5
- เหตุการณ์สุดระทึก –
ตั้งแต่แพรวเกิดเหตุตอนนั้น เธอก็ถูกอาเอ็ดเวิร์ดดุด่า และห้ามไม่ให้ออกนอกพื้นที่ ในตอนกลางคืนนอกจากเขาจะเป็นคนพาไปได้เท่านั้น
ตอนแรกแพรวก็หงุดหงิด เบื่อหน่ายพอควร แต่เมื่อเธอขึ้นปี 4 และต้องฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาล เธอก็เริ่มที่จะโฟกัสกับการเรียนอย่างหนักจนลืมสิ่งรอบข้างไปโดยปริยาย
ทางมหาวิทยาลัยได้ส่งนักศึกษาหัวกะทิอย่างเธอให้มาประจำการที่โรงพยาบาลชื่อดังที่สุดของเมืองนี้ กับเพื่อนอีกราว 5 คน
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือมีเคสฉุกเฉินเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะแผนกไหน
‘สมกับเป็นเมืองมาเฟีย ก่ออาชญากรรมจริง ๆ เลยเฮ้อ...’ แพรวถอนหายใจในขณะที่กำลังกินขนมปังที่ซื้อไว้ติดตัวอยู่ เธอแทบที่จะไม่ได้กินอาหารดีๆ เลย เพราะช่วงนี้เหมือนเป็นช่วงแก่งแย่งอำนาจในพื้นที่กันอย่างดุเดือดดังนั้นเธอจึงได้มาสแตนด์บายที่โรงพยาบาล เข้าเวรเป็นว่าเล่น
“แพรว ตอนนี้ในเมืองมีเหตุแก๊งมาเฟียปะทะกัน บาดเจ็บระนาว เราต้องไปเตรียมพร้อมกันแล้ว ริกกี้เองก็วิ่งไปก่อนแล้วด้วย” มาเรีย นักศึกษาแพทย์ที่มาด้วยกัน วิ่งหน้าตาตื่นมาแจ้งฉันที่กัดขนมปังได้สามคำก็ต้องรีบวางทันทีก่อนจะคว้าเสื้อกาวน์แบบยาวมาคลุมวิ่งแจ้นออกจากห้องพักแพทย์ไป
“หมอช่วยเพื่อนผมก่อน” ชายชุดดำคนหนึ่งโวยวายในขณะที่ประคองเพื่อนของตัวเองอยู่
“มึงมาทีหลังจะมาแซงพวกกูได้ไง หมอครับพวกผมมาก่อน”
“แต่เพื่อนกูจะตายแล้วไม่เห็นรึไงวะ ไม่ใช่ว่าเพราะพวกมึงรึไง”
“พวกมึงเหยียบถิ่นพวกกูยังมีหน้ามาร้องรึไงวะ ไอ้ห่านี่”
“หรือมึงจะเอา”
“เอ่อมาดิ” คนสองกลุ่มกำลังปะทะกันเดือด ไม่มีใครยอมใคร แต่โรงพยาบาลแห่งนี้ใช่ว่าจะไม่มีอำนาจ แท้จริงแล้ว โรงพยาบาลมีบทบาท และความเกรงขามที่เหล่ากลุ่มแก๊งมาเฟียยังต้องศิโรราบ
ไม่นานสัญญาณโรงพยาบาลก็ดังขึ้น กลุ่มคนร่างใหญ่มากมายเดินมาล้อมไว้ และลากพวกเขาออกไป ทิ้งไว้แค่คนที่เจ็บเจียนตายไว้เท่านั้น
แพรวที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับต้องเบิกตาโต เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลที่มันค่อนข้างจะฮาร์ดคอร์ ‘ก็นะจะสยบพวกนี้ได้คงต้องมีแต่ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น’
“มาช่วยกันดูคนไข้หน่อย ตอนนี้ห้องฉุกเฉินเต็มแล้ว แพทย์ประจำก็ติดคนไข้กันหมด อะไรที่นักศึกษาแพทย์ทำได้ ก็จัดการเลยนะ ทางโรงพยาบาลอนุมัติ”
