อารัมภบท

2065 คำ
อารัมภบท จังหวัดขอนแก่น รถฟอร์จูนเนอร์สีดำเคลื่อนผ่านบ้านผู้คนนับสิบหลังก่อนจะมาหยุดนิ่งตรงหน้าบ้านสองชั้นด้านบนเป็นไม้ส่วนชั้นล่างเป็นปูนหลังหนึ่งแสนคุ้นตา ดวงตากลมโตจับจ้องในตัวบ้านรอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว เธอก้าวขาลงจากรถพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้คุณยายของตน แพรไพลินสวมเสื้อยืดกางเกงยีนสีฟ้าอ่อน เดินเข้าไปกอดคุณยายแท้ๆ ของตัวเองแม้จะเติบโตในกรุงเทพแต่ทุกช่วงเทศกาลเธอและครอบครัวจะมาเยี่ยมเยือนยายที่ขอนแก่นเสมอ “คุณยาย สวัสดีค่ะไม่เจอกันตั้งหลายวัน” “ก็พึ่งมาตอนบุญกฐินไม่ใช่เหรอ มาเหนื่อยๆ กินข้าวมารึยัง” “ยังค่ะ กลับมากินข้าวฝีมือยายโก” “ยายโกไม่อยู่หรอก ไปตากข้าวที่วัดน่ะ” “อ๋อ จริงสิช่วงนี้ฤดูเกี่ยวข้าวใช่ไหมคะ” เสียงใสเอื้อนเอ่ยวาจากับยายแท้ๆ ทีละคำทีละประโยคระหว่างทางที่ผ่านมาก็จะเห็นว่าทุกบ้านดูครึกครื้นเป็นพิเศษ ช่วงต้นเดือนไปจนถึงปลายเดือนก็คงจะเป็นช่วงที่ชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะเดินไปทักทายญาติที่อยู่บ้านข้างกัน “สวัสดีค่ะ น้านิดสบายดีไหมคะ” “อ้าว มาแล้วบ่หนูแพร ดีจ้าน้าไปตากข้าวก่อน” “แล้วกระถินไปไหนคะ” “กระถินอยู่วัดลูก เดี๋ยวน้าบอกมันมา” “มานั่งกินข้าวก่อนลูก” “ค่ะคุณยาย” คนตัวเล็กหย่อนก้นนั่งลงเก้าอี้ไม้พลางตักข้าวใส่จานตัวเอง แสงแดดยามบ่ายส่องสว่างกระทบผืนหญ้าสีเขียว หลังคาเรือนแต่ละบ้านมีทั้งสังกะสีและกระเบื้องปะปนกันไปตามงบประมาณของแต่ละบ้าน ยามนี้ทุ่งนาสีเหลืองสลับกับท้องฟ้าทว่ามีคนกำลังวุ่นอยู่กับการทำงาน รถเกี่ยวลงเก็บเกี่ยวผลผลิตของชาวนา เวลารถยนต์ขับผ่านเธอสังเกตเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งทำงานอยู่ในวัดหรือตามบริเวณลานกว้างขวางของตัวเอง นี่สินะความเป็นอีสาน กลีบปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันหลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว แพรไพลิน จัดการล้างจานชามของตัวเองให้เรียบร้อย คุณยายที่อายุมากแล้วก็นอนพักผ่อนเธอตั้งตารอการมาถึงของกระถินที่ขึ้นชื่อว่าเป็นญาติแถมยังอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอีก พอโตขึ้นและสามารถทำงานหาเงินด้วยตัวเองได้ตั้งแต่อายุยี่สิบปีผ่านมาตอนนี้เธอก็อายุครบยี่สิบสี่ปีแล้ว หยิบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาทำงานของระหว่างที่นั่งรอกระถิน “ทำไมกระถินยังไม่มาอีก” เสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์อายุการใช้งานมากกว่าสิบปีมาจอดตรงหน้าบ้าน เป็นกระถินหญิงสาววัยเดียวกันสีหน้าของเธอยิ้มแย้มเมื่อเห็นว่าแพรไพลินนั่งรออยู่ที่บ้าน ตัวเล็กเคลื่อนจากท่านั่งดูดีใจมากที่เห็นว่ากระถินกลับมาแล้ว พับแพรโผล่เข้ากอดเพื่อนด้วยความคิดถึงแม้จะพึ่งเจอกันอาทิตย์ก่อนแต่ใครจะไปคิดว่าพับแพรจะได้กลับมาที่นี่อีกแถมยังต้องอยู่ต่อถึงสองสัปดาห์ “กระถินคิดถึงจังเลย” “พับแพรมานานยัง” “ก็สักพักแล้ว มีของมาฝากด้วยมาดูนี่สิ” “ไหนๆ มีอะไรมาฝากเหรอ” หยิบของฝากออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งมันให้กับกระถิน เธอดูดีใจมากไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร สองสาวนั่งพูดคุยกันถูกคอแม้ว่ากระถินจะสวมชุดทำงานเวลาล่วงเลยจนถึงสี่โมงเย็น กระถินเอ่ยปากชวนเธอไปนั่งรถเล่นกันแม้จะใกล้ช่วงเวลาพลบค่ำแต่แสงแดดยังคงส่องสว่างจ้า ตัวเล็กนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มือทั้งสองข้างยกขึ้นโอบกอดเอวของเพื่อน รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าแล่นผ่านบ้านผู้คนจากนั้นสองข้างทางก็กลายเป็นทุ่งนา บรรยากาศเย็นสบายทำเอาคนตัวเล็กฉีกยิ้มสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ทว่าเธอต้องสำลักควันเมื่อรถเคลื่อนผ่านกองไฟที่ชาวบ้านจุดเพื่อเผาเศษใบไม้ มือขาวซีดยกขึ้นปิดจมูกคมเป็นสันพับแพรภาวนาให้ผ่านไปให้เร็วที่สุด “แค่กๆ เขาเผาอะไรกระถินควันเต็มถนนเลย” “เผาใบไม้ใบหญ้าน่ะ ก็ดีกว่าไปเผาอยู่ในหมู่บ้านนะ” ดวงตากลมโตคู่สวยหลังมามองด้านหลังไม่นานภาพนั้นก็เลือนหายไปเมื่อรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาทางอื่นจากทางลาดยางก็เปลี่ยนเป็นถนนดินค่อนข้างขรุขระเล็กน้อย ทั้งสองข้างทางก็มีแต่ป่าสลับทุ่งนา ไหนจะป่ากล้วยเรียงยาวตามข้างทาง หรือจะสระน้ำของชาวบ้านที่จะมีกระท่อมปลายนาตั้งอยู่ด้านข้าง ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปอีกนานเท่าไหร่แต่พับแพรดูตื่นเต้นมากๆ พลันแววตาประกายแวววับคู่นั้นปะทะเข้ากับรถเกี่ยวกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต นอกจากคนที่ขับรถอยู่แล้วยังมีชายวัยกลางคนอีกสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ นั่นมันน้านิดที่เธอพึ่งเจอไปเมื่อตอนบ่ายวินาทีถัดมากระถินก็จอดรถมอเตอร์ไซค์อายุมากกว่าสิบปีไว้ด้านข้างของรถกระบะคันสีแดง พับแพรไม่รอช้าที่จะหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศ ยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดินตัดกับบรรยากาศทุ่งนาสีเหลืองไหนจะสระน้ำที่อยู่ด้านข้างอีก เป็นภาพที่เธอไม่สามารถละความสนใจไปที่ไหนได้ ขณะที่มือบางสองข้างกำลังถืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก็บภาพบรรยากาศรอบข้าง พลันร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินตัดหน้าไปนั่นทำให้พับแพรหยุดชะงัก ท่าทางการเดินหรือแม้แต่สัดส่วนร่างกายของเขา ตัวเล็กจดจำได้แม่นว่าคือคนที่ยิงตุ๊กตาให้เธอไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาสี่ปีแล้ว เขาไม่พูดจาอะไรแต่ส่งตุ๊กตาตัวใหญ่มาให้หลังจากที่ยิงได้ครบตามจำนวน ชายหนุ่มสูงราวร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรสวมชุดทำงานเกษตรกรกับกางเกงขายาวสีดำ เขาเดินตรงไปยังรถกระบะคันนั้นก่อนที่เสียงกุกกักคล้ายกับรื้อของดังขึ้นมา ทว่าสร้างความแปลกใจให้กับแพรไพลินอย่างมาก คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอเขาที่นี่ในระดับที่ใกล้กว่าแต่ก่อนไม่สิไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาเขายังยื่นตุ๊กตาใส่มือเธออยู่เลย วินาทีต่อมาร่างกำยำถือถังน้ำมันแล้วเดินกลับไปแต่คนตัวเล็กไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาที “มองอะไรเหรอ นี่นาแม่เราเอง” “ผู้ชายคนนั้นเขามาทำอะไรเหรอ” “อ๋อ ก็มากับรถเกี่ยวข้าวไง นั่นน่ะรถเกี่ยวข้าวของกำนัน” “เขาอยู่หมู่บ้านนี้เหรอกระถิน” “ใช่แล้ว ไปดูเขาเกี่ยวข้าวใกล้ๆ กัน” หญิงสาวสองคนเดินตามไปติดๆ จากนั้นกระถินพาเธอเดินลัดไปตามคันนาจุดหมายปลายทางของพวกเธอคือรถเกี่ยวข้าวคันนั้น ตอนแรกพับแพรมีแต่ความสงสัยว่าเข้าไปใกล้ขนาดนั้นได้ด้วยเหรอ แต่แล้วความคิดมากมายก็ถูกกลืนกินไปทั้งหมดเมื่อเธอมายืนใกล้รถเพียงไม่กี่เมตร คนขับจอดรถเมื่อได้รับสัญญาณจากเจ้าของที่แท้จริง ผู้ชายร่างสูงคนนั้นเดินมาสลับกับอีกคนที่นั่งอยู่บนรถก่อนหน้า “เขาเปลี่ยนกันขับรถน่ะ นี่คนที่เดินลงมาเป็นลูกน้องของคนที่ขึ้นไปใหม่อีกที” “กระถินพูดอะไรเรางงไปหมดแล้ว” “เอาใหม่ๆ คือคนนั้นที่ขึ้นไปชื่อหรั่ง ไม่สิชื่อโรมแต่ชาวบ้านเรียกว่าหรั่งเป็นเจ้าของรถ ส่วนคนที่ลงมาชื่อบิ๊กเป็นลูกน้องของหรั่ง” “ก็คนที่ยิงตุ๊กตาให้เราทุกปีใช่ไหม” “ใช่ เราว่านะเขาต้องชอบแพรแน่เลย แต่อย่าไปยุ่งกับเขานะ” “ทำไมเหรอ เขากัดเหรอ” “เขาจะกัดเราได้ อะไรเล่าพับแพร” “ฮ่าฮ่าฮ่า กระถินนี่บ้าจี้เหรอ” สองคนพูดคุยกันสนุกสนานรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าสวย ทว่าการกระทำทุกอย่างถูกสายตาคมคายจ้องมองอยู่ตลอดเวลา แม้จะต้องมีสมาธิในการขับรถพลันหน้าอกด้านซ้ายเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ทั้งรอยยิ้มหรือใบหน้างดงามของเธอเป็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอจะได้เจอในทุกๆ ปี คาดไม่ถึงว่าวันนี้เราจะได้เจอกันในที่แห่งนี้อีก หลายต่อหลายครั้งเขาจะใช้โอกาสช่วงเทศกาลหรืองานบุญต่างๆ เพื่อพบเจอเธอแต่ครั้งนี้มันต่างออกไปคุณหนูผู้ร่ำรวยล้นฟ้ามาทำอะไรกันที่ทุ่งนา มันไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิด ช่วงเวลาพลบค่ำมาถึงรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดดึงความสนใจของคนตัวเล็กที่นั่งเล่นอยู่กระท่อมปลายนาให้หันไปมอง เป็นยายโกลงจากรถพร้อมกับอาหารมื้อเย็นใส่ตะกร้าไม้สีน้ำตาล ยายโกเดินเข้ามาใกล้สองคนมากขึ้น ตัวเล็กคลี่ยิ้มหวานทักทายคนที่ยังไม่ได้เจอตั้งแต่กลับมาถึง “ยายโก สวัสดีค่ะหนูอยากเจอก็ไม่ได้เจอกันเลย” “ดีจ้า ยายเอาข้าวมาส่ง” “นี่เราจะไม่ได้กลับไปกินข้าวที่บ้านเหรอคะ” “ไม่ใช่ ยายเอามาให้รถเกี่ยวน่ะ” “แล้วทำไมต้องเอามาให้ด้วยเหรอคะ” “เอ้า กะนั่นน่ะบ่มีเมีย กะเลยต้องเฮ็ดมาส่งกว่าสิแล้วกะพุ่นละสี่ห้าทุ่ม” (ก็นั่นน่ะ ไม่มีเมีย ก็เลยต้องทำมาส่งกว่าจะเสร็จก็ประมาณสี่ห้าทุ่ม) “ดึกขนาดนั้นเลยเหรอคะ” “อีกหลายโท่งอยู่หล่า” (อีกเยอะอยู่ลูก) เอ่ยวาจาตอบกลับหลานสาวก่อนที่จะวางตะกร้าไว้ จากนั้นยายโกเดินลงไปยังทุ่งนาเพื่อตะโกนเรียกคนขับรถและลูกน้องของเขามาทานข้าวมื้อเย็น เสียงรถเกี่ยวข้าวดังอึกทึกครึกโครมไปทั่วทั้งป่าแห่งนี้ไหนจะแมลงตัวเล็กตัวน้อยส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวในยามที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว รถเกี่ยวจอดนิ่งสนิทอยู่กับที่พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามหลังของยายโกมา “กูเฮ็ดต้มปลามาให้มึง แล้วกะมีลาบเป็ด” (กูทำต้มปลามาให้มึง แล้วก็มีลาบเป็ด) “ลาบเป็ดมาแต่ไสยาย คือได้เป็ดมาลาบ” (ลาบเป็ดมาจากไหนยาย ทำไมได้เป็ดมาลาบ) “ซื้อเอา แบ่งมาให้กินกันโลดเด้อ” (ซื้อมา แบ่งให้กินกันเลยนะ) เสียงทุ้มของชายหนุ่มเปล่งวาจาพูดคุยกับยายโก แต่นั่นมันเป็นครั้งแรกที่เธอเคยได้ยินแม้จะตอบกลับบทสนทนาเขา แต่ยายโกก็จัดการเตรียมอาหารหยิบกล่องพลาสติกพร้อมกับกระติบข้าวเหนียวออกมา ทว่าดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องมองการกระทำของคนตัวโตกว่าอย่างไม่กะพริบ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าทำให้หรั่ง หรือรังสิมันต์ยกท่อนแขนของตัวเองขึ้นมาเช็ดทำความสะอาด “ยายโกมีหยังกินครับ” (ยายโกมีอะไรกินเหรอครับ) “มาๆ ต้มปลากับลาบเป็ด” “บักบิ๊กไปเอากระติกน้ำมา” (ไอ้บิ๊กไปเอากระติกน้ำมา) “เอ้า แล้วยืนเบิ่งเฮ็ดหยังเข้าบ้าน หรือสิกินนำเขาหล่า” (อ้าว ยืนอยู่ทำไมล่ะเข้าบ้าน หรือจะกินกับเขาลูก) ยายโกเอื้อนเอ่ยวาจาถามไถ่หลานสาวทั้งสองที่กำลังยืนมองอยู่ ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมายังพวกเธอเป็นครั้งแรกที่พับแพรได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แต่วินาทีต่อมาก็ถูกกระถินดึงตัวออกไป ทว่าเธอก็ไม่อาจละสายตาไปจากผู้ชายคนที่ชื่อหรั่งได้เลยแม้แต่นิดก่อนจะไปเธอก็เอาแต่จ้องมองเขาอยู่อย่างนั้น ราวกับว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรดึงดูดอยู่ตลอดเวลา ****
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม