“สวัสดีค่ะทุกๆ ท่าน” เหมยลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กลุ่มเลขาที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสรีบหันไปมอง ก่อนที่กงซุนน่าหร่าน จะเป็นคนแรกที่กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะ เลขาเหมยลี่” กงซุนน่าหร่านพูด หย่งรุ่ยผู้ชายร่างสูงที่มีท่าทีเป็นมิตรเอนตัวพิงโต๊ะพลางยิ้มกว้าง “มาพอดีเลยเลขาเหมย! พวกเรากำลังคุยกันอยู่ว่าวันศุกร์นี้จะพาเลขาใหม่ไปเลี้ยงฉลองเข้าทำงาน” หย่งรุ่ยเอ่ยบอก เขาหันไปมองเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก่อนจะหันกลับมาถามเธอ “เลขาผังเสนอให้ไปร้าน ‘จุ้ยเหลา’ ปิ้งย่างหมาล่า ส่วนเลขาเจิ้นอยากไปร้านชาบู ‘เหมยเหมยเหลา’ พวกเรายังตกลงกันไม่ได้เลย เลขาเหมยอยากไปที่ไหนไหม?” เหมยลี่แตะนิ้วชี้ลงที่ปลายคาง ดวงตาเป็นประกายเหมือนกำลังพิจารณา จางอวี้ ยกมือขึ้นเหมือนเพิ่งคิดอะไรออก “หรือจะไปร้าน ‘อิงลั่ว’ ดี? ร้านนี้มีชาบู แล้วก็มีเหล้าด้วยนะ” จางอี้บอก เผิงจี้ ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับโน้มตัวไปหาเขาด้วยสีห