“ครับ / ค่ะ” แพรวกับเพื่อน ๆ นักศึกษาแพทย์ขานรับก่อนจะรีบตรงดิ่งไปตามเคสที่ต้องเองได้รับผิดชอบ
แพรวได้รับมอบหมายให้รักษาแก๊งอันธพาลกลุ่มหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเหวอะเรียงรายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแผลจากการถูกฟัน ถูกต่อย ถูกฟาด หรือแม้กระทั่งจากของแตกร้าว เลือดอาบกันระนาว ซึ่งแพรวนั้นถือว่าเป็นแพทย์ที่มือนิ่งมากจึงไม่ค่อยมีพวกมาเฟียโวยวายนัก แต่กลับโดนมองด้วยสายตาแทะโลมแทน เพราะมีใบหน้าที่สวย
ตัดไปนักศึกษาแพทย์ชายที่อยู่ไม่ห่างกัน
“เบา ๆ ดิวะไอ้หมอ มันเจ็บนะเว้ย” เสียคำรามของชายคนเจ็บตะโกนลั่นยิ่งทำให้เพื่อนหมอมือสั่นหนัก ใบหน้าบิดเบี้ยวแทบร้อง ฉันที่ทำในส่วนของตัวเองเสร็จก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปช่วย
“ริกกี้ เดี๋ยวแพรวช่วยทำเอง” เธอเดินเข้าไปพูดกับหมอ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับชายสุดกร่าง “แล้วก็คุณ ถ้าอยากให้หมอเย็บให้รบกวนไม่พูดกวนสมาธิหมอด้วยค่ะ หากไม่ให้ความร่วมมือทางเราจะปฏิเสธการรักษาทันที”
พูดจบ แพรวทำใบหน้าและท่าทางหนักแน่นตามที่ได้ฝึกเพื่อรับมือกับผู้ป่วยประเภทนี้ และก็เป็นจริงแบบนั้น หากเป็นโรงพยาบาล คำของหมอจะมีอำนาจเหนือกว่ามาเฟียหลายเท่านั้น และหากกลุ่มแก๊งไหนไม่ปฏิบัติตามจะเกิดการปฏิเสธให้การรักษาระยะยาวทันที ซึ่งกับประเทศที่มีอัตราทะเลาวิวาทสูงแบบนี้แล้วนั้น หากถูกปฏิเสธจากโรงพยาบาลชั้นนำ ก็มีทางเดียวที่จะรักษาคือหมอเถื่อน
แต่ก็นั่นแหละหมอเถื่อนนอกจากฝีมือแย่แล้วราคายังแรงกว่าเกือบ 3 เท่าตัวทำให้มาเฟียกลุ่มใหญ่ ๆ มักพยายามสานสัมพันธ์กับโรงพยาบาลไว้
กว่าบุคลากรในโรงพยาบาลจะร่วมมือกันช่วยเหลือให้อยู่ในสภาพวะปกติ ก็เล่นทำเอาแต่ล่ะคนเหนื่อยหอบ ไม่ไหว แม้แต่แพรวเองที่ตอนนี้หนักตาแทบปกลง หมดแรงแล้ว ใบหน้าเริ่มซีดขอบตาลึกเพราะอดนอนมาหลายวัน
“ขอบใจมากนะแพรว ถ้ากี้ไม่ได้แพรวช่วยกี้ต้องโดยต่อยแน่”
“ไม่เป็นไรหรอก ริกกี้ทำดีแล้ว สภาพคนหัวร้อนแบบนั้นอยากจะเอาหมัดต่อยไปอีกสักแผลจริง ๆ”
“โหดจังนะครับ เอานี้น้ำเย็นผมเอามาเผื่อ” ริกกี้นั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะวางขวดน้ำตรงหน้าเธอ แพรวเองก็รับมาดื่มอย่างไม่เกรงใจ
“อ่ะ จริงสิ มาเรียไปไหนแล้วล่ะ” แพรวหันไปถามริกกี้
“เห็นว่าเหนื่อยจนหนีไปนอนที่ห้องนอนแพทย์แล้วล่ะ”
“งั้นเหรอ ก็เหนื่อยจริงๆ แพรวว่าจะนอนที่นี่เหมือนกันยังไงพรุ่งนี้เจ็ดโมงก็ต้องเข้างานอยู่แล้ว”
“งั้น กี้ก็จะอยู่ด้วย” แพรวที่กำลังจะดื่มน้ำถึงกับหยุดดื่ม
“หืม ริกกี้ คอนโดนายอยู่ข้างโรงพยาบาลเอง จะมานอนที่นี่ทำไม ไปนอนคอนโดสบายกว่ามั้ย เตียงโรงพยาบาลอย่างแข็ง”
“แต่ว่า...” ริกกี้ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ มือถือของแพรวก็ดังขึ้นมาก่อน
‘Rrrrrrrrr’
“ริกกี้ แพรวของตัวรับโทรศัพท์สักครู่นะ” เธอยิ้มให้เพื่อนก่อนจะปลีกตัวไปรับโทรศัพท์ ซึ่งปรากฏเป็นชื่ออาของเธอเอง
“ว่าไงคะคุณอา โทรมาตอนตีสองแบบนี้แปลก ๆ นะคะ”
(แพรวอยู่โรงพยาบาลรึเปล่า) ตอนแรกสีหน้าของแพรวกำลังยิ้มแต่เมื่อได้ฟังน้ำเสียงที่ดูจริงจังกว่าปกติของอาตัวเอง ใบหน้าเธอก็เปลี่ยนไปเป็นขึงขังมากขึ้น
“ค่ะอา แพรวอยู่ที่โรงพยาบาล วันนี้มีเหตุคนทะเลาะกันครั้งใหญ่บาดเจ็บกันเพียบเลยค่ะ”
(งั้นเหรอ แพรวเย็บแผลเป็นไหม)
“แน่นอนสิคะ แพรวขั้นเซียนเลยล่ะ”
(งั้นช่วยเพื่อนอาที มันไม่ยอมไปโรงพยาบาล)
“ได้อยู่ค่ะ จะให้แพรวไปที่ไหนคะ แต่ว่าเวลานี้ รถแท็กซี่จะมีมั้ยอา”
(อาอยู่หน้าโรงพยาบาลแล้วแพรว)
“งั้นอารอแป๊บนะเดียวแพรวรีบไป” หลังวางสายเธอถอดชุดกาวน์ออกทันที ก่อนจะทำตัวยุ่งเหยิงจับนั่นจับนี่เดินไปมา ทำให้ริกกี้ที่เห็นสงสัย
“จะออกไปไหนเหรอแพรว”
“ธุระน่ะ” แพรวตอบแทบไม่มองหน้าริกกี้ เพราะง่วนกับการเตรียมกล่องพยาบาลเบื้องต้นสำหรับเย็บแผล
“ให้กี้ไปด้วยดีมั้ย”
“ไม่ได้หรอก อาแพรวจะมารับ มันเป็นเรื่องส่วนตัวน่ะ งั้นเราไปก่อนนะไว้เจอกันพรุ่งนี้ ริกกี้”
“อ่ะ...อืม”
แพรววิ่งแจ้นออกจากโรงพยาบาลทันที เมื่อสายตาเธอเห็นรถเก่งที่คุ้นตาก็รีบเปิดประตูขึ้นโดยไม่ต้องรออีกฝ่ายลงมาเปิดมาประให้
“อุปกรณ์ครบมั้ยให้ให้อาไปส่งซื้อที่ร้านขายยา” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมาด้วยความร้อนรน
“ไม่ต้องค่ะอา แพรวเตรียมไว้แล้ว อารีบไปเถอะ เพราะถ้าเป็นเป็นรอแผลใหญ่ จะหมดสติได้”
“โอเค รัดเข็มขัดด้วย”
รถของเอ็ดเวิร์ดขับออกจากโรงพยาบาลไปด้วยความไวแสง เพราะมีเหตุด่วนที่จำเป็นต้องพึ่งหมอ แต่เพราะเพื่อนของเอ็ดเวิร์ดที่ได้รับบาดเจ็บเป็นพวกไร้ซึ่งมนุษยสัมพันธ์ไม่ยอมเข้าโรงพยาบาลจึงต้องลำบากลำบนเอ็ดเวิร์ดหาหมอมารักษาให้ทุกที ดีว่าตอนนี้หลานของเขานั้นเป็นแพทย์ฝึกหัดแล้วที่เก่งกาจแล้ว