วสันต์ใช้เวลาตลอดทั้งสัปดาห์ในการแวะเวียนเข้าไปในผับเพื่อดูบอยชงเครื่องดื่มและสอนไปด้วย จากความคิดแรกที่ตั้งใจจะเรียนพอให้เป็นงานเพื่อเป็นใบเบิกทางจีบเจ้าของร้านสาว แต่การเป็นบาร์เทนเดอร์ยากกว่าที่คิดเพราะนอกจากจะต้องชงเครื่องดื่ม รองประธานหนุ่มยังต้องทำใจให้ชินกับลูกค้าทุกประเภทที่เข้ามานั่งหน้าเคาน์เตอร์
ไม่ใช่ทุกคนจะสุภาพกับพนักงานบริการ บางคนเครียดจากที่ทำงานหรือครอบครัว ก็มักจะลงกับคนทำงานในผับด้วยคำพูดที่ชวนหัวเสียหลายต่อหลายครั้ง
ซึ่งเขามันก็พวกไม่ยอมคนเสียด้วย...
วสันต์ในชุดสูททำงานสีกรมท่าหล่อเนี้ยบเดินเข้ามาในบ้านในช่วงเย็นตามปกติ ตั้งใจจะเดินขึ้นบันไดเพื่อเปลี่ยนชุดลำลอง เขามักจะออกไปที่ผับหลังจากพ่อกับแม่เข้านอนเพื่อที่จะไม่ต้องถูกด่า หากเป็นสถานการณ์ปกติคงเลือกที่จะพักที่คอนโดเป็นการตัดปัญหา แต่ตอนนี้ต้องประหยัด แม้แต่ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอาหารก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรฟุ่มเฟือย
กลับมาเกาะแม่กินที่บ้านสบายใจกว่า
“อาวสันต์” สำเนียงจีนเป็นเอกลักษณ์พร้อมกับเสียงแหลมๆ ของหญิงเลยวัยกลางคนเรียกชื่อตนเองจากด้านหลัง ทำเอารองประธานหนุ่มรีบหันไปมองอัตโนมัติ
คุณนายวรรณษาเดินถือพัดจีนสีแดงเดินเข้ามาหาพร้อมซองสีขาวในมือ วสันต์รู้โดยอัตโนมัติว่านี่ไม่ใช่ซองแต๊ะเอีย เพราะปกติหากท่านให้เงินก็มักจะใส่ซองแดงหรือโอนเข้าบัญชีให้ตกใจเล่นมากกว่า
“ของลื้อ...” ซองสีขาวถูกยื่นใส่มือหนาของลูกชายคนเล็กพร้อมสีหน้าลำบากใจ
คนเป็นลูกเลิกคิ้วงุนงงกับสีหน้าที่ไม่ค่อยได้เห็นของคุณนายใหญ่ประจำตระกูล ก่อนจะแค่นหัวเราะหยอกมารดาตนเองตามนิสัย
“หม่าม้าเป็นอะไร? ท้องผูก?”
เพียะ!
พัดจีนถูกพับเข้าหากันฟาดลงต้นแขนล่ำอัตโนมัติ หากไม่ได้สวมสูทอยู่คงเกิดริ้วแดงบนแขนเรียบร้อย
“ตีเรนนี่ทำไม~” น้ำเสียงอแงเป็นนิสัยเอ่ยออกมา ก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มเอาใจฟอดใหญ่ “ถ้าเรนนี่มีแผลเป็น เดี๋ยวสาวๆ ก็หนีหมดหรอก”
“เปิดประตูห้องหน่อย ม้ามีอะไรจะคุยด้วย”
“หลังกินข้าวได้ไหม เรนนี่อยากอาบน้ำ”
“ตอนนี้ เดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเข้มของท่านเน้นย้ำคำว่า ‘เดี๋ยวนี้’ ชัดเจน คนเป็นลูกจึงไม่กล้าขัด
ประตูห้องนอนส่วนตัวถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงที่เดินไปถอดสูทแขวนไว้บนราว แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมตามด้วยการพับขึ้นจนถึงศอกทั้งสองข้าง หันมาอีกครั้งก็เห็นว่ามารดากำลังนั่งนิ่งบนปลายเตียง คนเป็นลูกจึงตั้งใจจะไปนั่งหน้าโต๊ะหนังสือแต่ทว่าท่านกลับเรียกเอาไว้ก่อน
“มานั่งข้างม้า”
เอ๊า!
เจ้าของห้องหนุ่มเกาหัวแกรก ไม่รู้วันนี้นึกพิศวาสอะไรกันขึ้นมาถึงต้องเรียกไปนั่งตัวติดกันแบบนั้น ชายหนุ่มหย่อนกายนั่งข้างท่าน ใช้สองมือนวดแขนนวดไหล่เอาอกเอาใจจนคุณนายวรรณษากลอกตารำคาญ
“วสันต์เลิกเล่น!! เปิดซองดูแล้วอธิบายมาว่าเกิดอะไรขึ้น!!”
คนเป็นลูกงุนงงกับการถูกมารดาดุ หยิบซองที่เพิ่งโยนทิ้งบนเตียงมาดูก็เห็นว่ามันถูกฉีกเปิดก่อนหน้านั้นแล้ว
“ม้ามาแอบดูของส่วนตัวเรนนี่ทำไมอะ!” สีหน้าบูดบึ้งแสดงออกว่าไม่พอใจปรากฏบนใบหน้าหล่อ แต่เมื่อคลี่จดหมายในมือออกอ่านหัวข้อก็ถึงกับหน้าเสีย
‘ใบเสร็จรับเงินชำระค่าบริการบัตรเครดิต’
สายตาคมเลื่อนลงมายังยอดห้าหมื่นกว่าบาทที่เพิ่งชำระไปเมื่อตอนต้นเดือน ตามด้วยการเม้มริมฝีปากแน่นซ่อนความผิด
“ใช้อะไร ทำไมถึงจ่ายเดือนละครึ่งแสนแบบนี้!!”
เจ้าของใบหน้าหล่อหลับตาปี๋ เสียงคำรามของคุณนายวรรณษาน่ายำเกรงไม่ต่างจากราชสีห์ตัวเมีย แมวส้มอย่างวสันต์จึงหลับตาห่อไหล่สำนึกผิดพลางคิดในใจว่า หากท่านเห็นยอดบัตรเครดิตใบที่สองอีกสามหมื่นที่กำลังจะจ่ายคงถูกแม่จับแขวนห้อยหัวเป็นค้างคาว
“แหมม้า~ เรนนี่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน”
“กินทองนอนบนเตียงเพชรหรือไง ทำไมมันแพงขนาดนั้น!”
“เอาน่า เดี๋ยวเรนนี่ก็ปิดบัตรแล้ว”
ใบแรกน่ะนะ
“อย่าให้ป๊ารู้เรื่องเชียวนะ ทั้งค่าคอนโด ค่ารถ ไหนจะบัตรเครดิตอีก เดือนละแสนได้มั้ง”
แสนกว่าต่างหาก
ลูกชายคนเล็กคิดในใจพลางยิ้มกริ่ม
นางถอนหายใจกับนิสัยใช้เงินเก่งของลูก เอาพัดฟาดอีกสองสามทีก็ต้องหยุดเพราะถูกร่างสูงกอดรัด บังคับนอนหนุนตักแม่จนคุณนายวรรณษายอมแพ้ ยกมือลูบศีรษะทุยด้วยความรัก
“อายุจะสามสิบแล้ว เก็บเงินเก็บทองได้แล้ว”
“ค้าบ~” เสียงทุ้มรับปากทั้งที่ยังนอนปิดเปลือกตา
เขาเองก็ตั้งใจแบบนั้น แต่ต้องเคลียร์หนี้สินที่สร้างเอาไว้เสียก่อน
“ช่วงนี้ดูเหนื่อยๆ งานที่บริษัทเยอะเหรอ”
“อืม...” ลูกชายครางรับในลำคอส่งๆ ทั้งที่ไม่จริง แค่อยากทำให้สบายใจแล้วเลิกคุยเรื่องการใช้เงินตนเองเสียที
“ยัยแมวบอกว่า ช่วงนี้ลื้อไปข้างนอกทุกคืน”
กึก!
คำพูดของมารดาทำให้ดวงตาคมลืมตาขึ้นมา แต่สีหน้าของท่านไม่ได้โกรธ มีเพียงแววตาที่แสดงออกถึงความห่วงหาลูกชายคนเล็กที่ยังไม่มีวี่แววจะเป็นฝั่งเป็นฝาแบบพี่น้องอีกสองคน
“หลังงานแต่งอาเหม ลื้อไปดูตัวกับลูกๆ หลานๆ เพื่อนม้าดีไหม?”
“ไม่เอาอะ เรนนี่ไม่ชอบพวกลูกคุณหญิงคุณนายเพื่อนม้า” เขาปฏิเสธออกไปตามตรง
นั่นทำให้คนเป็นแม่หน้าบึ้ง รีบผลักศีรษะของลูกชายที่ออกลายดื้อไม่ต่างจากพี่น้องให้พ้นตัว
“อย่ามาหนุนตักฉัน!” ใบหน้ามีริ้วรอยเล็กน้อยตามวัยเชิดหน้าสี่สิบห้าองศา ยกพัดขึ้นมาโบกไล่อารมณ์คุกรุ่นในกายเงียบๆ
“ก็เรนนี่พูดจริง รู้นะเวลาไปออกงานด้วยแล้วชอบพาไปคุยกับน้องเอม น้องโบ น้องพลอย พวกนี้คือคนที่ม้าเล็งไว้ให้เรนนี่ใช่ไหมล่ะ!”
“ขนาดไม่ชอบยังจำชื่อได้ทุกคนนะ!”
“แหงสิ เรนนี่จำชื่อผู้หญิงเก่ง”
สาวๆ พวกนั้นบังเอิญชื่อซ้ำกับผู้หญิงที่เขาคั่ววนไปมาอยู่ช่วงหนึ่ง นั่นจึงทำให้เพลย์บอยหนุ่มจำได้
“ลูกสาวเพื่อนม้าไม่สวยตรงไหน โดยเฉพาะอาพลอย น่ารัก กิริยามารยาทแช่มช้อย พูดเพราะ”
“นมเล็กอะ”
เพียะ!
“นิสัยไม่ดี!!”
“ก็ลูกม้าไหมล่ะ” คนถูกแม่ตีรอบที่ร้อยจับแขนตนเองป้อยๆ ใบหน้าง้อง้ำเจ็บปวดกับการถูกตีที่เดิมซ้ำๆ
“มองคนน่ะ มองที่นิสัย”
“ภายนอกมันคือเฟิร์สอิมเพรสชึ่น! พูดไปม้าก็ไม่เก็ทหรอก แก่แล้วนี่”
เพียะ!
“ม้า!! เรนนี่จะร้องไห้แล้วนะ!”
“สะดีดสะดิ้ง รำคาญ! ไปทำกับข้าวดีกว่า”
คุณนายวรรณษาหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงลูกชาย เดินนำหน้าไม่สนใจเจ้าของห้องหนุ่มที่เดินตามหลังแม่ต้อยๆ กระทั่งพ้นห้องนอน
หญิงวัยกลางคนถอนหายใจ ตามด้วยการงัดซองสีแดงออกมาจากกระเป๋าเสื้อตนเองมาโบกพัดที่หน้าไปมา
“เห็นว่าใช้เงินเยอะ ว่าจะเอาแต๊ะเอียปีหน้ามาให้ใช้ก่อนแท้ๆ”
“อุ๊ย! หม่าม้า หม่าม้าขา~” ลูกชายคนเล็กจีบมือหมายจะหยิบมันออกมาจากมือท่าน
แต่คุณนายของตระกูลไวกว่า ดึงมันลงหลบมือลูกชายจนวสันต์เฉียดซองแดงไปแค่เอื้อมมือ
“ก็ได้ๆ เรนนี่ไปดูตัวให้ก็ได้ แต่หม่าม้าช่วยหาที่ตรงไทป์กว่านี้หน่อยได้ป้ะ อย่างน้อยก็คัพดีอะ!”
“ลามกจกเปรตจริงๆ” นางถอนหายใจใส่ลูกอย่างรำคาญ ยัดซองแดงเข้ากลางอกแกร่งสะบัดก้มเดินงอนไปทางบันได
แต่มิวายหันกลับมากำชับข้อแลกเปลี่ยน
“ลื้อรับปากแล้วนะ -_-+”
“...ครับ” คนตัวสูงขานรับสุภาพเอื่อยๆ อย่างไร้ทางสู้
“ถ้าผิดคำพูดกับพ่อแม่ เกิดชาติหน้าจะให้เป็นหมา”
“ขอเป็นโกลด์เด้นนะ ขนสวย ใจดี สาวกรี๊ด”
“หมาวัด!!”
คุณนายวรรณษาสะบัดก้นเดินงอนลงไปชั้นล่าง รองประธานหนุ่มชะเง้อคอมองตามกระทั่งมารดาลับสายตาจึงปิดห้องรีบเปิดซองแดงดู
‘เช็คเงินสด 100,000 บาท’
ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกทางปาก อย่างน้อยเดือนหน้าก็มีเงินจ่ายค่าบัตร รอดไปอีกเดือน
ที่เหลือก็รอดำเนินการตามแผน
อาเจ๊คนสวยไม่รอดเงื้อมมือเรนนี่หรอก!