนี้เขาไม่มีทางได้งานนี้แน่นอน
หรือเขาควรจะเอาเงินที่หม่าม้าเพิ่งให้มา ยัดใต้โต๊ะให้อีกฝ่ายถอนตัวดีนะ
ก๊อกๆ
ยังไม่ทันได้หาทางออกให้ชีวิต ประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะพร้อมเปิดออกอีกครั้ง วสันต์นั่งไขว่ห้างยืดตัวตรง แอบมองกระจกฟิล์มสะท้อนเงาตนเองเช็กความหล่อ เมื่อเห็นว่าหล่อเหลาเหมือนทุกครั้งจึงยกยิ้มมุมปากเตรียมดูสีหน้าตกใจของอาเจ๊คนสวย
“เชิญนั่งรอที่โซฟาก่อนครับคุณเข็มทิศ”
รองประธานหนุ่มหันขวับไปมองคนเพิ่งเข้ามา ชื่อเมื่อกี้ไม่ใช่เจ้าของผับก็แสดงว่าเป็นคู่แข่งของเขา และเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายชัดเต็มสองตา คนตัวสูงก็ถึงกับกัดฟันแน่น
ไอ้หน้าหล่อนี่แต่งตัวสะอาดสะอ้านด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนถึงศอก สวมกางเกงสแล็กส์สีเดียวกันและคาดด้วยเข็มขัดอาร์มานีหัวเงินเงาวับ วสันต์นั่งจับจ้องทุกการกระทำของอีกฝ่าย หากมองผ่านๆ คงคิดว่าเป็นลูกผู้รากมากดีที่ไหนปลอมตัวมาตามหารักแท้ แต่กลิ่นน้ำหอมที่แสนเจือจางนั้นทำให้ชายหนุ่มเดาส่งๆ ว่าคงเป็นน้ำหอมเกรดตลาดนัดแบบฉีดแล้วกลิ่นกระจายในอากาศแต่ไม่ติดตัวคนฉีด
เพลย์บอยหนุ่มไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักอีกฝ่ายให้เสียบรรยากาศ หยิบโทรศัพท์ตนเองขึ้นมาไถฟีดเป็นการฆ่าเวลา กระทั่งรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังถูกจับจ้อง
“มองทำไม?”
ปกติเขาเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี แต่ขอยกเว้นกับไอ้นี่ไว้คนหนึ่ง แค่มองหน้าก็รู้สึกได้กลิ่นคนชั่วตลบอบอวลไปทั่วห้อง มันต้องเข้ามาโดยมีจุดประสงค์ไม่ดีอะไรแอบแฝงแน่ๆ
“ผมแค่คุ้นหน้าคุณ…”
“ไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า”
หากเป็นผู้หญิงทักแบบนี้ ปกติวสันต์คงตอบกลับไปว่า ‘อาจจะในฝัน’
แต่กับไอ้นี่ไม่ใช่ ถ้าเป็นในฝันก็คงเป็นฝันแนวสยองขวัญ
เมื่อได้ยินถ้อยคำปฏิเสธอย่างไร้ไมตรี คนถามก็นั่งเงียบไปจนรองประธานหนุ่มแอบแค่นยิ้ม
“คุณ…”
“อะไรอีก อ่านข่าวอยู่ไม่อยากคุยด้วย!” น้ำเสียงของวสันต์ห้วนเข้มขึ้นแบบสังเกตได้ ตามด้วยการกดพักหน้าจอป้องกันการเสือก เพราะความจริงแล้วกำลังส่องไลฟ์สดแม่ค้าสาวสวยควงอึ๋มรีวิวชุดชั้นในผ่านแอปพลิเคชันดัง
ความเงียบเข้ามาปกคลุมบรรยากาศภายในห้องนานนับสิบนาที กระทั่งเสียงประตูห้องทำงานถูกเปิดเป็นครั้งที่สาม
แกรก~
เฌอริตาเดินบนรองเท้าส้นเข็มสะพายกระเป๋าเข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตหันมามองและกำลังจะยิ้มทักทาย แต่กลับต้องเบิกตาโพลงยกมือชี้หน้าเขาด้วยความตกตะลึง
นี่แหละ รีแอคชั่นที่เพลย์บอยหนุ่มอยากเห็น
“ทะ ทำไมคุณ...”
