ตอนที่ 5 มองอะไร

1739 คำ
สองอาทิตย์ผ่านไป... ตอนนี้เพลงขวัญและข้าวตังสนิทสนมกันมากกว่าเดิม ทั้งสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เรียกได้ว่าแทบจะเป็นฝาแฝด เพราะไหนจะเรียนคณะเดียวกัน เรียนปีหนึ่งเหมือนกัน แถมบ้านยังใกล้กันอีกด้วย เดี๋ยวนี้ข้าวตังก็เลยอาสาไปรับไปส่งเพลงขวัญถึงที่บ้านทุกวันเลยทีเดียว แถมเขมจิราแม่ของเพลงขวัญก็รักข้าวตังเหมือนลูกคนหนึ่งด้วย "นี่จ้ะ ค่าน้ำมันรถอาทิตย์นี้ และมีแซนด์วิชไปกินระหว่างทางด้วยนะ แม่ทำใส่กล่องให้แล้ว" เขมจิราส่งเงินให้ข้าวตัง ซึ่งเรื่องนี้เคยคุยกันแล้ว ว่าถ้าข้าวตังไม่รับเงิน ก็จะไม่ให้มารับมาส่งเพลงขวัญอีก "ขอบคุณนะคะคุณแม่ วันนี้ลาภปากอีกแล้ว" ข้าวตังยกมือไหว้ และรับเงินกับกล่องอาหารมา "ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงก็ขับรถดี ๆ กันนะจ๊ะ กลับมาตอนเย็นเดี๋ยวแม่จะทำยำส้มโอไว้ให้" เขมจิราบอกกับทั้งสองคนอย่างใส่ใจ "ค่ะคุณแม่ เพลงไปนะคะ สวัสดีค่ะ จุ๊บ~" เพลงขวัญเข้าไปกอดและหอมแก้มแม่เหมือนทุกวัน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ระหว่างอยู่บนรถ เพลงขวัญก็ส่งแซนด์วิชให้ข้าวตังกินในตอนที่รถติดไฟแดง แล้วเอ่ยแซวออกไปว่า... "ชักน้อยใจแล้วสิ เดี๋ยวนี้คุณแม่รักข้าวมากว่ารักเพลงอีก" เพลงขวัญแกล้งพูดอย่างแง่งอน "แหม... ทีคุณแม่ข้าวรักเพลงล่ะ เอะอะก็หนูเพลง ๆ นี่ยังบอกเลยนะ ว่าถ้าข้าวเป็นผู้ชายก็ดีน่ะสิ จะได้มาสู่ขอเพลงไปเป็นสะใภ้ ฮ่า ๆ" ข้าวตังพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี "ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่านอกจากเราจะเป็นเพื่อนกันแล้ว คุณแม่ของพวกเรายังกลายเป็นเพื่อนกันอีกด้วย" เพลงขวัญเองก็พูดออกมาอย่างมีความสุขเหมือนกัน "ใช่ ๆ ดีจังเลย" ข้าวตังพูดขึ้นบ้าง พอไฟเขียวปรากฏขึ้น ข้าวตังก็ขับรถออกไป โดยมีเพลงขวัญนั่งคิดเรื่องของครอบครัวตัวเองอย่างมีความสุข เตวิชพ่อของเธอทำงานที่บริษัท VNW เทคโนโลยีคอนสตรัคชันมาตั้งแต่เรียนจบ จนตอนนี้ตำแหน่งงานคือหัวหน้าวิศวกรของบริษัท แถมยังได้ซื้อหุ้นบริษัทไว้สิบเปอร์เซ็นต์ด้วย ส่วนเขมจิราแม่ของเธอ เมื่อก่อนทำงานฝ่ายบัญชีของบริษัทเดียวกัน แต่พอรู้ตัวว่าท้องก็ออกมารับงานเป็นผู้ตรวจบัญชีที่สามารถทำงานที่บ้านได้ เพราะต้องการเลี้ยงลูกสาวตัวน้อยด้วยตัวเอง จนทุกวันนี้ก็มีหลายบริษัทที่แม่ของเธอตรวจบัญชีให้ นั่นจึงทำให้ฐานะที่บ้านของเธอไม่ด้อยกว่าใคร KK University "ถึงซักที รถติดมากเลยวันนี้ ดีนะที่เราเผื่อเวลาออกจากบ้าน" เพลงขวัญพูดขึ้นเมื่อข้าวตังเลี้ยวรถเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว "ใช่ เอ๊ะ... นั่นมันพี่ลมของเพลงนิ เขากำลังรับน้องคณะวิศวะเหรอ" ข้าวตังถามขึ้น เมื่อเห็นวายุกำลังคุมรุ่นน้องทำกิจกรรมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ "บ้า!!! ของเพลงที่ไหนกันเล่า เจอหน้าทีไร ไม่ยอมคุยกับเพลงดี ๆ เลย หลบหน้าตลอด เหมือนกลัวเราไปเกาะกระแส