พักเที่ยง...
เมื่อเลิกเรียนช่วงเช้า เพลงขวัญก็รีบเดินลงมาที่โรงอาหาร พอมาถึงเธอก็หันซ้ายหันขวา เพราะไม่รู้จะไปทางไหนดี จังหวะนั้นก็เห็นชายหนุ่มที่จ่ายเงินให้เธอเมื่อเช้า เพลงขวัญจึงเดินยิ้มเข้าไปหาเขาทันที
"พี่คะพี่ เดี๋ยวก่อนค่ะ" เพลงขวัญรีบเรียกไว้ทันทีเพราะอีกฝ่ายเหมือนจะเดินหนี
"....." วายุทำเหมือนไม่ได้ยิน และจะเดินต่อ แต่ทว่าถูกอัคคีดึงไหล่ไว้ก่อน
"ไอ้ลม น้องเขาเรียกมึงว่ะ รู้จักกันเหรอ" อัคคีถามขึ้นมายิ้ม ๆ เมื่อเห็นหน้าบึ้งตึงของวายุ
"....." วายุเลิกคิ้ว และปรายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย แล้วก็หยุดยืนมองนิ่ง ๆ เพื่อรอว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนอีก
"คือแอปธนาคารของเพลงใช้ได้แล้วค่ะ" เพลงขวัญรีบพูดทันที พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมพร้อม หลังจากทางนั้นส่งสายตามาถาม
"....." วายุก็ยืนฟังนิ่ง ๆ เพื่อรอดูว่าเธอจะทำยังไงต่อ
"เอ่อ... คือเพลงไม่รู้ว่ายอดเท่าไรค่ะ หรือจะให้จ่ายห้าร้อยยี่สิบก็ได้ แต่เพลงขอโอนนะคะ" เพลงขวัญพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเปิดกระเป๋าเงินแล้วเห็นมีเงินแค่สองร้อย
"....." วายุก็ยังคงนิ่งอยู่ และทำหน้าคล้ายกับรำคาญ จนอัคคีอดรนทนไม่ได้ ต้องถามออกไป
"อะไรเท่าไรวะ นี่สรุปมึงติดเงินน้อง หรือน้องติดเงินมึงวะ แล้วไปติดเงินกันตั้งแต่ตอนไหน"
"เสือก" วายุพูดออกมาคำเดียวสั้น ๆ
"ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ พี่คนนี้ไม่ได้ติดเงินเพลงค่ะ คือพอดีตอนเช้าเพลงไปซื้อของ แล้วเงินในกระเป๋าตังค์ไม่พอ แล้วจะใช้แอปธนาคาร แอปก็ล่มอีก แล้วพี่คนนี้เป็นคนจ่ายให้ค่ะ แต่ตอนนี้แอปใช้งานได้แล้ว เพลงเลยจะโอนเงินคืนพี่เขาค่ะ" เพลงรีบอธิบายทันที ที่เห็นเพื่อนของอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิด
"อ๋อ... คนที่ไอ้ลมจ่ายเงินให้เมื่อเช้า ที่ซื้อขนมปังมีปีกอะนะ" อัคคีเลิกคิ้วถามยิ้ม ๆ แววตาเจ้าเล่ห์ไม่น้อย
"ไอ้ห่า" วายุรีบยกมือไปปิดปากเพื่อนไว้ พร้อมกับสบถด่าออกมา ส่วนเพลงขวัญที่พอจะเข้าใจความหมายก็หน้าแดงขึ้นด้วยความเขินอาย
"เอ่อ... พี่ชื่อลมเหรอคะ เพลงขวัญนะคะ เรียกเพลงเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ" เพลงขวัญถามออกไปด้วยรอยยิ้มและแนะนำตัวเองออกไปอย่างอยากมีไมตรีด้วย
'อยากรู้จักให้ได้สินะ น่ารำคาญ' วายุคิดในใจและยังไม่พูดกับเธอ
"ใช่ ๆ ไอ้นี่มันชื่อวายุหรือลม ส่วนพี่ชื่ออัคคีหรือไฟครับ เราสองคนเป็นทั้งเพื่อนและญาติกัน น้องมีอะไรก็พูดกับพี่ได้เลย หรือจะเอาเบอร์พี่ไปแล้วโอนให้พี่ก็ได้นะครับ" อัคคีพูดออกไปอย่างไหลลื่น และหยิบโทรศัพท์ออกมาทำท่าจะแลกเบอร์กับหญิงสาว
"ก็ได้ค่ะ" เพลงขวัญได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้ม และกำลังจะแลกเบอร์ แต่ทว่า...
วายุที่เห็นอัคคีสนิทสนมและคุยกับหญิงสาวเยอะเกินความจำเป็น ก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่รู้สาเหตุ เขาเดินไปโดยไม่พูดอะไร แต่ลากคอเสื้อของอัคคีให้เดินตามไปด้วย
"เฮ้ย ๆ อะไรวะไอ้ลม กูยังไม่ได้แลกเบอร์กับน้องเขาเลย เดี๋ยวสิวะ" อัคคีเดินถลาตามแรงดึงและโวยวายไปด้วย แต่วายุก็ไม่สนใจ
"อะไรของเขานะ" เพลงขวัญมองตามอย่างสงสัย และพูดออกมาเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงอาหาร
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาที่จ้องมองมาของชายหนุ่มทั้งสามคน ที่มายืนดูอยู่เงียบ ๆ
"นั่นมันน้องปีหนึ่งที่เดินมากับมึงเมื่อเช้านิ ติณณ์" กัปตันพูดขึ้นเมื่อเพลงขวัญเดินเข้าไปในโรงอาหารแล้ว
"ใช่" ติณณ์ตอบสั้น ๆ
"อย่าบอกนะว่าเป็นเด็กไอ้ลมไปแล้ว ไอ้นี่มันจะแย่งมึงทุกคนเลยหรือไงวะ" แชมป์พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
"หึ... คราวนี้กูจะทำให้มันเห็นว่าอะไรที่มันรัก กูจะแย่งมาให้หมดบ้าง" ติณณ์เมื่อถูกเพื่อนยุยง ก็พูดขึ้นมาอย่างเคียดแค้น เพราะเขารู้ว่าที่ลูกหว้ายังไม่ยอมรับเขาเป็นแฟนนั้น เพราะเธอยังมีความหวังกับวายุอยู่
"จัดไปครับเพื่อน แต่ระวังนะ เด็กอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี ระวังไอเสียงดัง คุก คุก~" แชมป์พูดขึ้น โดยย้อนคำพูดของติณณ์เมื่อเช้านี้ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงอาหาร
"จริงด้วยว่ะ ระวังคุกด้วยนะเพื่อน" กัปตันพูดพร้อมกับตบไหล่เพื่อน ก่อนจะเดินตามแชมป์ไป
"กูไม่ได้คิดจะทำอะไรน้องเขาโว้ย แค่จะยั่วไอ้ลมมันเท่านั้น เข้าใจมั้ย" ติณณ์วิ่งตามหลังเพื่อนไปแล้วกอดคอทั้งสองคนไว้ ก่อนจะตะโกนใส่หูทั้งสองคน
"รู้แล้ว ๆ ไอ้ห่า เล่นตะโกนใส่ซะขี้หูกูเต้นระบำเลย" แชมป์บอกพร้อมกับผละตัวออกมา
"ไอ้ห่า... ตะโกนเสียงดังไปได้ กลัวคนอื่นไม่ได้ยินหรือไงวะ" กัปตันก็ยกมือปิดหูและเดินห่างออกไป
(เพลงขวัญ)
เพลงขวัญเดินไปที่โรงอาหารอย่าง งง ๆ เพราะไม่เคยมา ระหว่างที่มองหาโต๊ะนั้น ก็มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งโบกมือและเรียกเธอเสียงดัง
"เธอ ๆ เธอนั่นแหละ มานั่งด้วยกันสิ" นักศึกษาหญิงคนนั้นพยักหน้าให้เมื่อเพลงขวัญชี้ที่ตัวเอง ก่อนที่เธอจะเดินไปที่โต๊ะนั้น
"นั่งด้วยกันสิ เราชื่อข้าวตัง เรียนห้องเดียวกันกับเธอ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทักทายเลย" ข้าวตังรีบบอกให้อีกฝ่ายนั่งลงด้วยกัน แล้วแนะนำตัวออกไป เมื่อเห็นเพลงขวัญทำหน้า งง ๆ
"เหรอ ดีจัง ยินดีที่ได้รู้จักนะข้าวตัง เราชื่อเพลงขวัญ หรือเรียกว่าเพลงก็ได้ เพลงไม่มีเพื่อนที่นี่เลย งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันนะ" เพลงขวัญยิ้มกว้าง เธอรีบแนะนำตัวและขอเป็นเพื่อนใหม่กับอีกฝ่ายทันที
"ได้ ๆ งั้นเรามาดื่มเลือดสาบานเป็นเพื่อนกัน" ข้าวตังพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
"ดื่มเลือดสาบานเลยเหรอ" เพลงขวัญถามออกไปพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ เพราะแค่ได้ยินคำว่าเลือด เธอก็จะเป็นลมแล้ว นี่ยังจะให้ดื่มกินอีก
"ฮ่า ๆ เราล้อเล่น ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นก็ได้ มันก็แค่เรื่องสมมุติ เราเอาน้ำแดงโซดามาดื่มแทนก็ได้ เพลงรอเราแป๊บหนึ่งนะ" ข้าวตังหัวเราะออกมา เมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนใหม่ ก่อนจะเฉลยให้ฟัง
"โธ่~ เพลงก็ตกใจหมด ว่าแต่ให้เพลงไปด้วยมั้ย" เพลงขวัญพูดขึ้นอย่างโล่งอก ก่อนทำท่าจะลุกไปช่วยซื้อของ
"ไม่ต้อง ๆ เราไปคนเดียวได้ เพลงนั่งเฝ้าโต๊ะเถอะ ว่าแต่เพลงจะกินอะไร เราจะได้ซื้อมาให้" ข้าวตังโบกมือไปมาและถามกลับมา
"ขอบใจนะ เพลงกินอะไรก็ได้ที่ไม่เผ็ดมาก นี่เงิน เดี๋ยวเพลงเลี้ยงเอง" เพลงขวัญพูดขึ้นพร้อมกับยัดเงินสองร้อยใส่มือเพื่อน
"ไม่ต้องเลี้ยงหรอก เอาแค่ร้อยเดียวก็พอ" ข้าวตังพูดขึ้นพร้อมกับคืนเงินมาหนึ่งร้อยบาท
"งั้นวันหลังเป็นคิวเพลงไปซื้อ แล้วข้าวตังเฝ้าโต๊ะนะ" เพลงขวัญยอมรับเงินกลับมา แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง
"ได้เลย รอแป๊บนะ" ข้าวตังตอบตกลง ก่อนจะเดินไปที่ร้านอาหารต่าง ๆ
ไม่นานข้าวตังก็กลับมา พร้อมกับน้ำแดงโซดาสองแก้ว พร้อมกับข้าวผัดกุ้งสองจาน
"เพลงกินกุ้งได้ใช่มั้ย" ข้าวตังถามอย่างใส่ใจ
"กินได้ เราไม่แพ้อะไร แล้วข้าวตังกินหรือไม่กินอะไรก็บอกเพลงได้นะ" เพลงขวัญตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม
"เรากินได้ทุกอย่างนั่นแหละ สบายใจได้ มาเถอะ มาดื่มน้ำสาบานเป็นเพื่อนกัน" ข้าวตังตอบกลับมายิ้ม ๆ พร้อมกับยกแก้วน้ำแดงขึ้น
"เพื่อนรัก/เพื่อนรัก" ข้าวตังและเพลงขวัญยกแก้วน้ำแดงไปชนกัน แล้วพูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจังพร้อมกัน
จากนั้นสองสาวก็นั่งกินข้าวไป คุยกันไปอย่างสนุกสนาน ไม่นานก็กลายเป็นสนิทกันอย่างง่ายดาย
"อ้อ... เพลง เมื่อกี้เราเห็นเพลงยืนคุยกับพี่ลม พี่ไฟด้วย เพลงรู้จักพี่เขาสองคนเหรอ" ข้าวตังถามอย่างสงสัย
"อ้าว~ ข้าวตังก็รู้จักพวกพี่เขาเหรอ" เพลงขวัญถามกลับไปอย่างแปลกใจ
"เรียกเราว่าข้าวเฉย ๆ ก็ได้ ไม่งั้นเราเรียกเธอว่าเพลงขวัญนะ" ข้าวตังพูดขึ้นมาอย่างหยอกล้อ
"จ้า ข้าว คิกคิก~ ว่าแต่ข้าวรู้จักพี่เขาสองคนด้วยเหรอ" เพลงขวัญเรียกเพื่อนพร้อมกับหัวเราะชอบใจ ก่อนจะถามกลับไปอีกครั้ง
"เรารู้จักพวกพี่เขา แต่พวกพี่เขาคงไม่รู้จักเราหรอก ฮ่า ๆ ใครบ้างไม่รู้จักแก๊งสี่ทิศ ขนาดเราพึ่งเข้ามาเรียนยังได้ยินกิตติศัพท์พี่ ๆ เขาเลย สองคนที่เพลงคุยด้วยคือพี่ลมกับพี่ไฟ" ข้าวตังพูดขึ้นมาอย่างร่าเริง
"อ๋อ... ท่าทางจะดังน่าดูเลยนะ มิน่าถึงหลงตัวเองขนาดนั้น" เพลงขวัญพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะพูดเบา ๆ และดูดน้ำหวานไปด้วย
"ใช่... ดังมาก แก๊งนี้มีดิน น้ำ ลม ไฟ ครบเลยนะ ได้ข่าวว่าพวกพี่เขาเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งญาติกันด้วย" ข้าวตังพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
"ฮ่า ๆ ตั้งชื่อเหมือนละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่แม่เราชอบดูตอนเช้าเลย แล้วเขามีอาวุธเป็น ตรี คฑา จักร สังข์ ด้วยมั้ย" เพลงขวัญได้ยินก็หัวเราะออกมา ก่อนจะถามเพื่อนกลับไปอย่างขำ ๆ
"ฮ่า ๆ อันนี้เราก็ไม่รู้นะ" ข้าวตังได้ยินคำถามก็หัวเราะเสียงดัง
"แต่ตอนนี้พวกเราขึ้นเรียนกันเถอะ" ข้าวตังรีบชวนเพื่อนขึ้นไปเรียนทันที เมื่อหันไปสบตากับใครบางคน