“คุณเป็นคนให้คนไปเรียกผมมาสัมภาษณ์เอง” เขาโบ้ยว่าเป็นความผิดเธอด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แถมยังเป็นคนแรกที่ลุกเข้าไปนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานก่อนผู้สมัครอีกคนในห้อง
เฌอริตามองการกระทำตามอำเภอใจของวสันต์อย่างอดทนอดกลั้น เสียงถอนหายใจของเจ้าของผับสาวดังจนคนในห้องได้ยินชัดเจน
“เอาเก้าอี้มาอีกตัว” เสียงหวานหันไปสั่งลูกน้องอย่างมีวุฒิภาวะ ก่อนจะหันกลับไปคุยกับเข็มทิศด้วยน้ำเสียงที่ฟังออกว่าสองมาตรฐาน “พี่เข็มเชิญตรงนี้ค่ะ”
พี่เข็ม? วอท!?
“รู้จักกัน?” วสันต์เอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์
ทว่าใบหน้าสวยได้สัดส่วนกลับไม่มีคำตอบให้ นอกเสียจากหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตัวแล้วหยิบเอกสารสมัครงานขึ้นมาสองชุด
เธอรอกระทั่งลูกน้องเอาเก้าอี้แบบเดียวกับที่วสันต์นั่งมาให้เข็มทิศ จึงเริ่มการสัมภาษณ์งานอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ทั้งคู่จบอะไรมาคะ?”
“บริหารธุรกิจ เอกการจัดการ” รองประธานหนุ่มชิงตอบก่อนโดยไม่รอให้เธอเป็นฝ่ายเรียก ภูมิใจนำเสนอตนเองสุดฤทธิ์ “เห็นแบบนี้ผมจบเกียรตินิยม ถึงจะอันดับสองก็ตาม”
“ว้าว... เก่งค่ะ แต่บาร์เทนเดอร์ไม่ต้องการความรู้ด้านการบริหาร” น้ำเสียงเนือยตอบกลับแทบจะเป็นโมโนโทนด้วยซ้ำ ไหนจะรอยยิ้มหยันนั่นอีก
คำพูดไร้เยื่อใยทำเอาคนฟังหน้าบึ้ง วสันต์กอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างไม่อยากเห็นหน้าหวานๆ ที่กำลังส่งยิ้มเยาะเย้ยตนเอง
“ก็อย่างที่น้องริต้ารู้ พี่ก็จบบริหาร เอกการเงิน”
“หึ!”
พอกัน
วสันต์หัวเราะในลำคอเยาะเย้ยอีกฝ่าย เพราะเฌอริตาเพิ่งบอกว่า ความรู้ด้านบริหารไม่จำเป็นกับตำแหน่งบาร์เทนเดอร์
“แต่หลังจากไปเรียน ป. โท การโรงแรมที่ฝรั่งเศส พี่มีโอกาสเทกคอร์สชงเครื่องดื่มของสถาบันทำอาหารคู่กับเรียน ป.โทไปด้วยหนึ่งปี และเป็นผู้ช่วยมิกโซโลจิสต์ที่นั่นหกเดือน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มคุยกับเฌอริตาอย่างสุภาพ
รองประธานหนุ่มที่นั่งฟังยังต้องหันกลับมามองคู่แข่งตนเองอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ฟัง
“แปลว่ามีประสบการณ์สินะคะ โอเคค่ะ! งั้นริต้ารับพี่เข็มทำงาน” ร่างระหงลุกขึ้นยืนพร้อมกับมือบางยื่นออกมาเช็กแฮนด์กับเข็มทิศ
แต่ไม่ทันที่เข็มทิศจะได้ลุกขึ้นจับมือสวยเป็นการตอบรับ คนถูกปัดตกก็คัดค้านเสียงหลงจนทั้งห้องกันมามองเป็นตาเดียว
“ดะ เดี๋ยวดิ!!”
“มีอะไรคะคุณวสันต์” เธอเรียกชื่อจริงเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาของเธอบ่งบอก ว่าไม่ชอบใจกับการปรากฏตัวของเขาตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้วด้วยซ้ำ “การตัดสินใจของฉันถือเป็นที่สิ้นสุด ขอบคุณที่สละเวลามานะคะ”
“แบบนี้มันไม่แฟร์อะ!” คนตัวสูงเริ่มออกอาการเอาแต่ใจ
ชายหนุ่มยืนขึ้นและเป็นฝ่ายคว้ามือของเธอมาจับแล้วเขย่าเสียเองจนร่างบางตัวสั่นไหว เฌอริตาชักมือออกทันที สีหน้าของคนตัวเล็กดูเหมือนสิ้นสุดความอดทนอดกลั้นในที่สุด
“ไปส่งคุณเข็มทิศหน่อย ไปทั้งคู่เลย!!”
น้ำเสียงเริ่มดุดันหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องทั้งสองคน จากนั้นบอดีการ์ดที่เป็นคนพาเข็มทิศเข้ามาจึงเข้ามาผายมือเชิญเจ้าตัวออกจากห้องโดยมีคนที่พารองประธานหนุ่มเดินประกบปิดท้าย
ออกไปสักทีเหอะ ไอ้เวร!
ปัง!
ทันทีที่ประตูถูกปิดลงและทั้งห้องเหลือเพียงเขาและเธอ เฌอริตาก็ทิ้งตัวนั่งด้วยความหงุดหงิด
“คุณบอกว่าฉันไม่แฟร์”
“อาฮะ”
“ตรงไหน?”
“คุณเลือกเพราะเขาเป็นคนรู้จัก แทนที่จะทดสอบการทำงานก่อน” เขาอุตส่าห์ทุ่มเทเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ในการจดจำสูตรของทางร้าน แต่เธอกลับพังความพยายามของเขาหน้าตาเฉย
เรนนี่ไม่ยอม!
“ไม่ได้ยินประสบการณ์การทำงานของพี่เข็มทิศหรือไง! เขามีประสบการณ์มากกว่าคุณ”
“คุณอคติกับผม”
“ยอมรับ” ใบหน้าสวยเบ้ปาก กอดอกยอมรับออกมาหน้าตาเฉย
วสันต์ตบเข่าฉาด นั่นไง!
“เพราะ?”
“ก็คุณไง ที่ชอบลากลูกค้าในร้านฉันไปตอกในห้องน้ำ จนชาวบ้านเขาเอาไปลือว่าที่นี่เป็นซ่อง!”
ความจริงปรากฏเต็มสองหู คนที่เพิ่งรู้ซึ้งถึงสาเหตุยกมือปิดปากอย่างมีจริตจะก้าน แต่หาความสำนึกผิดจากแววตาไม่ได้
“อุ๊บส์! เรนนี่ซอรี่นะครับ”
“ขอโทษก็ช่วยทำหน้าสำนึกหน่อยเหอะ!!”
“แล้วสรุปจะรับผมเป็นบาร์เทนเดอร์อีกคนได้หรือเปล่า ตอนนี้ผมต้องใช้เงินมหาศาล คอนโดติดธนาคาร รถติดไฟแนนซ์”
“ไม่!”
“งั้นสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟก็ได้เอ้า!”
“ไม่รับ!”
“...งั้นยอมไปเป็นพนักงานล้างห้องน้ำก็ได้” ใบหน้าหล่อเหลาสลดลง อ้อมแอ้มพูดถึงตำแหน่งสุดท้ายที่เธอเปิดรับ
“...” เฌอริตาเงียบไปชั่วอึดใจ
หรือว่าเขากำลังเดือดร้อนเรื่องเงินจริงๆ
“แต่ขอเป็นห้องน้ำหญิงนะ เผื่อสาวๆ เขาอยากได้ประสบการณ์เสียวในห้องน้ำ จะได้แอบทำเป็นรายได้เสริม”
“ไอ้...!”
คนตัวเล็กหัวเสีย เธอเสียทั้งเวลาทั้งสุขภาพจิตกับการพูดคุยกับคนอย่างเขา
“หรืออาเจ๊จะเก็บผมไว้กินคนเดียว ก็ผูกปิ่นโตกันได้เลย♡”
เขาเรียกเธอด้วยสรรพนามเดียวกันกับพนักงานในร้าน ดวงตาคมกะพริบตาปริบๆ ออดอ้อนขอความเห็นใจ
“ได้! งั้นคุณไปเป็นผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์ ช่วยงานและฟังคำสั่งพี่เข็มทิศ”
แม่ง...
คนฟังยืนเงียบ โมโหที่ต้องไปทำงานภายใต้คำสั่งของคนที่ตนเองไม่ชอบขี้หน้า
ไล่กูไปขัดส้วมยังไม่โกรธขนาดนี้ แต่ก็ดีกว่าไม่มีโอกาสเลยนั่นแหละ ยังไงเป้าหมายของเขาก็ไม่ใช่การทำงานอยู่แล้ว
“แต่เมื่อไหร่ที่ฉันเห็นคุณแอบอู้หรือสร้างความเดือดร้อนให้ร้านฉันแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะไล่คุณออก พร้อมกับแบล็กลิสต์ไม่ให้เข้าร้านตลอดชีวิต!!”
ฉิบหาย...