เพลย์บอย 4 | เส้นทางเศรษฐี

1372 คำ
วสันต์เดินผ่านบอดีการ์ดของเฌอริตาลงมาถึงชั้นล่างด้วยอาการคล้ายคนวิญญาณออกจากร่าง เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยถูกใครเมินขนาดนี้ โคตรเสียเซลฟ์ ยอมรับว่าตอนที่ได้ยินประโยคสุดท้ายจากเธอทำเอาความมั่นใจในตัวเองของชายหนุ่มลดฮวบ เจ้าของส่วนสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรจึงเดินหัวเสียไปนั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ตามเดิม “ออนเดอะร็อกอีกไหมครับคุณเรนนี่” บาร์เทนเดอร์ชายที่เพิ่งเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้าคนอื่นเดินเข้ามาทักด้วยความใส่ใจ “เอามา” ปึก! ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เครื่องดื่มแก้วใหม่ที่เพิ่งเสิร์ฟก็ถูกรองประธานหนุ่มกระดกอึกๆ รวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะวางมันเสียงดัง ‘ปึก’ เรียกความสนใจจากคนที่อยู่ใกล้ๆ “คุณเรนนี่มีเรื่องกลุ้มใจเหรอครับ?” บาร์เทนเดอร์ซึ่งปกติจะคุยกับแบบสนุกสนานเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา นี่แหละจิตแพทย์ร้านเหล้า จิตบำบัดผ่านสุนทรียศาสตร์แห่งการสนทนา “มี...พอสมควรเลยแหละ” เขาบอกอ้อมๆ ไม่อยากลงลึกถึงรายละเอียด ระดับเสี่ยเรนนี่ ถ้าบอกคนอื่นว่ากำลังเป็นหนี้ จะเอาหน้าไว้ตรงไหน “เรื่องอะไรครับ งาน การเงิน หรือความรัก” ประโยคคุ้นหูถูกถามออกมา ฟังผ่านๆ เหมือนกำลังดูดวงมากกว่าระบายความทุกข์ “ก็...ทุกเรื่อง ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น” “งั้นก็แปลว่าเป็นเรื่องเงิน” คนถูกต้อนเข้ามุมชะงัก สุดท้ายก็พยักหน้ารับออกมาอย่างเสียไม่ได้ วสันต์ถอนหายใจอีกรอบ หยิบแก้วเครื่องดื่มยกขึ้นก็พบว่ามันไม่เหลือแล้วจึงวางลงบนจานรองแก้วตามเดิม แต่แล้วการกระทำของบาร์เทนเดอร์หนุ่มก็ทำให้เขาตกใจ วิสกี้ขวดเดิมถูกเทลงบนแก้วเก่าทั้งที่ไม่ได้สั่ง “วันนี้ผมเลี้ยงครับ” “...ไม่ต้อง” ไม่ได้รังเกียจหรือตั้งแง่ แต่คนมันมีอีโก้ในใจ จะให้คนทำงานกลางคืนมาเลี้ยงตัวเองที่เป็นถึงรองประธานบริษัทซอฟต์แวร์เนี่ยนะ “ให้ผมเลี้ยงสักครั้งเถอะครับ เพราะคุณเรนนี่มาเป็นแขกประจำของร้าน ผมเลยมีเงินไปตั้งตัวที่ต่างประเทศ” “ต่างประเทศ?” “ครับ ผมทำงานที่นี่ถึงสิ้นเดือนนี้ แล้วจะบินไปทำงานที่ลอนดอนกับเพื่อน” วสันต์มองหน้าคนที่เพิ่งคุยอวดเรื่องไปทำงานต่างประเทศด้วยความภาคภูมิใจ แต่เขาจำได้ว่าผู้ชายคนนี้เพิ่งมาทำงานที่ร้านได้เพียงสองปีเท่านั้น ก่อนหน้านั้นเป็นบาร์เทนเดอร์วัยกลางคนที่ชอบหัวเราะแบบซานตาคลอส “ที่นี่ได้เงินดี?” “ครับ มีเงินเดือนแล้วก็ค่าคอมมิชชั่น เงินเก็บส่วนใหญ่เป็นค่าคอมมิชชั่นทั้งนั้น ยิ่งชวนลูกค้าเปิดขวดได้แพงเจ๊ริต้ายิ่งให้หนัก มีหลายคนเลยนะครับที่จะออกเพราะเพิ่งจ่ายโบนัสกันไป” “มีโบนัสด้วย?” “ครับ ผมทำงานสองปีมีเงินเก็บสองแสนกว่า เอาโบนัสไปซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วยังเหลือ” ลูกค้าหนุ่มที่นั่งฟังหูผึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจเรื่องทำพาร์ตไทม์ที่นี่ แต่กำลังสนใจเจ้าของร้านมากกว่า ได้เจ้าของร้านแปลว่าได้ทั้งร้าน จะลงแรงทำงานเก็บเงินใช้หนี้เป็นปีๆ ไปทำไม “สนใจไหมครับ” บาร์เทนเดอร์ชายกดใบหน้าลงมาถาม เพราะเข้าใจว่าลูกค้ากิตติมศักดิ์ของตนเองกำลังสนใจทำงานหาเงินเพิ่ม “ไม่ เอ่อ...ถ้าสนใจต้องทำยังไง” “แหม คุณเรนนี่ไม่ต้องเขินหรอกครับ เราทำงานสุจริต งานดีเงินดีแบบนี้ก็หายาก ถ้าผมไม่รับปากเพื่อนไว้ก็ไม่อยากลาออกเหมือนกัน” “อืม แล้วถ้าฉันอยากทำงานที่นี่ต้องทำยังไง” “นู่นเลยครับ ไปขอใบสมัครกับแยมมี่กรอกแล้วยื่น เดี๋ยวมีคนติดต่อกลับเอง” คนมีแผนร้ายมองตามนิ้วมือของบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ชี้ไปทางเคาน์เตอร์แคชเชียร์ วสันต์ส่งยิ้มกว้างออกมา แยมมี่ในจังหวะที่หันมาเห็นว่ามีคนกำลังชี้นิ้วมาที่ตนเองพร้อมถูกสองหนุ่มเพ่งเล็ง แคชเชียร์สาวก็เขินอายก้มหน้างุด “อืมน่าสนใจ แล้วปกติเจ้าของร้านลงมาข้างล่างบ่อยหรือเปล่า” ที่ผ่านมาวสันต์ไม่เคยเจอเธอเลย แต่ถ้าได้เป็นพนักงานของที่นี่ก็อาจจะได้เจอบ่อยขึ้น “ไม่หรอกครับ เอาจริงไม่มีพนักงานคนไหนอยากเจอเจ๊ริต้ากันหรอก” “ทำไม?” “ถ้าเจ๊เรียกให้ขึ้นไปหาที่ห้อง ก็แปลว่าเตรียมตัวถูกด่าครับ” คนเจ้าแผนการเบ้ปากพยักหน้า นั่นแปลว่าหากเขาทำงานที่นี่ก็ต้องสร้างเรื่องให้ถูกเธอเรียกไปด่าถึงจะได้เจอหน้ากัน ยากฉิบหาย ท้าทายชีวิตอีกแล้ว “แต่ไม่ต้องกังวลนะครับ เจ๊ไม่เคยไล่ใครออก อย่างมากก็หักเงินถ้าสร้างความเสียหาย แต่ถ้าของไม่พังไม่หายเจ๊ก็แค่เรียกไปด่า” “อยากให้ฉันทำงานที่นี่ขนาดนั้น” เสียงทุ้มหัวเราะพลางยกเครื่องดื่มขึ้นจิบ แม้ว่าคำพูดของพนักงานตรงหน้า จะสร้างความสบายใจได้ว่าเขาจะไม่มีวันถูกเธอไล่ออกจนกว่าจะแผนการจะสำเร็จก็ตาม แต่การทำงานสองจ๊อบทั้งอัลฟาและที่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ “แหะ พอดีตรงที่ให้กรอกสมัครงานมีช่องให้กรอกชื่อคนแนะนำครับ ถ้าแนะนำแล้วได้งานเจ๊จะให้เงินค่าแนะนำสามพัน” “แต่นายจะลาออกแล้วนี่ อีกอย่างฉันผสมเหล้าไม่เป็น” นี่คือความสัตย์จริง นอกจากเครื่องดื่มประจำ เขาทำเครื่องดื่มอย่างอื่นไม่เป็น “ลาออกไปแล้วเจ๊ก็ให้ครับ บาร์เทนเดอร์คนก่อนก็แนะนำผมมาทำที่นี่ แล้วที่นี่ก็มีสูตรและวิธีการทำของทางร้านครับ ฝึกแป๊บเดียวเก่ง” “ฉีดยากันเก่งเหลือเกินนะ” “ถ้าคุณเรนนี่ไม่มั่นใจ ว่างๆ มาฝึกกับผมได้นะครับ เผื่อเจ๊เขาทดสอบความสามารถจะได้โชว์ได้” “อืม ตามนั้น” “แปลว่าคุณเรนนี่จะสมัคร?” “เอาชื่อมาสิ ฉันจะเขียนชื่อนาย” มือหนาเท้าคางบนเคาน์เตอร์ยกยิ้มกริ่ม พลอยให้พนักงานหนุ่มรีบหยิบกระดาษจดออเดอร์ออกมาเขียนชื่อตนเองยื่นให้ วสันต์ยัดกระดาษใส่กระเป๋าเสื้อเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างคนมีแผนร้าย ความจริงเขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะต้องรับเข้าทำงาน แต่อย่างน้อยหากมีโอกาสได้ทำงานที่นี่ก็ย่อมมีสิทธิ์เข้าถึงตัวเฌอริตามากกว่า “งั้นฉันขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้ทำงานเช้า เอาไว้จะแวะมา” “ครับ” บัตรเครดิตใบสุดท้ายที่ยังเหลือวงเงินถูกยื่นให้บาร์เทนเดอร์ รอจัดการค่าใช้จ่ายไม่นานก็ได้รับคืนใส่กระเป๋าสตางค์ เจ้าของส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเดินฝ่าฝูงนักท่องราตรีออกมา กระทั่งเดินมาหยุดหน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ เพลย์บอยหนุ่มตรงเข้าไปทักทายสาวน้อยน่ารักอีกครั้งด้วยรอยยิ้มหวานหยดกว่าครั้งแรกที่มาถึง “มะ เมื่อกี้แยมมี่เห็นพี่บอยชี้มาทางนี้ด้วย” อ้อ... บาร์เทนเดอร์คนนั้นชื่อบอย วสันต์พยักหน้ายอมรับ แต่กลับเลือกที่จะโกหกสร้างประโยชน์ให้ตัวเอง “แค่นั่งคุยกันว่า พนักงานในร้านคนไหนน่ารักที่สุด บอยเลยชี้มาหาแยมมี่” “มะ แหม~” “เรนนี่ก็คิดว่างั้น ^^” “คุณเรนนี่อะ!” มือเล็กเกือบจะยกขึ้นมาฟาดแขนแกร่งด้วยความเขิน แต่นึกขึ้นได้ว่าเขาคือลูกค้าจึงรีบหุบมือกลับไปปิดปากบิดตัวเขินแทน “แยมมี่หยิบใบสมัครงานให้เรนนี่ใบหนึ่งสิ” “บะ ใบสมัครงานของที่นี่เหรอคะ คุณเรนนี่จะเอาไปให้ใครคะ?” “เรนนี่จะสมัครเอง” “ฮะ?” “ไม่ดีเหรอ เราจะได้เจอกันบ่อยๆ ไง” “คุณเรนนี่อะ!” ในที่สุดแคชเชียร์สาวก็เก็บอาการไม่ไหว ฟาดมือลงบนต้นแขนแข็งแรงของลูกค้าหนุ่มหนึ่งที รีบเปิดลิ้นชักยื่นใบสมัครให้ “ขอให้ได้งานนะคะ” “เป็นกำลังใจให้เรนนี่ด้วยนะ ^^”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม