และแล้ววันรับปริญญาบัตรของวารินทร์ก็มาถึง.. วันนี้สถานที่จัดงานคนพลุกพล่านมาก มีทั้งนักศึกษารุ่นน้องและรุ่นพี่ที่อยู่ในชุดครุยเพื่อรอรับปริญญาบัตร และรุ่นน้องก็จะรวมตัวบูม เสียงตะโกนที่ดังกึกก้องไม่ใช่เพียงเพื่อประกาศความสำเร็จ แต่คือการประกาศให้โลกรู้ว่านี่คือพี่ของพวกเรา
นับเก้าถือดอกไม้ช่อใหญ่ยืนมองวารินทร์ที่อยู่ในชุดครุยยืนเด่นอยู่กลางกลุ่มรุ่นน้อง วันนี้ทำไมเธอดูมีเสน่ห์จังรอยยิ้มที่ส่งมอบให้กับรุ่นน้องนั้นทำให้เขาละสายตาจากเธอไม่ได้เลย
"รินทร์" สมชายตื่นเต้นที่มองไปเห็นนับเก้าเลยรีบเดินฝ่ารุ่นน้องเข้าไป "รินทร์แกดูนั่น" เห็นเพื่อนมัวปลื้มปิติกับรุ่นน้องอยู่สมชายเลยคว้าตัววารินทร์ให้หันกลับมาหาตนเองก่อน แต่จังหวะนั้น รองเท้าส้นสูงของวารินทร์ติดกับร่องปูนเลยเสียหลักล้มเข้าไปในอ้อมกอดของสมชาย
"โอ๊ยแกทำบ้าอะไรเนี่ย"
"แกเป็นอะไรไหม"
"ก็เจ็บน่ะสิ ถ้าฉันเดินขึ้นไปรับปริญญาไม่ได้แกรับผิดชอบไหมเนี่ย"
"ฉันจะมาเรียกแกให้ดูนั่น" ว่าแล้วสมชายก็ชี้ไปทางที่นับเก้ายืนอยู่เมื่อสักครู่ "อ้าวไปไหนแล้ว?"
"แกจะให้ฉันดูอะไร"
"ก็ว่าที่ผัวแกไง"
"เขามาแล้วเหรอ"
"ฉันเห็นถือช่อดอกไม้ช่อเบ้อเร่อเลย แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วล่ะ"
"ช่อใหญ่เลยเหรอ" ได้ยินเพื่อนบอกรอยยิ้มนั้นก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้างาม ที่เธอยิ้มไม่ใช่เพราะดีใจหรอก แต่เพราะจะได้ถ่ายภาพแล้วส่งไปให้พ่อดูพ่อจะได้ภูมิใจ
เธอและเพื่อนมองหาเขาตั้งแต่ตอนที่สมชายบอกเห็นว่าเขาถือช่อดอกไม้มา จนรับปริญญาเสร็จเรียบร้อยก็ยังไม่เห็นเขาเอาช่อดอกไม้มาให้เลย
"แกตาฝาดหรือเปล่า"
"ฉันจำเขาได้แม่นเลย"
"อย่าบอกว่าเขามองหาฉันไม่เจอนะ"
"แต่เขายืนมองแกอยู่นะ"
"ไม่รู้ใครเอาช่อดอกไม้ไปทิ้งไว้ถังขยะเสียดายจังเลย" ทั้งสามได้ยินเสียงเพื่อนพูดคุยกันเลยมองไปดูแต่ก็ไม่ได้สนใจหรอก
หลังจากพ่อเสร็จธุระทางบริษัทแล้วก็รีบมางานรับปริญญาลูกสาว มาถึงก็เห็นลูกสาวกำลังจะกลับ
วารินทร์มองไปเห็นพ่อก็เลยรีบแยกย้ายจากเพื่อน เพราะพ่อไม่อยากให้เธอคบกับเพื่อนที่มีฐานะต่ำกว่ากลัวว่าคนพวกนี้จะมาสร้างความเดือดร้อนให้
"นึกว่าพ่อจะมาไม่ได้"
"พ่อขอโทษนะที่เพิ่งมา"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
"แล้วพี่เขามาไหม"
"ไม่รู้เหมือนกันค่ะไม่เห็น"
"ไหนเราบอกว่าพี่เขารับปากว่าจะมาแล้วไง"
"รินทร์จะไปบังคับเขาได้หรือคะ" แทนที่จะได้คำชมจากพ่อหน่อย กลับมาได้คำตำหนิ คอยดูนะเจอหน้าฉันจะต่อว่าให้
ภาพที่เธออยู่ในอ้อมกอดผู้ชายคนนั้นมันหยามหน้าเขามาก แสดงว่าที่มหาวิทยาลัยทุกคนรู้กันทั่วแล้วว่าเธอเป็นแฟนกับผู้ชายคนนี้ และที่ญาติเธอบอกว่าเป็นแฟนเก่าคงไม่ใช่แฟนเก่าหรอก ตอนนี้ยังคงแอบคบกันอยู่ คงหวังผลประโยชน์จากครอบครัวเขามากสินะ
อีกหลายวันต่อมาวาทิตเห็นนับเก้าหายไปวันนี้เลยชวนมาทานข้าวเย็นที่บ้านด้วย
"ช่วงนี้บริษัทคงจะยุ่งมากไม่เห็นหน้าเห็นตาเลย"
"ใช่ครับ"
"ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับเครื่องจักรที่บอกว่าส่งมาจากต่างประเทศถึงหรือยัง"
"อีก 2-3 วันคงมาถึงท่าเรือครับ"
"พอดีเลยลูกสาวของผมเรียนจบใหม่ๆ ให้ไปฝึกงานที่บริษัทของคุณเลยดีไหมครับ"
"พ่อคะ" วารินทร์ลงมาได้ยินพ่อพูดประโยคสุดท้ายพอดี "ไหนพ่อบอกจะให้รินทร์เข้าไปทำงานในบริษัทเราไงคะ"
"ไปฝึกงานหาประสบการณ์ก่อนค่อยเข้ามารับตำแหน่ง"
ตอนที่พ่อกับลูกคุยกันเขาก็เห็นแววตาเธอไม่พอใจสิ่งที่พ่อตัดสิน แต่เธอคงไม่มีปากมีเสียงถึงได้ไม่พูดตอบโต้ "แล้วแต่คุณวารินทร์เถอะครับ ตอนนี้บริษัทผมก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางเลยครับ"
"นั่นแหละยิ่งเป็นการดีมีอะไรจะได้ช่วยกันไง ว่าแต่คุณพัทธ์เก้าเมื่อไรจะกลับมาหรือ"
"คงเป็นอาทิตย์หน้าครับ"
"งั้นดีเลยอาทิตย์หน้าเราก็หาฤกษ์แต่งงาน"
ได้ยินคำพูดของพ่อเธอสายตาชายหนุ่มมองมาดูผู้เป็นลูกสาวของท่าน และก็เห็นแววตาเธอส่อแววเหมือนจะเถียงพ่อแต่ก็ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองไว้ "แล้วแต่ผู้ใหญ่เลยครับ"
นี่เขาจะไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลยหรือไงอะไรก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ เราเพิ่งเรียนจบยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยก็จะให้แต่งงานแล้วเหรอ
"เอาเป็นว่าพรุ่งนี้หนูก็เข้าไปดูงานช่วยพี่เขาหน่อยนะลูก จะให้ดีเข้าไปทำงานเลยก็ได้"
"ฉันไม่รู้ว่ามีแขก" ตอนที่ทุกคนพูดคุยกันอยู่ภรรยารักของวาทิตก็เดินลงมาจากชั้นบนในชุดนอนที่เซ็กซี่
"คุณจะเข้านอนแล้วเหรอ" สามีเห็นภรรยาใส่ชุดแบบนั้นลงมาเลยไม่ชอบใจ แต่ที่จริงมันเป็นความจงใจของเกตน์ศิณีอยู่แล้ว เพราะเห็นว่านับเก้ามาถึงแล้วเลยรีบเปลี่ยนชุดนี้แล้วลงมา
"วันนี้อากาศมันร้อนค่ะ เลยอาบน้ำก่อน จะให้เกตน์ขึ้นไปเปลี่ยนชุดก่อนไหมคะ"
"ต้องทานข้าวเย็นร่วมกันอีก แล้วคิดว่าชุดนี้มันเหมาะสมไหมล่ะ"
"ถ้างั้นเกตน์ขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนชุดครู่หนึ่งนะคะ"
"คงคิดว่าคนอื่นดูไม่ออกสินะ" วารินทร์พูดออกมาเสียงเบาพร้อมยกมุมปากเหมือนเย้ยหยันอีกฝ่าย แต่ก็ดีเหมือนกันอ่อยให้ได้เลยยิ่งดีจะได้เลิกกับพ่อของเธอสักที และเธอก็จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับอีตาบ้านี่