จนตอนนี้เพลงก็ยังไม่ได้คืนเงินเขาเลย" เพลงขวัญหน้าแดงขึ้นมา เมื่ออยู่ ๆ เพื่อนก็พูดแบบนั้น ก่อนจะเถียงกลับไป เมื่อนึกถึงเหตุการณ์สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เพราะเธอพยายามจะคืนเงินเขา แต่เขาก็หลบเลี่ยงไปได้ตลอด "เหรออออ" ข้าวตังลากเสียงแบบล้อเลียน เพราะเพลงขวัญเล่าให้เธอฟังถึงที่ไปที่มาของเหตุการณ์ในวันนั้นแล้ว "ขับรถไปจอดเลย ตรงนั้น ๆ ว่าง" เพลงขวัญรีบเปลี่ยนเรื่อง ด้วยการชี้ไปที่จอดรถที่ว่างอยู่ เมื่อจอดรถสนิทแล้ว สองสาวก็เดินไปที่อาคารของคณะบริหาร ระหว่างที่ทั้งสองเดินไปเรียนนั้นก็ต้องผ่านคณะวิศวะ จึงทำให้ทั้งคู่เห็นว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเข้าไปคุยกับวายุอย่างสนิทสนม "เอ๊ะ... นั่นมันพี่ลูกหว้านิ" ข้าวตังพูดขึ้นทันที ที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวชัด ๆ "ใครเหรอพี่ลูกหว้า แล้วทำไมข้าวรู้จักคนเยอะจัง" เพลงขวัญมองตามและถามอย่างสงสัย เพราะข้าวตังก็มาเรียนพร้อม ๆ กับเธอ "ก็พี่ลูกหว้าที่เป็นรุ่นพี่คณะบริหารของเราไง ที่รู้จักเพราะพี่เขาเป็นดาวคณะ เป็นคนดังในคณะของเราน่ะ แต่พี่เขาไปคุยกับพี่ลมทำไมนะ หรือว่า... ไม่น่าจะใช่นะ" ข้าวตังเล่าให้เพื่อนสาวฟัง ก่อนจะพูดแบบถามเองตอบเองไปด้วยความสงสัย "อะไรของแก หรือว่าอะไร แล้วไม่น่าจะใช่อะไร" เพลงขวัญถามอย่างสงสัยในคำพูดของเพื่อนสาว "หรือว่าทั้งสองคนนี้กิ๊กกั๊กกันหรือเปล่าน่ะสิ ส่วนที่ไม่น่าจะใช่ เพราะพี่ติณณ์ก็ตามจีบพี่ลูกหว้าอย่างออกหน้าออกตาจนทุกคนรู้ทั้งมหาลัยแล้ว ดังนั้นคงไม่ได้มากิ๊กกั๊กกับพี่ลมแน่นอน เพลงสบายใจได้" ข้าวตังพูดสิ่งที่เธอคิดออกมาทั้งหมด "บ้า!!! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเพลงล่ะ เรารีบเดินไปเรียนดีกว่า" เพลงขวัญพูดขึ้นอย่างเขินอาย และระหว่างเดินผ่านก็เผลอมองไปที่คนกลุ่มนั้น จนสายตาไปปะทะกับตาคู่คมอย่างจัง ซึ่งวายุเองก็จ้องมาเหมือนกัน "ไอ้ลมมองอะไรอยู่วะ รีบ ๆ บอกน้อง ๆ ให้แยกย้ายกันได้แล้ว กูร้อนจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย" ปฐพีหรือดินพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด เพราะเขาไม่ชอบอากาศร้อน ๆ แบบนี้ "นั่นดิ มึงมองอะไรวะ รีบ ๆ เถอะ จะได้แยกย้าย" ธาราหรือน้ำก็ถามขึ้นอีกคน พร้อมกับมองว่าวายุมองใคร แต่เขาไม่เห็น เพราะเพลงขวัญกับข้าวตังเดินผ่านไปแล้ว "ไอ้ห่า... ถ้ารีบมากนัก ทำไมไม่มาสั่งเองล่ะ มึงไม่ใช่รุ่นพี่หรือไง มึงสองคนเกิดก่อนกูแค่เดือนเดียว แต่ชอบใช้สิทธิ์ความเป็นพี่สั่งกูจังเลยนะ" วายุหันกลับมาแล้วพูดกับปฐพีกับธาราอย่างหงุดหงิด สองคนนี้เป็นพี่เขาแค่เดือนเดียว แต่ชอบใช้สิทธิ์ความเป็นพี่มาข่มเหงเขาอยู่เรื่อย "แล้วทำไม ยังไงกูก็เป็นพี่มึงอยู่วันยังค่ำ ตอบมามึงมองอะไร" ปฐพีพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย ก่อนจะถามอีกครั้ง "เรื่องของกู" วายุสบถออกมา แต่ไม่ตอบอะไร "หึหึ... มันมองน้องปีหนึ่งคณะบริหารโว้ย นั่นไงคนที่เห็นหลังไว ๆ หน้าตาน่ารักมาก โคตรสดใส ยิ้มทีโลกละลาย หนุ่ม ๆ มองกันให้ควั่ก กูเคยเห็นไอ้ลมคุยกับน้องเขาละ แถมยังเคยซื้อของให้กันด้วย" อัคคีที่อยู่ในเหตุการณ์บ่อย ๆ ก็พูดขึ้นมาอย่างผู้รู้ "จริงเหรอวะ กูชักอยากรู้จักซะแล้วสิ รู้จักชื่อมั้ยวะ" ธาราถามขึ้นมาอย่างสนใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นวายุสนใจผู้หญิงคนไหนเลย "เงียบไปเลยมึงไอ้ไฟ..." วายุรีบพูดขึ้น พร้อมกับชี้หน้าเพื่อนไปด้วย "อ๊ะ ๆ มีหวงแม้กระทั่งชื่อเหรอวะ น่าสนใจ ๆ" ปฐพีพูดขึ้นอย่างล้อเลียน เมื่อเห็นพิรุธบางอย่าง "พวกมึงเลิกบ้าได้แล้ว กำลังคุมน้อง ๆ กันอยู่นะโว้ย" วายุพูดขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง ทำให้ทั้งสามคนที่เหลือหัวเราะชอบใจ ส่วนลูกหว้าที่ยืนฟังทั้งสี่คนคุยกันอยู่ ก็ชักสีหน้าทันทีที่รู้สึกว่าวายุสนใจเด็กปีหนึ่งคนนั้น เพราะเธอแอบชอบวายุมานาน ชอบมาตั้งแต่เรียนมัธยมที่โรงเรียนเดียวกัน ใจจริงเธออยากไปเรียนคณะวิศวะกับเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเธอไม่เก่งคำนวณ 'นังเด็กนั่นมันเป็นใครกันนะ ไม่ได้... ฉันจะต้องสืบให้รู้และกันมันให้ห่างเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่บังอาจเข้ามาใกล้ลมของฉัน' ลูกหว้าคิดอยู่ในใจ สักพักวายุก็หันไปบอกน้อง ๆ ในคณะให้แยกย้ายไปเรียนได้ "เอาล่ะทุกคนแยกย้ายกันไปเรียนได้ แล้วพวกพี่จะแจ้งกำหนดการรับน้องไปทางไลน์กลุ่ม ใครมีปัญหาอะไรก็แจ้งไว้ในนั้นได้ เรามีแอดมินดูแลน้อง ๆ ทุกคนอยู่" วายุบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน "ครับรุ่นพี่/ค่ะรุ่นพี่" รุ่นน้องทุกคนก็ขานรับเสียงดังพร้อมกัน ก่อนจะเดินแยกย้ายกันไป ลูกหว้าเห็นทุกคนเดินจากไปแล้ว เหลือเพียงแก๊งสี่ทิศ เธอจึงพูดขึ้นมากับวายุอย่างอ่อนหวาน "ลม รับน้องเสร็จแล้ว เราขอเกียร์ของลมได้มั้ย" สมาชิกแก๊งสี่ทิศชะงักไปพร้อมกัน โดยเฉพาะวายุที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และมองไปที่อีกสามคนอย่างขอความช่วยเหลือ อัคคีที่เป็นคนเลือดร้อนสมกับชื่อไฟ ก็เป็นคนพูดขึ้นว่า... "ของแบบนี้มันต้องให้เจ้าของเกียร์เขาเต็มใจให้ปะ ไม่ใช่มาขอเอาดื้อ ๆ แบบนี้ เป็นเพื่อนกันก็อย่าทำให้เพื่อนลำบากใจสิ ลูกหว้า" อัคคีพูดอย่างไม่ไว้หน้า "นี่นาย... ลม ดูเพื่อนนายพูดสิ ไม่ให้เกียรติกันเลย" ลูกหว้าพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจบ้าง แต่วายุก็ไม่ได้สนใจเธอ เขารีบเดินไปทันที โดยได้เดินผ่านไปทางโต๊ะม้าหินอ่อน ที่เพลงขวัญกับข้าวตังนั่งอยู่ที่หน้าคณะบริหาร "เอ๊ะ... นั่นมันพี่ลมนิ เดินมาทางนี้ด้วยแหละเพลง" ข้าวตังที่นั่งหันหน้ามาทางที่วายุเดินมา ก็รีบสะกิดเพลงขวัญทันที "ไหน..." เพลงขวัญหันไปและถามขึ้น และจังหวะที่วายุจะเดินผ่านไปนั้น เพลงขวัญก็รวบรวมความกล้า ลุกขึ้นไปยืนดักหน้าเขาไว้ "พี่ลมคะ..."
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม