ตอนที่ 11

945 คำ
“สวัสดีค่ะพี่เอื้อ” มะปรางยกมือไหว้แขกที่หิ้วตะกร้าเครื่องดื่มรังนกยี่ห้อดังขึ้นบันไดมายืนตรงหน้าเธอ “สวัสดีครับน้องปราง ไม่นึกว่าจะได้เจอน้องปรางนะครับเนี่ย” “ลุงทองโทรไปฟ้องว่าคุณพ่อดื้อ ไม่ยอมกินข้าว วันนี้ปรางเลยมาทำกับข้าวให้คุณพ่อกินค่ะ” “เราก็เลยได้เจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอมาหลายเดือนแล้ว” คนที่ไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวมานานพูดยิ้ม ๆ โอบเอื้อเป็นหนุ่มโสดหน้าตาดีวัยสามสิบปี เขาเป็นเจ้าของรีสอร์ตที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของมะปราง ครอบครัวของทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ หนุ่มสาวจึงรู้จักและสนิทสนมกัน มะปรางนับถือโอบเอื้อเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง “ก็เพราะพี่เอื้อยุ่งไงคะ เราเลยไม่ค่อยได้เจอกัน” “โอเคครับ เป็นความผิดของพี่เองที่ยุ่ง” คนยอมรับผิดอมยิ้ม “โชคดีที่พี่มาเยี่ยมลุงปราบวันนี้ เราก็เลยได้เจอกัน” โอบเอื้อยื่นตะกร้าส่งให้หญิงสาว “ขอบคุณที่มาเยี่ยมพ่อตาของผมนะครับ” คนถูกเมียเมินเดินเข้ามาหา มาปาดหน้ารับตะกร้าใบโตมาถือไว้ “สวัสดีครับคุณติ” “สวัสดีครับคุณเอื้อ กิจการรีสอร์ตเป็นไงบ้างครับ” “ก็ดีครับ” “ให้ของฝากแล้วก็กลับไปได้แล้วครับ” มะปรางเงยหน้ามองสามีทันทีที่เขาไล่แขกของคุณพ่อ “เอ่อ...เชิญเข้าบ้านก่อนนะคะพี่เอื้อ อีกสักพักคุณพ่อคงตื่นค่ะ คุณติคะ เอาตะกร้าไปเก็บไว้ในบ้านก่อนดีไหมคะ” ธิติมองหน้าเมียด้วยความแปลกใจ ปกติเธอไม่เคยสั่งเขา ไม่กล้าใช้อะไรเขาเลย แต่ต่อหน้าผู้ชายคนอื่นกลับข่มผัว แบบนี้ต้องกำราบกันสักหน่อยแล้ว “ก็เดินไปพร้อมกันสิ” ธิติโอบไหล่บอบบางดึงเมียเข้ามาแนบชิด คนถูกโอบตกใจไม่น้อย แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้แขก “เชิญครับคุณเอื้อ เดินตามผมกับเมียมานะครับ” ธิติโอบไหล่บังคับมะปรางให้เดินเข้าบ้านไปพร้อมกับเขา โอบเอื้อเดินตามหลังคู่สามีภรรยาเข้าไปในบ้าน เขาส่ายหน้ายิ้ม ๆ เมื่อคิดว่า ความไม่สนโลก ไม่แคร์ใครของเจ้าของไร่เดือนเต็ม ช่างสมคำเล่าลือจริง ๆ ปราบตื่นพอดีในตอนที่หนุ่มสาวทั้งสามเดินเข้ามาในบ้าน พอเห็นว่าโอบเอื้อมาเยี่ยม ปราบก็เรียกเขาให้เข้าไปหาในห้องนั่งเล่น มะปรางเบี่ยงตัวออกจากวงแขนสามีตอนเขาเผลอ เธอรีบเดินตามโอบเอื้อเข้าไปหาคุณพ่อด้วย ธิติมองตามเมียแล้วหงุดหงิดใจพิกล เขารีบวางตะกร้าใบใหญ่ลงที่โต๊ะ แล้วเดินตามสองคนนั้นเข้าไปติด ๆ “สวัสดีครับลุงปราบ” โอบเอื้อประนมมือไหว้ผู้สูงวัยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สำหรับเอนนอนได้ “สวัสดีเอื้อ พ่อกับแม่สบายดีไหม” “คุณพ่อคุณแม่สบายดีครับ ท่านฝากผมมาเยี่ยมลุงปราบด้วยนะครับ” “อืม...ขอบใจ ๆ” “พี่เอื้อนั่งคุยกับคุณพ่อไปก่อนนะคะ ปรางจะไปเอาน้ำเย็น ๆ มาให้ดื่มค่ะ” มะปรางเชิญแขกนั่งที่โซฟา “ขอบคุณครับน้องปราง” โอบเอื้อกล่าวขอบคุณพลางนั่งลงที่โซฟา มะปรางเดินออกจากห้องไปจัดหาน้ำดื่มมาให้แขก คนที่เดินตามหลังเข้ามาคนสุดท้าย หรี่ตามองที่ว่างข้างโซฟาที่แขกนั่ง แล้วปรายตามองเก้าอี้เดี่ยวอีกตัวที่วางอยู่ใกล้กัน ก่อนจะเดินไปนั่งที่ว่างบนโซฟาตัวเดียวกับแขก ปราบและโอบเอื้อถามไถ่พูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง ธิตินั่งกอดอกฟังทั้งสองคุยกันอยู่เงียบ ๆ กระทั่งมะปรางกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง หญิงสาวนำน้ำมาเสิร์ฟให้แขกและสามี ก่อนจะถอยไปนั่งเก้าอี้ที่เป็นที่ว่างเพียงที่เดียวในห้องนั่งเล่นในตอนนี้ “เมื่อไรจะแต่งงานแต่งการสักทีล่ะเอื้อ” หลังจากคุยกันได้สักพัก ปราบก็ถามคำถามที่ทำให้โอบเอื้ออมยิ้ม “คงอีกนานครับลุงปราบ ตอนนี้ยังหาคนแต่งด้วยไม่ได้เลยครับ” “รีบ ๆ หาเลยค่ะ ปรางอยากมีพี่สะใภ้แล้ว” “จะไปหาจากที่ไหนล่ะครับน้องปราง วัน ๆ พี่ก็ทำแต่งาน ไม่มีเวลาว่างเลย” “ระดับพี่เอื้อทำไมจะหาไม่ได้ล่ะคะ ปรางว่าพี่เอื้อช่างเลือกเองมากกว่า” “พี่ไม่ได้ช่างเลือกขนาดนั้นนะครับน้องปราง” “ก็ยังดีที่ได้เลือกเมียเอง ผมน่ะไม่มีสิทธิ์เลือกเลย ถูกมัดมือชกแถมมาพร้อมกับที่สี่สิบไร่” คนที่นั่งเงียบมานานนึกหมั่นไส้คนที่พูดคุยกันอย่างถูกคอ แถมยังยิ้มแย้มแก้มแทบปริกันอีกต่างหาก แม้ทั้งคู่ไม่ได้มีท่าทีไปมากกว่าคนรู้จักกัน แต่เขาก็หมั่นไส้ คนหนึ่งเม้าท์มอยหอยสังข์ไม่หยุด ทีอยู่กับเขาเงียบเหมือนหอยทากป่วย แล้วไอ้เจ้าของรีสอร์ตรูปหล่อแถมยังโสดก็พูดไปยิ้มไป แถมยังเรียกเมียเขาว่าน้องปรางอย่างโน้น น้องปรางอย่างนี้อีก ฟังแล้วมันขัดหูชะมัด พอคนนิสัยไม่ดีพ่นคำพูดไม่น่ารักออกมา ห้องนั่งเล่นทั้งห้องจึงเงียบกริบ มะปรางหน้าเจื่อน แต่คู่สนทนาของเธอกลับยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะใคร ๆ แถวนี้ก็รู้กันทั้งนั้นว่าธิติกับมะปรางแต่งงานกันเพราะเหตุผลเรื่องที่ดิน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม