พอนึกถึงตอนที่เร่งเล้าเธอตอนนั้นผมก็รู้สึกหัวเสียขึ้นมาเลย เธอจะรู้สึกยังไงนะที่ผมบังคับให้เล่าเรื่องแย่ๆแบบนั้น
“ ขนม ”
“ เห้อ มันกระทันหันมากเลย เลยไม่ได้บอกอะไรก่อน ตอนนั้นมันยุ่งๆกับการเตรียมอะไรหลายๆอย่าง เลยไม่ทันได้ติดต่อไป เรื่องมหาลัย เรื่องที่พัก ซื้อของนั่นนี่เข้าคอนโดอีก ครามก็รู้นี่นาว่าเราต้องทำทั้งหมดนั่นคนเดียว อีกอย่างเราไม่มีเบอร์กันด้วย พอย้ายมาอยู่คอนโดก็เลยไม่รู้จะติดต่อไปทางไหน ”
“ แล้วไม่คิดจะกลับบ้านบ้างหรอ รู้ว่าไม่ชอบที่นั่นแต่กลับไปรอฉันบ้างก็ได้ไหม ”
ตอนแรกผมสงสัยมากว่าขนมหายไปไหน ไม่มาบ้านคุณยายหลายวันแล้ว ตอนแรกผมกะว่าจะไปตามเธอที่บ้าน แต่โชคดีที่คุณยายท่านเหมือนจะรู้ว่าที่ผมมาหาท่านบ่อยๆช่วงนี้ คงเป็นเพราะช่วงนี้ขนมเงียบหายไป ท่านเลยให้คนไปสืบมาให้ บ้านนั้นมีลูกสาวที่หวงแหนอยู่หนึ่งคนแต่ผมไม่รู้ว่าชื่ออะไรหรอกนะ ผมไม่ได้ให้ค่า ถึงแม้ว่าเธอเองจะไม่ได้มีความผิดอะไรจากเรื่องของขนมก็ตาม คนที่คุณยายให้ไปสืบบอกว่าคนบ้านนั้นบอกแค่ว่าขนมไปเรียนมหาลัย ซึ่งอยู่ไกลบ้านเลยขอออกไปอยู่หอ แต่ก็ไม่ได้บอกว่ามหาลัยอะไร ผมเลยทำได้แค่รอให้เธอกลับมาบ้านเท่านั้น แต่สุดท้ายผมก็ทำได้แค่รอ
“ … ”
“ ขนม ”
“ … ”
“ คือจะไม่พูด? ”
ผมมองเสี้ยวใบหน้าสวยที่มองตรงออกไปข้างหน้าอย่างใช้ความคิด มือเล็บบีบกันไว้แน่น
“ พวกเขาให้เงินเรามาก้อนนึง ”
“ … ”
“ ตอนวันเกิดอายุครบสิบแปดปี พวกเขาบอกว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว
“ … ”
“ เขาบอกว่าเป็นเงินค่าเลี้ยงดูที่ผู้ชายคนนั้นให้เป็นค่าเลี้ยงดูเรา จำนวนก็หลายสิบล้านเลยนะ แถมเขายังเอาเงินส่วนตัวของเขาเพิ่มมาให้เราด้วยอีกก้อนนึง เงินก้อนนั้นถ้าใช้ชีวิตคนเดียวต่อให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยยังไง เราก็ยังใช้ชีวิตได้สบายๆไปทั้งชาติเลย ”
“ … ”
“ เงินก้อนนั้นเป็นของขวัญที่เขาเตรียมให้เราออกมาใช้ชีวิตของตัวเอง เขาบอกว่าให้ฉันออกไปสร้างครอบครัวที่เป็นของฉันเอง ”
นี่เป็นอีกครั้งที่ผมได้เห็นสีหน้าของเธอที่แม้ว่ามุมปากของเธอจะยิ้มออกมานิดๆ แต่แววตาและน้ำเสียงของเธอไม่ได้สื่อแบบนั้นเลย เหมือนดั่งครั้งแรกที่ผมเจอกับขนม
“ วันนั้นกว่าเราจะเก็บของที่จำเป็นลงกระเป๋าเสร็จ กว่าจะออกมาจากบ้านก็เกือบตีสองแล้ว นอนโรงแรมตั้งเกือบอาทิตย์แนะกว่าจะเจอคอนโดที่ถูกใจ ^^ ”
พรึบ
พอได้ฟังมาถึงตรงนี้ ได้รับรู้ทุกอย่างในตอนนั้น ผมรู้สึกน้อยใจว่าเธอหายไปอย่างไม่บอกไม่กล่าว แต่ไม่เคยรับรู้เลยว่าช่วงเวลานั้นที่เธอต้องผ่านความยากลำบากมาคนเดียวนั้นเธอต้องเข้มแข็งขนาดไหน ผมจึงอดไม่ได้ที่จะดึงมือเล็กที่บีบกันไว้แน่นจนเล็บจิกลงไปบนผิวหนังเอามากุมเอาไว้ อดไม่ได้ที่จะดึงร่างเล็กๆนั้นมากอดไว้
ผมแม่งไม่น่าใจร้อนเร่งรีบให้เธอเล่าในสิ่งที่เธอไม่อยากเล่าเลย ผมน่าจะเอ๊ะใจไว้บ้าง ว่าบ้านนั้นมันไม่เคยสนใจใยดีขนมเลย แต่ผมไม่ได้คิดถึงว่าพวกนั้นจะไล่ขนมออกจากบ้านในตอนที่เธออายุพึ่งจะครบสิบแปดปีได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง คนบางคนก็ดีแต่ให้กำเนิดจริงๆ
“ เก่งมาก ”
แหมะ แหมะ แหมะ
“ ฮึก ”
เพียงคำชมคำเดียวทำให้คนตัวเล็กที่อดทนอดกลั้นมาตลอดปล่อยโฮออกมา เธอมักจะอดทนอยู่เสมอ เธอเป็นคนเก่งสำหรับผมเสมอ ถ้าผมหรือคนอื่นๆเจอเหตุการณ์เดียวกันกับเธออาจจะไม่สามารถจัดการกับตัวเองหรือความรู้สึกได้เก่งเท่าเธอขนาดนี้
ลูบๆ
เหมือนว่าการที่ผมยิ่งปลอบจะยิางทำให้เธอร้องไห้หนักกว่าเดิมซะอีก ผมอยากเป็นที่พักพิงให้กับเธอเสมอ แต่ยิ่งเธอร้องไห้หนักมากเท่าไหร่ใจผมมันดันเจ็บตามไปด้วยนี่สิ
“ ฮือ ฮึก ฮือ ”
วูบ
ผมอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมานั่งบนตักทำให้ผมกอดเธอได้แน่นขึ้น ร่างเล็กที่ผิวเย็นเฉียบผมจะแทนที่มันด้วยความอบอุ่นจากตัวของผมเอง
“ ไม่เป็นไรๆ ”
“ ฮึก ฮึก ”
“ ร้องออกมาให้หมด ไม่ต้องทนแล้ว ”
“ ฮึก ฮือ ”
“ ครามอยู่ตรงนี้ ”
ผมพูดไม่เก่ง ผมเก่งแต่ฟัง แต่ตอนนี้ผมอยากพูดคำๆนี้ให้เธอได้รับรู้ ว่าผมอยู่ตรงนี้มาตลอด
“ ฮึก ”
ลูบๆ
คนตัวเล็กบนตักผมร้องไห้ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอร้องไห้หนักขนาดนี้ ไม่สิ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นเธอร้องไห้ ขอให้มันเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นและขอให้เป็นครั้งสุดท้ายด้วยเถอะ ผมจะทำให้ชีวิตเธอต่อไปนี้มีแต่ความสุขเอง
เมื่อก่อนตอนที่ขนมหายไป ผมหงุดหงิดมาก ผมเสียความรู้สึกด้วย เรื่องที่ว่าทำไมคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนกันถึงลืมกันได้ลงคอ ไปเรียนที่ใหม่ มีเพื่อนใหม่ๆเลยลืมผมงั้นหรอ ก็ได้เพราะถ้าเป็นงั้นผมก็จะลืมเธอบ้าง เมื่อเวลาผ่านไปผมคิดว่าการลืมเพื่อนสักที่ลืมเราก่อนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่ไม่ค่อยเปิดใจให้ใครอย่างผม แต่ไม่เลย ผมไม่เคยลืมขนมได้เลย พอวันนี้ที่ผมได้เจอกับเธออีกครั้ง ความรู้สึกมากมายมันถาโถมเข้ามา ผมสบสนว่าจริงๆแล้วผมอยากรู้เหตุผลที่เธอหายไปจริงๆหรอ แต่แล้วมันก็ไม่ใช่ ความรู้สึกผมมันมากกว่านั้น ผมรู้ได้ไงน่ะหรอ ก็ตอนมีใครหน้าไหนก็ไม่รู้เข้ามาจีบเธอต่อหน้าต่อตาผมน่ะสิ พวกนั้นทำในสิ่งที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อน ถ้าผมรู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้เรื่องราวมันจะเปลี่ยนไปไหมนะ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะงั้นตอนนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปโดยไม่ได้ปกป้องเธออีกแล้ว
ขนมร้องไห้จนเหนื่อยตอนนี้เธอหลับไปคาอกของผมแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะต่อไปนี้ฉันจะดูแลเธอเอง ถึงแม้หนทางมันจะยังอีกไกลก็เถอะ เห้อ
ผมเช็ดตัวให้เธอเสร็จ ผมก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า คงต้องรอให้เธอตื่นก่อนแล้วค่อยไปส่งเธอที่คอนโดนั่นแหละ ร้องไห้ออกมาเยอะก็คงจะเพลียเป็นธรรมดานั่นแหละ ไหนจะทำงานพิเศษอีก
ครืด ครืด
(เสือ)
“ ว่า ”
“ เข้าร้านไหม ”
“ ไม่แน่ใจ ”
“ ทุกทีก็ไม่เคยปฏิเสธนิ มีไรรึเปล่า ”
“ ไม่มี ”
“ แน่ใจนะครับ ไม่ใช่ดูแลเพื่อนสมัยเด็กอยู่หรอกน้า ”
“ เสือก ”
“ 555555 เพื่อนครามคนดีวันนี้เข้าร้านหน่อยได้ไหมครับ ”
“ มีบัญชีจะให้มึงตรวจหน่อย เหล้าล็อตใหม่มาแล้ว ”
“ เห้อ เออ! ”
“ เจอกันค้าบ เพื่อนที่แส.. ”
ติ้ด
ผมไม่ได้รอให้มันล้อผมจนจบ ก็ตัดสายมันทิ้งไปซะก่อน ไอ้เสือมันชอบพูดไปเรื่อย แต่ผมก็รู้ว่าคงจะหลบเลี่ยงพวกมันไม่ได้หรอก ผมเป็นคนค่อนข้างไม่แยแสใครสักเท่าไหร่ ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น ออกจะติดขี้รำคาญหรือเบื่อโลกด้วยซ้ำ เรื่องผู้หญิงก็มีบ้างแต่ไม่เคยคบใครหรือคุยกับใครจริงๆจังๆ พูดตามตรงตามประสาผู้ชาย เสร็จก็แยกย้าย แต่ผมไม่เคยดูแลใครเหมือนกับที่ดูแลขนมหรอกนะ แล้วก็ไม่คิดจะดูแลใครเหมือนกับที่ทำให้ขนมด้วย
End K talk