Ep 1 สุภาพบุรุษสายดาร์กกับสาวแสบ
"ไปดูตัวมาเป็นยังไงบ้างจ๊ะ"
วารินทร์กำลังจะเดินผ่านหน้าแม่เลี้ยง แต่พอได้ยินคำถามที่ดูไม่จริงใจนั้นเธอเลยหยุดแล้วค่อยๆ หมุนศีรษะหันกลับมามอง
"เมื่อกี้ถามฉันว่าไปดูตัวมาเป็นยังไงบ้างงั้นเหรอ!?"
"วารินทร์ แม่ถามดีๆ ทำไมหนูถึงทำกิริยาแบบนั้นล่ะ" วาทิตผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจอยู่มองลอดผ่านแว่นตาดูลูกสาวอย่างตำหนิติเตียน "หยุด" แต่พอลูกสาวจะเดินผ่านไปวาทิตก็สั่งให้ลูกหยุด
"อย่าดุลูกเลยค่ะ ฉันผิดเองแหละไม่น่าไปถามแกเลย"
"ตอบคำถามแม่ไปสิ"
เธอเคยพูดกับพ่อแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่และเธอจะไม่เรียกแม่ แต่พ่อก็บังคับให้เธอเรียกอยู่นั่นแหละ
"ถ้าอยากรู้ทำไมไม่ถามตัวเองดูล่ะ มาถามฉันแล้วฉันจะตอบได้เหรอ" เธอยังคงปั้นหน้าไม่พอใจขณะที่หันไปตอบแม่เลี้ยง
"แกช่วยพูดให้พ่อเข้าใจหน่อยได้ไหมว่ามันเกี่ยวอะไรกับแม่"
"ก็มีคนแถวนี้สับขาหลอกน่ะสิคะ"
"แกหมายความว่ายังไง"
"อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นพ่อก็ถามคนข้างกายพ่อดูสิ"
"เกิดอะไรขึ้นหรือคุณ" วาทิตหันไปถามภรรยารัก และภรรยาคนนี้ก็อายุห่างกันเกือบรอบหนึ่ง แถมก่อนที่จะมาเป็นภรรยาก็เคยเป็นเลขาส่วนตัวมาแล้วด้วยวาทิตเลยไว้ใจให้จัดการเรื่องทุกอย่าง
"ฉันจะไปรู้หรือคะ คุณก็รู้ว่าลูกไม่ค่อยชอบฉัน" เกตน์ศิณีแม่เลี้ยงที่อายุห่างกันกับลูกเลี้ยงแค่ไม่กี่ปีตีหน้าเศร้า ไม่ได้เศร้าแค่ใบหน้าสิน้ำเสียงยังเศร้าด้วย ถ้าเธอเป็นคนแจกรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมเธอคงมอบให้แม่นี่คนแรกเลย
"รินทร์บอกก็ได้ค่ะการดูตัวครั้งนี้ล้มเหลว รินทร์รอจนดึกดื่นก็ไม่เห็นคู่ดูตัว เพราะเราสองคนไปคนละโรงแรมกัน"
"อ้าวทำไมเป็นงั้นล่ะ"
"พ่อก็ถามภรรยาของพ่อดูสิคะ นัดยังไงถึงไปคนละโรงแรมได้"
"มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ หรือว่าฝ่ายชายไม่อยากดองกับครอบครัวเรา"
"เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าไม่อยากเป็นดองกันแล้วทำไมคุณพัทธ์เก้าถึงให้ลูกชายเดินทางมาจากต่างประเทศ" ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะทั้งสองได้เซ็นสัญญาพันธะกันทางออนไลน์เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ให้ลูกทั้งสองตบแต่งกันถึงจะเซ็นสัญญาเล่มกระดาษเพื่อเป็นลายลักษณ์อักษร
ในเวลาเดียวกันนั้นนับเก้าก็ได้คุยวีดีโอคอลกับพ่อขณะขับรถกลับที่พักชั่วคราว ตอนนี้เกียรติบดินทร์ได้จองโครงการพูลวิลล่าหรูใจกลางเมืองกรุงไว้แล้วอยู่ในช่วงตกแต่งภายใน พัทธ์เก้า เกียรติบดินทร์ จะเดินทางกลับมาทันทีที่พร้อมเข้าอยู่ บ้านหลังนี้ตอบโจทย์พัทธ์เก้ามากไม่ต้องมาก่อสร้างเอง แถมยังได้บ้านหลังใหญ่เทียบเท่าคฤหาสน์เนื้อที่ใช้สอยกว้างขวาง สระว่ายน้ำที่พร้อมกระโดด แค่จ่ายเงินไม่ต้องปวดหัวคิดแบบบ้านเอง แต่ไม่ใช่ว่าพัทธ์เก้าไม่มีบ้านในประเทศไทยเขาซื้อบ้านตากอากาศไว้ริมทะเลหลายปีแล้วเวลาที่อยากกลับมาพักผ่อน
>>{"ก็เป็นแบบที่ผมพิมพ์บอกพ่อนั่นแหละครับ"} หลังจากที่การดูตัวล้มเหลวนับเก้าก็ได้พิมพ์ข้อความบอกพ่อไปทางแชทแล้ว พอเห็นข้อความลูกชายพ่อก็โทรมาถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น
{"เป็นไปไม่ได้ที่ทางนั้นจะเบี้ยวนัดดูตัว"} เพราะยังมีอีกหลายครอบครัวต่อแถวรอเป็นดองกับเกียรติบดินทร์เพื่อร่วมธุรกิจกัน
>>{"เรื่องนี้ผมไม่รู้ครับ พ่อก็ลองนัดมาอีกที"} ยังไงชีวิตของเขาก็อยู่ในกำมือพ่ออยู่แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้เป็นดองกับครอบครัวนี้พ่อก็ต้องหาครอบครัวใหม่เพื่อร่วมธุรกิจกันอีกอยู่ดี แต่ทำไมฝ่ายหญิงถึงไม่มาตามนัด ทั้งๆ ที่เป็นคนนัดเอง
ติ๊ก! หลังจากวางสายจากพ่อไม่นานก็มีข้อความเด้งขึ้นมา นับเก้าเลยหยุดรถเพื่ออ่านข้อความดูว่าเป็นข้อความของใคร
"?" และพอได้เห็นข้อความนั้นแล้วมันก็สร้างความไม่พอใจให้เขาอย่างมาก จะเรียกว่าโกรธมากก็ได้ เพราะคนที่จัดการเรื่องนัดบอดครั้งนี้บอกว่าฝ่ายหญิงแอบไปหาคนรักเก่าจนลืมเวลานัดดูตัว แถมทางนั้นยังขอโทษขอโพยมาครั้งต่อไปจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแล้ว
นัดครั้งที่สองของทั้งคู่...
"สวัสดีค่ะฉันชื่อวารินทร์" มือเรียวยื่นออกไปทักทายชายหนุ่มแบบที่ชาวตะวันตกเขาทักทายกัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะรับทักทายสายตาเขาได้มองมือของเธอเหมือนมีความในใจซ่อนอยู่ในแววตานั้น
"สวัสดีครับผมนับเก้า" เขาแค่แตะมือเธอนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท และก็รีบปล่อยเพราะคิดว่ามือข้างนี้เมื่อคืนคงสัมผัสกับแฟนเก่ามาแล้วสินะ
"ชื่อคุณเก๋จังเลยนะคะ"
ชายหนุ่มแค่ยิ้มมุมปากเพื่อเป็นการตอบรับที่เธอชมว่าชื่อของเขาเก๋
"เรื่องเมื่อคืนนี้ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย" เธอไม่ได้บอกเขาไปหรอกว่าถูกแม่เลี้ยงแกล้ง เพราะคิดว่าผู้ชายคงไม่ใส่ใจอะไร แต่ถ้าเธอรู้ว่าแม่เลี้ยงไม่ได้แค่แกล้งแต่เล่นหนักถึงขั้นเอารูปเก่าของเธอที่เคยถ่ายกับเพื่อนสนิทต่างเพศส่งมาให้คู่ดูตัวเห็น เธอคงไม่นิ่งนอนใจแบบนี้หรอก
"เข้าใจผิดยังไงครับ" นับเก้าอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะแก้ตัวว่ายังไง
"ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้เลยค่ะ แต่ในเมื่อคุณถามฉันก็คงต้องพูด ที่จริงแล้วเมื่อคืนนี้เราไปกันคนละโรงแรมค่ะ" เธอเลยเอ่ยชื่อโรงแรมที่คล้ายคลึงกันมากออกมาให้เขาฟัง แต่ที่จริงแม่เลี้ยงของเธอจงใจให้เธอไปผิดที่ ตอนที่พูดวารินทร์ก็ขำไปด้วยเหมือนมันเป็นเรื่องสนุกแต่อีกฝ่ายไม่ได้สนุกด้วยเลย
"ไปผิดโรงแรมหรือจงใจกันแน่"
"คะ?" หญิงสาวได้ยินไม่ชัดเพราะเมื่อสักครู่มัวหัวเราะ ที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากหัวเราะหรอกแค่อยากทำให้บรรยากาศมันดีขึ้น แต่ว่าเมื่อกี้เขาพูดอะไรนะ?
"ผมไม่รู้ว่าคุณชอบทานอะไรเลยยังไม่ได้สั่งอาหารให้" ว่าแล้วเขาก็ชูนิ้วขึ้นมาเรียกพนักงานที่ยืนรออยู่แล้วมารับออเดอร์
จะว่าไปผู้ชายคนนี้ก็หล่อมากเลยนะ ทีแรกคิดว่าจะเป็นผู้ชายร่างท้วมลงพุงเสียอีก
"มีอะไรติดหน้าผมหรือเปล่าครับ"
"คะ..เอ่อ..ปะเปล่าค่ะ" บ้าไปแล้วไปจ้องหน้าเขาทำไมขนาดนั้น แต่ว่าหล่อขนาดนี้ยังไม่มีแฟนจริงเหรอ อย่าบอกว่าแต่งงานกันไปถึงมารู้ทีหลังว่ามีเมียมีลูกแอบซุกอยู่แล้วนะ
ระหว่างที่นั่งทานข้าวกันอยู่วารินทร์ก็ชวนเขาคุย แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่ค่อยอยากจะพูดคุยกับเธอเลย
"ได้ยินว่าคุณใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาตลอดเลยหรือคะ"
"ครับ"
พูดเยอะกว่านี้หน่อยได้ไหม เล่นตอบมาแค่นี้เราต้องเริ่มบทสนทนาใหม่อีกแล้วใช่ไหมเนี่ย
"วันนี้หลังทานข้าวเสร็จ คุณมีธุระไปไหนไหมคะ"
ชายหนุ่มเลยขยับนาฬิกาข้อมือราคาแพงขึ้นมาดูเวลา เพราะกว่าจะทานข้าวเสร็จก็คงดึก แต่คำถามเมื่อสักครู่เหมือนกำลังจะชวนเขาไปต่อ
"ฉันแค่ถามดูค่ะ คำถามไหนคุณไม่อยากตอบไม่ตอบก็ได้นะคะ" ครั้งแรกที่ออกเดทกับผู้ชายไม่รู้ว่าต้องคุยอะไรบ้าง แถมเดทครั้งนี้มีงานแต่งรออยู่ด้วย เธอเลยต้องชวนคุยให้มากหน่อยเผื่อทั้งสองจะได้รู้จักนิสัยกันและกัน
"คุณชอบเที่ยวกลางคืนเหรอ"
"คะ?"
นับเก้าไม่ได้ถามซ้ำหรอกเพราะคิดว่าเธอคงได้ยินคำถามของเขาแล้ว
"คือ..ก็นานๆ ทีค่ะ"
"ขอเป็นวันหลังแล้วกัน"
"?" เขาคิดว่าเราจะชวนไปเที่ยวกลางคืนต่องั้นเหรอ เมื่อกี้เราถามอะไรกับเขาไปวะ? ถามแบบไม่คิดแต่พอได้คำตอบแล้วถึงมาคิด
"ทานของหวานต่อไหมครับ"
"ฉันไม่ชอบทานของหวานค่ะ"
"ถ้างั้นเช็คบิลเลยนะครับ" ที่เขาถามว่าจะทานของหวานไหม เพราะตอนนี้ทั้งสองทานข้าวกันอิ่มแล้วถ้าไม่ทานของหวานก็คงต้องจ่ายเงิน
"ค่ะ" ใกล้แล้ว ใกล้เป็นอิสระแล้ววารินทร์ ยังไงก็ให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนแล้วกัน เพราะรู้สึกอึดอัดมาก
ตอนเช็คบิลเขาส่งบัตรเครดิตให้พนักงานไป แล้วพอได้รับบัตรคืนมาทั้งสองก็ออกมาจากห้องอาหารของโรงแรมนั้น
"ฉันกลับก่อนนะคะ ไว้เราค่อยนัดกันวันหลังนะคะ"
"ครับ"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะแยกย้ายเสียงโทรศัพท์ของวารินทร์ก็ดังขึ้น เธอเลยเอาโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าออกมารับและขณะที่รับโทรศัพท์วารินทร์ก็เดินตรงไปรถของตัวเองโดยไม่ได้หันกลับไปมองคู่เดท
>>{"ที่ไหนนะ"}
{"อัศวินยามค่ำคืน ถ้าหล่อนไม่ว่างไม่ต้องมาก็ได้นะ"}
>>{"ฉันบอกหรือยังว่าไม่ว่าง งอนเป็นตุ๊ดไปได้"}
ทีแรกนับเก้าจะไม่สนใจแล้วล่ะ แต่ไหนๆ รถของเธอก็อยู่ข้างหน้านี่เองลองตามไปดูหน่อยว่าเธอจะไปไหนต่อ เพราะตอนนี้เขามีสองทางเลือกให้กับตัวเขาเอง หนึ่งคือจับเธอให้ได้คาหนังคาเขาจะได้ไม่ต้องแต่งงานกัน สองถึงแม้เธอจะมีผู้ชายคนอื่นแต่ก็แต่งๆ กันไปแต่แยกกันอยู่พ่อจะได้ไม่ต้องบงการชีวิตของเขาอีก
เขียนโดย: ชะนีติดมันส์