4
- ตกหลุม(พลาง)รัก –
“หืม” สีหน้าของชายร่างสูงที่ตอนนี้เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าชื่อมาตินหรือเจเดนกำลังทำสีหน้าบึ้งตึงแสดงความไม่พอใจอยู่ จนทำให้เธอต้องรีบพูดกลบเกลื่อน
“อ่า...ไม่ใช่แบบนั้นค่ะพี่....เอ่อ คุณเข้าผิดไปแล้ว”
“หืม” ชายร่างสูงยังคงทำสีหน้าท่าทางเช่นเดิม
‘ซวยแล้ว ๆ เขาจะต่อยฉันรึเปล่าเนี่ย หรือว่าชวนเปลี่ยนเรื่องดี’
“คะ..คุณเป็นเพื่อนคุณอาเอ็ดเวิร์ดเหรอคะ”
“คุณ??” เขาพูดสั้น ๆ แต่น้ำเสียงต่อยหนักเสมอจนบางครั้งแพรวก็สะดุ้งเป็นพัก ๆ
“หรือต้องเรียกว่าท่านคะ” แพรวยักคิ้วถามด้วยความสงสัย เพราะเรียกคุณเขาก็ดูเหมือนจะไม่พอใจ จะเรียกพี่ก็ยังไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ
“เหอะ??”
‘ถามแบบไหนเขาถึงจะพอใจเนี่ย’ แพรวเริ่มปั้นหน้าไม่ถูก
“แพรวเรียกอะไรได้บ้าง เพราะยังไงก็คงเจอกันได้บ่อย ๆ”
“พี่...” เขาพูดสั้น ๆ แต่นั้นก็เริ่มทำให้เธอใจชื้นขึ้นมาหน่อย
‘อยากเรียกพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พี่สุดหล่อ’ เธอหลุบตาคิดในใจ แต่ใบหน้าเก็บความนึกคิดแทบไม่มิด จนคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ต้องหันมาจ้องอีกครั้ง
“พี่ชื่ออะไรคะ มาติน หรือ เจเดน ตอนอาเอ็ดบอกเขาไม่ได้ระบุว่าคนไหนชื่ออะไรค่ะ”
“เจเดน” ชายสูงโปร่งหล่อคมเข้ม ตอบสั้น ๆ แต่นั่นก็ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของแพรวนุ่มฟูสุด ๆ ทั้งที่เขาตอบห้วน ๆ ขนาดนั้นแถมสีหน้าก็เย็นชาสุด ๆ ทำไมกันถึงทำให้หัวใจเต้นแรงโครมครามแบบนี้ แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
‘ทำไมกัน ฉันต้องไม่สบายแน่ ๆ สู้เขาสิอิหญิง’
“อ่อค่ะ...พี่เจเดน” แพรวเรียกชื่อออกไปแบบนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เมื่อเหลือบตามองก็พบว่าสีเขาคลายลงเล็กน้อยคิ้วไม่ได้ขมวดปมเหมือนอย่างเคยและนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกโล่งใจ
“พวกพี่กับอาเอ็ดช่วงนี้งานยุ่งเหรอคะ อาเอ็ดเวิร์ดไม่ค่อยไปที่บ้านเลย”
“อืม ยุ่งอยู่”
“แล้วเมื่อไหร่จะไม่ยุ่งคะ”
“อีกสักพัก”
“อีกสักพักนี่นานมั้ยคะ” แพรวยังคงเป็นเจ้าหนูจำไม ถามได้ไม่หยุดจนกว่าเธอจะได้คำตอบที่ชัดเจน แต่คนถูกถามดันรู้สึกเหมือนโดนเซ้าซี้
“อยากรู้งานของฉันไปทำไม”
“ไม่ได้อยากรู้งานของพี่เจเดนนะคะ อยากรู้ตารางงานของอาเอ็ดเวิร์ดต่างหาก”
“...” เจเดนมองที่เธอด้วยสายตาแข็งกร้าว และนั่นก็ทำให้เธอตกใจ ‘ฉันพูดผิดตรงไหน ก็อยากรู้งานของอาจริง ๆ นินา ไม่ได้อยากรู้เรื่องของพี่เขาซะหน่อย’
“จริง ๆ ค่ะเรื่องงานอยากรู้แค่ของอาเอ็ดคนเดียว ถ้าเป็นของเรื่องพี่เจเดน แพรวอยากรู้เรื่องอื่นมากกว่า” แพรวหันไปมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกาย จู่ ๆ เธอก็รู้สึกใจกล้าขึ้นมาซะงั้น
“เรื่องอื่น ???”
“ค่ะ...เรื่องอื่น” เธอย้ำคำตอบ
“เรื่องอะไร”
“พี่หล่อขนาดนี้ มีแฟนรึยังคะ” สิ้นคำถามของแพรว เจเดนถึงกับเลิกคิ้วมองเธอด้วยใบหน้ายากจะหยั่งถึง แพรวเองก็มองเขาตาโตเป็นประกาย
“ไม่จำเป็นต้องตอบ...”
“งั้นเหรอคะ...ไม่เป็นไรค่ะไม่ถามก็ได้”
“...”
“แพรวไปถามอาเอ็ด ไม่ก็พี่มาตินน่าจะง่ายกว่า ฮี่...แต่ไม่ต้องห่วงนะคะไม่ได้จะจีบ” แพรวยิ้มกว้างด้วยความสดใส
คนถูกกวนตีน ถึงกับกอดอกมองด้วยท่าทีขึงขัง สำหรับเจเดนแล้วการสอนแนม หรือการล้มคู่อริยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับผู้หญิงตรงหน้านี้ด้วยซ้ำ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีผู้หญิงวิ่งเข้าหา แต่เพราะท่าทีผู้หญิงคนอื่นมันชัดเจนและเขาก็ปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยได้ง่าย แต่สำหรับคนข้าง ๆ นี้ เขากลับพูดอะไรไม่ออกสักนิด ท่าทีของเธอที่มีต่อเขา มันดูเหมือนสนใจแต่ก็เหมือนไม่สนใจ คาดเดาได้ยากราวกับผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้คาดหวังคำตอบอันใดจากเขา
“ว่าแต่ พี่เจเดนไม่เข้าไปทำนั่งคุยธุระบ้างเหรอคะ ถึงมานั่งดูดบุหรี่เสียสุขภาพแบบนี้”
“ไม่ถนัด...”
“งั้นเรื่องที่ถนัดเป็นเรื่องไหนคะ ต่อยตี ยิงปิ้ว ๆ หรือว่า....” แพรวพูดด้วยสายตายิ้มกว้างแต่เมื่อบรรจบกับสายตาแข็งกร้าวของเจเดนก็ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก ดูท่ายังเร็วไปที่เธอจะคุยเป็นกันเองกับเขา
“- -”
“งะ...งั้นขอตัวเข้าไปด้านในดีกว่าค่ะ แพรวว่าแพรวเร่งให้อาเอ็ดพาแพรวกลับดีกว่า ที่นี่คงไม่เหมาะกับแพรวจริง ๆ ไปก่อนนะคะพี่เจเดน บาย...” แพรวฉีกยิ้มกว้างโบกมือให้เจเดนที่นั่งนิ่งขรึมมองไปที่เธอ แพรวเองก็ไม่ได้คาดหวังกับอากัปกิริยาตอบสนองของเขาหรอก แค่เขามองมาเธอก็พอใจแล้ว
แพรวกลับไปที่ห้อง VVIP ที่ตอนนี้ท่าทีของทั้งสองกลุ่มดูเหมือนจะผ่อนปรนกันไปมาก นั่งดื่มด้วยสีหน้าที่สบายใจทั้งสองฝ่าย ดูท่าข้อตกลงคงจบกันด้วยดี
เธอเดินไปหาเอ็ดเวิร์ดซึ่งเมื่อเขาเห็นเธอก็มองค้อนหลานตัวเองยกใหญ่จนมาตินต้องห้าม
“ไปไหนมา ทำไมต้องทำให้อาเป็นห่วง”
“ก็ไปห้องน้ำแล้วเจอพี่เจเดน แต่พี่เขาแนะนำว่าอย่าเพิ่งเข้ามาก็เลยนั่งอยู่ข้างนอกกับพี่เจเดนค่ะอา”
“นั่งกับเจเดน???” เอ็ดเวิร์ดพูดด้วยความงุนงง
“เจเดนเนี่ยนะครับน้องแพรว”
“ค่ะ แพรวเห็นว่าพี่เจเดนก็เป็นเพื่อนคุณอาก็เลยนั่งด้วย ทำไมเหรอคะ”
“...” เอ็ดเวิร์ดไม่พูดอะไร หันไปสนใจกระเป๋าของตัวเอง แต่มาตินกลับพูดออกมาเพราะเขาเองแปลกใจสุด ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกน้องแพรว พี่แค่แปลกใจที่คนอย่างมันนั่งใกล้ผู้หญิงได้ มันเป็นโรคกลัวผู้หญิงเข้าไส้จะตาย”
“งั้นเหรอคะ แพรวไม่เห็นพี่เจเดนจะเป็นแบบนั้นเลย”
“สงสัยมันคงมองแพรวไม่ใช่ผู้หญิงล่ะมั้ง” จู่ ๆ อาของเธอก็แทรกเสียงมาและนั่นก็ทำให้ทุกคนหัวเราะทั้งห้อง
“อา!!!! พูดอะไรเนี่ย แพรวเป็นหลานอานะ”
“ล้อเล่นยัยเด็กดื้อ กลับกันเถอะ แม่พี่โทรมาตามพี่แล้วว่าเมื่อไหร่จะพาหลานรักกลับซะที”
“ค่ะ แพรวเชื่อฟังอยู่แล้ว”
“ให้มันจริง” แพรวเดินไปควงแขนเอ็ดเวิร์ดก่อนที่จะลามาตินที่จะกินกับคู่ค้าทางธุรกิจต่อ (หน้าที่หลักของมาตินเขาล่ะ)
พอออกจากห้อง VVIP เอ็ดเวิร์ดที่เห็นเจเดนนั่งไม่ไกลก็ตะโกนลากันตรงนี้
“กูไปก่อน จะไปส่งหลานกลับบ้าน”
“...” เจเดนไม่ตอบอะไรได้แต่ยกมือไล่ส่ง ๆ ในขณะเดียวกันแพรวก็หันไปมองเจเดนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วโบกมือให้เจเดนยกใหญ่ ก่อนจะหันกลับไปควงแขนอาของตัวเองต่อ และเดินออกจากคลับนี้ไป
ณ.ช่วงเวลาเดียวกัน เจเดนที่ยังคงนั่งนิ่ง ๆ เงียบ ๆ ใบหน้าเรียบขรึมนั้นกลับเผยรอยยิ้มอ่อนออกมาอย่างไม่รู้ตัว