“ของแถมน่ารักขนาดนี้ ถ้าเป็นผม ผมก็ไม่คิดจะมองตัวเลือกอื่นแล้วล่ะครับ” โอบเอื้อว่ายิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปบอกปราบว่า “ลุงปราบครับ พอดีผมต้องไปทำธุระต่อ ต้องขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ” โอบเอื้อยกมือไหว้ลาผู้สูงวัย แล้วลุกขึ้นยืนทันที เขาไม่เปิดช่องไฟให้คนทำลายวงสนทนาได้โต้ตอบ
“อืม...ขอบใจนะเอื้อที่แวะมาเยี่ยมลุง” เพราะรับรู้ถึงบรรยากาศตึงเครียด ปราบจึงไม่รั้งแขกไว้
“พี่กลับก่อนนะครับน้องปราง”
“ค่ะพี่เอื้อ ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยมคุณพ่อ ปรางไปส่งที่รถนะคะ”
“ผมขอตัวก่อนนะครับคุณติ”
โอบเอื้อกล่าวลาทุกคนอย่างมีมารยาท และคนที่มีมารยาทก็กล่าวคำลาเขาตอบ ยกเว้นคนที่ทำให้บรรยากาศการพูดคุยย่ำแย่ เขานั่งนิ่งไม่ยินดียินร้ายกับการกล่าวคำลาของชายหนุ่ม
มะปรางเดินออกไปส่งแขก โดยไม่รู้ตัวว่ามีสายดุมองตามหลังอย่างคาดโทษ เขานั่งนิ่งหน้าตึง...นอกจากจะเรียกเมียเขาอย่างสนิทสนมว่าน้องปรางแล้ว มันยังชมว่าเธอน่ารักอีก แม่งเอ๊ย !
หลังจากโอบเอื้อขับรถออกไป มะปรางก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง หญิงสาวเดินไปนั่งคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ที่คุณพ่อนั่งอยู่ มือบางเกาะพนักเก้าอี้ เงยหน้ายิ้มให้ท่าน
“คุณพ่อหิวไหมคะ”
“พ่อเพิ่งกินข้าวไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วเองนะปราง กระเพาะยังย่อยไม่หมดเลยลูก” ปราบวางมือบนศีรษะลูกสาวแล้วโคลงเบา ๆ
มะปรางจับมือบิดามากุมไว้ในสองมือ
“คุณพ่อต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ กินข้าวให้ตรงเวลา พักผ่อนเยอะ ๆ ปรางจะมาหาคุณพ่อบ่อย ๆ มาทำกับข้าวให้คุณพ่อกินนะคะ”
“ขอบใจมากลูก”
มะปรางขยับตัวโอบกอดเอวบิดา อิงแอบแก้มกับอกอบอุ่น
“ปรางรักคุณพ่อนะคะ”
“พ่อก็รักปราง”
ปราบจูบกลางกระหม่อมลูกสาวอย่างแสนรัก เขากระชับอ้อมกอดขึ้นแน่นอีกนิด ก่อนจะตัดใจคลายวงแขนออก เขาดันบ่าบอบบางออกห่างเล็กน้อย ตาคู่คมอ่อนล้ามองใบหน้าลูกสาวเต็มตา
“ไปเถอะ กลับบ้านได้แล้ว คุณตินั่งรอนานแล้วลูก”
มะปรางถอนหายใจบางเบา เธอจับมือข้างหนึ่งของบิดามากุมไว้อีกครั้ง เธอบีบมือท่านเบา ๆ
“ค่ะ”
ระหว่างนั่งรถเคียงคู่สามีกลับบ้าน มะปรางนั่งเงียบตลอดทาง เธอมัวแต่คิดถึงบิดา เธอเป็นห่วงท่าน เธออยากอยู่ดูแลท่าน แต่หากเธอดึงดันจะค้างที่บ้านคืนนี้ เธอเกรงว่าสามีของเธอจะพูดอะไรที่ไม่สบายใจเข้าหูคุณพ่อ เธอกลัวท่านเป็นห่วงเธอแล้วจะพานเครียด ซึ่งแบบนั้นไม่ดีต่อสุขภาพของท่านแน่ ๆ มะปรางจึงคิดว่าคืนนี้เธอจะกลับไปนอนกับเขา แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยมาหาคุณพ่อดีกว่า
“รู้ตัวใช่ไหมว่าทำผิด”
พอรถกระบะแล่นเข้าสู่ถนนในไร่เดือนเต็ม คนขับรถก็ถามเสียงเข้มดุ
มะปรางไม่หันไปมองคนถาม หญิงสาวถอนหายใจบางเบา แค่เธอไม่รอเขาอยู่ที่โรงอาหารตามที่เขาสั่ง เขาก็ถือเป็นความผิดได้ ทั้ง ๆ ที่เหตุผลในการขัดคำสั่งเขานั้นสำคัญกว่าการนั่งรอเขาที่โรงอาหารเป็นไหน ๆ แต่เพราะรู้นิสัยของสามีดีว่า หากไม่ยอมรับและโต้แย้ง เขาก็ยิ่งจะหาเรื่องกวนประสาท และทำโทษเธอหนักกว่าเดิม เธอกลัวว่าบทลงโทษของเขาจะทำให้เธอนอนซมแล้วเธอจะมาหาคุณพ่อในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ มะปรางจึงเอ่ยรับคำอย่างยอมจำนน
“ค่ะ”
“แล้วรู้ใช่ไหมว่าต้องไถ่โทษความผิดยังไง”
“ค่ะ”
มะปรางกลืนน้ำลายลงคอ มือทั้งสองข้างกำแน่น เธอมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ยิ่งรถแล่นเข้าใกล้บ้าน หัวใจก็ยิ่งสั่นไหวระรัว
“ปรางอยากลงไปทำอาหารเย็นช่วยป้าสมรค่ะ” ปากบอกเขา ขาก็ก้าวถอยหลังไปด้วย สีหน้าและแววตาของคนที่คิดจะลงโทษเธอน่าหวั่นใจเหลือเกิน
“สองยก แล้วพี่ถึงจะปล่อยปรางออกจากห้อง” ธิติพูดพลางแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตและถอดออกอย่างรวดเร็ว เขาไม่ฟังข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผลของเธอหรอก ตาคมจับจ้องดวงหน้าหวาดหวั่นอย่างหมายมาด ขายาวก้าวช้า ๆ มีเป้าหมายคือคนที่กำลังถอยหลังหนีเขาจนใกล้จะจนมุมแล้ว
“ปรางขออาบน้ำก่อนนะคะ” มะปรางต่อรอง และก้าวถอยหลังเร็วขึ้น ทว่าเพียงสองก้าว แผ่นหลังของเธอก็ชนกับผนังห้อง หญิงสาวเบิกตากว้างตกใจ เธอกำลังจะก้าวขาไปด้านข้างเพื่อหนีไปอีกมุม แต่ก็ถูกคนมือไวคว้าเอวไปกอดรัดเสียก่อน
“คุณติ !” มะปรางดันอกกว้างไว้ด้วยสองมือ เธอเอนตัวไปข้างหลัง มองหน้าเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก แม้จะเคยผ่านช่วงเวลาลงทัณฑ์สวาทมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่เธอก็ยังใจสั่นอยู่เหมือนเดิม บทรักของสามีในยามปกตินั้นหนักหน่วงอยู่แล้ว แต่หากเมื่อใดที่เขาคาดโทษลงทัณฑ์เพราะเธอทำอะไรขัดใจหรือไม่ถูกใจเขา บทรักจากเขาจะทวีความดุดันดิบเถื่อนขึ้นอีกหลายเท่านัก
“อยากอาบน้ำก่อนเหรอ” ธิติกระซิบถามเสียงเย็นเยียบ วงแขนข้างหนึ่งรัดเอวคอดแน่น แขนอีกข้างยกขึ้นบีบแก้มเนียนจนปากอิ่มเผยอ
มะปรางพยักหน้า เธอหอบหายใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ รับรู้ถึงแก่นกายแข็งคึกที่บดเบียดแนบอยู่กับหน้าท้องของเธอ