โหยหา

1500 คำ
ฉันนั่งลงกินขนมที่ครามเตรียมไว้ให้บนโซฟาหรูเงียบๆ เจ้าของห้องยืนมองฉันนั่งกินอยู่แปปนึงก่อนที่จะมีสายเข้ามาเจ้าตัวก็เดินออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงห้อง หืม สูบบุหรี่ด้วยแหละ โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วไอ้เด็กคนนี้ ท่าทางของครามที่ยืนคุยโทรศัพท์พร้อมสูบบุหรี่ไปด้วยดูดีจังเลยแฮะ เอ๊ะ! ฉันคิดอะไรกับเพื่อนตัวเองเนี่ย เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่ามีคนจ้องอยู่ ครามเปลี่ยนเป็นยืนเอาหลังพิงกับระเบียงแล้วมองจ้องหน้าฉันกลับ ตึกตัก หา? ตึกตัก ตึกตักเนี่ยนะยัยขนม นี่เพื่อนแกนะใจเต้นอะไรของแก เลิกมองๆกินขนมต่อเลยนะ แต่จังหวะที่สบตากัน ฉันก็อดที่จะยอมรับไม่ได้เลยว่าครามนั้นดูดีมาก ติ๊งต๊อง เสียงออดดังขึ้น สงสัยจะเป็นอาหารที่ครามบอกว่าสั่งเอาไว้ให้ เขายังคุยโทรศัพท์อยู่เลย เดี๋ยวฉันออกไปเอาเองดีกว่า “ อาหารที่สั่งได้แล้วครับ คุณ *0* ” “ ที่ครามสั่งไว้ใช่ไหมคะ ” “ คะ ครับ ” ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปรับถุงอาหารแต่มีแขนแกร่งจากทางด้านหลังยื่นออกมารับไปแทนซะก่อน หลังฉันกระทบเข้ากับอะไรแข็งๆบางอย่างฉันเลยเงยหันหลังเพื่อกลับไปดู แม่เจ้า! หน้าฉันอยู่ห่างจากต้นคอของครามแค่นิดเดียวเอง คอขาวมาก ลูกกระเดือกชัดมาก ตัวครามหอมมาก รับของดีๆกก็ได้ก้มตัวมาทำไมเนี่ย ถ้าฉันเงยหน้าขึ้นไปมีหวังได้หอมแก้มครามแน่ อึก ให้ตายเหอะฉันเผลอกลืนน้ำลายหรอเนี่ย “ ส่งของเสร็จแล้วก็กลับไป ” “ ครับ ครับ ” ปึง ครามพูดเสียงเรียบก่อนจะปิดประตูห้องเสียงดัง “ ครามไปดุเขาทำไม ” “ … ” “ ชิ เกเร ” “ มากินข้าว ” “ ค้า~ ” ครามเดินนำไปยังห้องครัว เครื่องครัวครบมาก มีโต๊ะกินข้าวอยู่ตรงกลางห้อง ตู้เย็นขนาดใหญ่ที่ด้านในของกินเต็มตู้เลย อีกทั้งขนมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เต็มไปหมดเลย ไหนจะตู้แช่ไวน์สุดอลังการนี่อีก “ เดี๋ยวเราเอาจานเอง ” “ ไปล้างมือละนั่งรอ ” “ รับทราบค้า ” ฉันไม่เล้าหรือครามมากหรอก ครามเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ฉันเลยไม่อยากจะมากความเขาอยากทำอะไรก็ปล่อยให้ทำไปเถแะ “ ขอบคุณค่ะ ” ครามสั่งเป็นพวกสเต็ก สปาเก็ตตี้แล้วก็สลัดให้กับฉันทุกอย่างมันน่ากินมากๆแล้วก็เป็นของโปรดของฉันทั้งนั้นเลย “ ครามไม่กินหรอ ” “ กินเถอะ ” “ ทำไมล่ะ ” “ เห็นเธอกินฉันก็อิ่มละ ” “ พูดไปเรื่อย ” ฉันกินข้าวไปเรื่อยๆจนเสร็จ โดยมีครามที่นั่งเล่นมือถือแล้วมองมาที่ฉันเป็นระยะๆ ถ้าถามว่าครามนั่งตรงไหน ก็เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉันนี้แหละ แกร่ง ฉันรวบช้อนส้อมหลังกินเสร็จบนจาน ก่อนจะเตรียมตัวลุกเพื่อนำจานไปล้าง “ อิ่มแล้ว? ” หงึก หงึก “ ไป ” “ ไปไหน เดี๋ยวล้างจานก่อน ” “ ไปนั่งรอที่โซฟา ” “ แต่ ” “ เลิกยื้อเวลาขนม ” หงึก หงึก ฟุบ ฉันกลับมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหรูตัวเดิม ไม่นานครามก็เดินมาทิ้งตัวลงที่ตรงข้างๆฉัน ทำไมถึงรู้สึกว่าแอร์ในเพนเฮาส์ของครามมันเย็นขนาดนี้นะ เวลาที่ฉันกลัวกำลังจะมาถึงแล้วสินะ ใช่ ฉันทำเหมือนฉันไม่เป็นไร แต่จริงๆแล้วฉันกังวนมาก กลัวว่าสิ่งที่ฉันจะพูดออกไปนั้นครามจะคิดเห็นอย่างไร และครามจะหายโกรธไหม “ ว่ามาสิ ” กึก ฉันทำได้แต่นั่งตัวเกร็งบีบมือเข้าหากันแน่น ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี “ ขนม ” “ เห้อ มันกระทันหันมากเลย เลยไม่ได้บอกอะไรก่อน ตอนนั้นมันยุ่งๆกับการเตรียมอะไรหลายๆอย่าง เลยไม่ทันได้ติดต่อไป เรื่องมหาลัย เรื่องที่พัก ซื้อของนั่นนี่เข้าคอนโดอีก ครามก็รู้นี่นาว่าเราต้องทำทั้งหมดนั่นคนเดียว อีกอย่างเราไม่มีเบอร์กันด้วย พอย้ายมาอยู่คอนโดก็เลยไม่รู้จะติดต่อไปทางไหน ” “ แล้วไม่คิดจะกลับบ้านบ้างหรอ รู้ว่าไม่ชอบที่นั่นแต่กลับไปรอฉันบ้างก็ได้ไหม ” ครามโกรธจริงๆด้วย ทำเสียงครามคือหัวน่าจะกพลังร้อนได้ที่เลย “ … ” “ ขนม ” “ … ” “ คือจะไม่พูด? ” เห้อ “ พวกเขาให้เงินเรามาก้อนนึง ” “ … ” “ ตอนวันเกิดอายุครบสิบแปดปี พวกเขาบอกว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว “ … ” “ เขาบอกว่าเป็นเงินค่าเลี้ยงดูที่ผู้ชายคนนั้นให้เป็นค่าเลี้ยงดูเรา จำนวนก็หลายสิบล้านเลยนะ แถมเขายังเอาเงินส่วนตัวของเขาเพิ่มมาให้เราด้วยอีกก้อนนึง เงินก้อนนั้นถ้าใช้ชีวิตคนเดียวต่อให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยยังไง เราก็ยังใช้ชีวิตได้สบายๆไปทั้งชาติเลย ” “ … ” “ เงินก้อนนั้นเป็นของขวัญที่เขาเตรียมให้เราออกมาใช้ชีวิตของตัวเอง เขาบอกว่าให้ฉันออกไปสร้างครอบครัวที่เป็นของฉันเอง ” “ วันนั้นกว่าเราจะเก็บของที่จำเป็นลงกระเป๋าเสร็จ กว่าจะออกมาจากบ้านก็เกือบตีสองแล้ว นอนโรงแรมตั้งเกือบอาทิตย์แนะกว่าจะเจอคอนโดที่ถูกใจ ^^ ” พรึบ มือเล็กสองข้างของฉันที่กุมกันไว้แน่นจนมันขึ้นเป็นรอยเล็บที่จิกลงไปบนผิวบางบัดนี้ได้ถูกคลายออกแล้วแทรกด้วยผ่ามือหนาที่อบอุ่น มือนี้ที่คอยยื่นออกมาจับมือของฉันไว้เสมอ ร่างกายอันเย็นเฉียบของฉันถูกเพิ่มความอบอุ่นจากอกแกร่งที่สมัยก่อนฉันมักจะแอบมองเพียงด้านหลัง “ เก่งมาก ” แหมะ แหมะ แหมะ “ ฮึก ” ลูบๆ น้ำตาที่ฉันอดกลั้นมันไว้ได้หลายปีบัดนี้ได้เล่อล้นทะลักออกมาเหมือนเขือนที่ไร้สิ่งกีดขวาง ครั้งสุดท้ายที่ฉันร้องไห้ออกมาน่าจะเป็นตอนอายุสิบแปดปีวันที่ฉันออกจากบ้านนั้นนั่นแหละ ชีวิตมันชุลมุนจนลืมเรื่องให้เสียใจ ฉันว่าฉันเป็นคนอดทนเก่งแต่ตอนนี้แค่ครามพูดคำๆเดียวฉันก็ร้องไห้ออกมาเหมือนว่ามันได้รับการปลดปล่อยเลยนะ “ ฮือ ฮึก ฮือ ” วูบ เมื่อครามเห็นว่าฉันร้องไห้หนักขึ้นเปลี่ยนจากที่ฉันโดนครามดึงไปกอด ตอนนี้กลายเป็นครามอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนตักแล้วกอดฉันไว้แนบอกแทน แต่ตอนนี้ฉันไม่มีสติมากพอที่จะผลักไสหรือปฏิเสธอ้อมกอดนี้หรอกนะ กลับกันแล้วมันเหมือนจะเป็นอ้อมกอดที่ฉันโหยหามานานแสนนานแล้วต่างหาก ฉันโอบกอดคอครามไว้แน่นพอๆกับมือที่กุมมือครามเอาไว้ “ ไม่เป็นไรๆ ” “ ฮึก ฮึก ” “ ร้องออกมาให้หมด ไม่ต้องทนแล้ว ” “ ฮึก ฮือ ” “ ครามอยู่ตรงนี้ ” อ่า ครามปลอบใจแบบนี้ฉันก็อดทนต่อไม่ไหวสิ ฉันดีใจเหลือเกินที่ครามดูเหมือนจะไม่โกรธฉันและยังเข้าใจฉันอีกด้วย บอกแล้วไงว่าครามน่ะใจดีกับฉันมากๆเลย “ ฮึก ” ลูบๆ ฉันไม่รู้ว่านี่มันนานเท่าไหร่แล้วที่ฉันนั่งอยู่บนตักของครามแล้วกอดครามร้องไห้ไปด้วยอย่างนี้ เหมือนช่วยเวลาที่ยากรำบากทางจิตใจ ที่แสนจะยาวนานนี้กำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อฉันร้องไห้จนพอใจแล้วก็เหมือนร่างกายที่เหนื่อยล้ามานานต้องการที่จะพักผ่อน มือหนักๆที่ลูบหัวฉันเบาๆเป็นการกล่อมชั้นดี รู้สึกว่าเปลือกตาเริ่มหนักมากขึ้นทุกทีๆ และหลังจากนั้นนับเลขหนึ่งไม่ถึงสิบภาพทุกอย่างตรงหน้าก็มืดสนิทลง K Talk เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเงียบหายไปแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจสม่ำเสมอแทน ผมอุ้มขนมเดินเข้าไปในห้องนอนของผมก่อนจะวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ จัดท่าทางให้เธอนอนสบายขึ้น ก่อนที่ความคิดไม่ดีจะวิ่งเข้ามาในหัวผมเลยต้องรีบดึงผ้าห่มมาห่มคนตัวเล็กที่อย่างอื่นไม่เล็กตามเลย เธอไว้ใจฉันเกินไปนะ ผมลุกไปเอาผ้าขนหนูกับน้ำอุ่นมาเพื่อจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้คนตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ่มไม่รู้เนื้อรู้ตัว ขนมก็แบบนี้แหละ เวลาที่เธอสบายใจกับที่ไหนเธอมักจะหลับสนิทจนไม่รู้สึกตัวเลยว่าผมกำลังเช็ดตัวให้เธออยู่ เช็ดตัวไปมันก็ทำให้อดคิดไม่ได้ ทำไมผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยวะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม