ใช่เปล่าวะ

1461 คำ
K talk โรงอาหารคณะวิศวะ “ ไอ้ครามคืนนี้มึงจะเข้าร้านปะ จะให้ดูบัญชี ” “ เดี๋ยวบอก ” สวัสดีผมชื่อ คราม เรียนคณะวิศวะไฟฟ้าปีสาม ปกติผมเป็นพูดน้อยอยู่แล้ว จะพูดเยอะไปทำไมในเมื่อไอ้เสือกับ ไอ้ซากิ มันพูดแทนทุกคนบนโลกแล้ว “ แล้วมึงอะไอ้ยักษ์ ” “ ไม่อะ กูจะไปหาใบมิ้นท์ ” “ ไอ้ห่านี่ติดเมีย ไอ้ครามมึงห้ามมันบ้างดิ ลืมหน้าเพื่อนหมดแล้วมั้ง วันๆอยู่แต่กับเมีย ” “ มันติดเมียแล้วเกี่ยวไรกับกู ” ไอ้เสือยังคงเซ้าซี้พวกผมไม่ลดละ ทั้งผม ไอ้ยักษ์ แล้วก็ไอ้พร้อมรบ ต่างก็ไม่ใช่พวกชอบพูด ตอนนี้มีแต่ไอ้เสืออยู่โต๊ะ ไอ้ซากิไปซื้อข้าวรอมันสองคนรวมตัวกันดิ แม่งปวดประสาทเกินทน ปึก “ โต๊ะข้างหลังอย่างสวย ขาวจั๊วะ ไอ้สักทีพ่อจะตั้งใจเรียน ” ไอ้ซากิที่เพิ่งเดินมาถึงวางกระแทกจานข้าว ลงบนโต๊ะ ก่อนจะพูดจาที่สมกับการเป็นมันออกมา “ ไหนๆ ” “ มึงมองตรงไปตรงโน้นเลยไอ้เสือเพื่อนรัก ” “ เชี่ย อย่างขาว ปิดไฟก็ไม่ต้องกลัวมองไม่เห็นเลย ” ผมเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่ไอ้เสือกับไอ้ซากิกำลังคุยกันอยู่สายตาของผมสบเข้ากับตากลมโตของคนที่เพื่อนผมกับกำลังพูดถึงอยู่ ใช่เปล่าวะ เธอหลบตาออกไปในจังหวะที่เพื่อนของเธอเดินมาที่โต๊ะพอดี ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแล้ว แต่ผมมั่นใจว่าผมจำคนไม่ผิด แต่ตอนที่เจอครั้งล่าสุดก็จำได้ว่าหน้าตาดีแต่ตอนนั้นยังเด็กมาก ตอนนี้ดูโตเป็นสาวเต็มที่แล้ว สวยเอาเรื่อง ไว้ถ้าบังเอิญเจออีกคงต้องลองหยั่งเชิงดู “ รีบกินเถอะมึงจะได้ไปเรียนต่อ ” เป็นไอ้พร้อมรบที่ทนไม่ไหวจนต้องบอกให้ไอ้เสือกับไอ้ซากิรีบกินข้าว พอหันไปอีกทีเธอโต๊ะนั้นก็ลุกออกไปแล้ว หวังว่าจะได้เจอกันอีก “ เห้อ เหนื่อยชิ* ” “ เออ กว่าจะหมดคาบสมองแทบระเบิด ” คงไม่พ้นไอ้เสือกับไอ้ซากินั่นแหละที่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง “ ก่อนกลับไปคาเฟ่ในมหาลัยกันก่อนไหม ร่างกายกูต้องการคาเฟ่อีนแบบด่วนๆ ” “ ได้กูด้วย พวกมึงอะ ” ผมกับไอ้พร้อมรบ มองหน้ากันแล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันเข้าใจว่าผมกับมันจะไปคาเฟ่ด้วย บอกแล้วว่าพวกผมพูดน้อยพูดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น “ งั้นกูกลับก่อนนะ ใบมิ้นท์เลิกไว ” “ เออๆ ไว้เจอกัน ” “ ไอ้ห่านี่ติดแฟนฉิบหาย อย่าให้กูมีบ้างนะ ” “ หึ ชาตินี้คงมี ” ส่วนอันนี้เป็นไอ้พร้อมรบที่รำคาญไอ้เสือจนต้องออกปากกระแหนะกระแหน มันแรดขนาดนั้นจะมีเมียชาติไหนดีกว่า จากนั้นเราก็เดินลัดตึกวิศวะมายังคาเฟ่ที่คุยกันเนื่องจากอยู่ใกล้กับคณะวิดวะเลยเดินมาแทนเอารถมาจอดที่คาเฟ่ “ เชี่ย คนนั้นในโรงอาหารนี่หว่า ” กึก “ จริงด้วย ยิ่งมองใกล้ๆยิ่งสวย ” “ เออ เรียนคณะอะไรวะ สวยขนาดนี้ทำไมไม่เคยเจอ ” “ เด็กปีหนึ่งเปล่ามึง ” “ ไม่รู้ว่ะ ไปจีบสักหน่อยดีกว่า ” ในขณะที่ไอ้เสือกับไอ้ซากิกำลังพิจารณาสาวสวยตรงหน้า ผมไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้สนทนากับเธอก่อนผมหรอก “ อเมริกาโนแก้วนึงครับ ” ในตอนที่ผมเดินเข้ามา สาวสวยตรงหน้าเหมือนกำลังง่วนกับการทำอะไรซักอย่างที่เคาน์เตอร์ เลยไม่ทันสังเกตว่ากำลังมีลูกค้าเดินมา “ ค่ะ รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ 0.0 ” ใช่จริงด้วย “ หึ ” ทำหน้าตกใจแบบนี้แปลว่าก็จำได้เหมือนกันนิ คนลืมเพื่อน “ ไง ” “ งะ ไง ” “ ไม่คิดจะอธิบาย? ” “ คะ คือว่า ” สาวสวยตรงหน้ามองผมแล้วเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง นั่นทำให้แก้มป่องๆทั้งสองข้างเกิดเป็นรอยบุ๋มของรักยิ้มลงไป ตอนนั้นเธอน่ารักขนาดนี้เลยป่ะวะ นึกไม่ออก “ อะไรๆ รู้จักกันหรอ ” “ อืม ” “ ชื่ออะไรครับคนสวย? ” “ ขนม ” ผมเอ่ยชื่อนั้นออกไปดื้อๆ คนตรงหน้าดูตกใจเล็กน้อยที่ผมจำชื่อเธอได้ เธอเห็นผมเป็นคนยังไงวะ “ ค่ะ ชื่อขนมค่ะ ” “ ชื่อน่ารักจังครับ แต่คนน่ารักกว่า ” จิ๊ ใครมันมาสอนให้เพื่อนผมเสี่ยวได้ขนาดนี้วะ “ มึงสองคนไปนั่งที่โต๊ะกับกูไป ให้ไอ้ครามมันสั่ง รอพวกมึงสองตัวกูว่าวันนี้คงไม่ได้แดก ” ไอ้พร้อมรบที่หงุดหงิดง่ายกับทุกสิ่ง เริ่มหงุดหงิดไอ้สองตัวนี้ที่เอาแต่จีบสาว แต่จริงๆผมรู้มันมองออก ว่าคนนี้ไม่ได้ ไม่ได้ในที่นี้คือผมปล่อยให้พวกมันจีบไม่ได้ “ รับออเดอร์เพียงเท่านี้ใช่ไหมคะ ชำระเป็นแบบไหนดีคะ ” คนตัวเล็กตรงหน้า ก้มหน้าก้มตาคิดเงินโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองผม “ ทำไรผิดมาหรอ เลยไม่กล้าเงยหน้ามามอง ” “ ปะ เปล่านะ ” “ แน่ใจ? ” ผมยักคิ้วเชิงคำถามอย่างกวนๆส่งกลับไปให้คนลืมเพื่อน “ แน่สิ ” เหมือนเธอจะเริ่มงอแงแล้วที่ผมเอาแต่ต้อนให้เธอจนมุม “ เลิกงานกี่โมง ” “ ห้าโมงเย็น ” “ อืม เดี๋ยวรอ ” “ รอเราทำไม? “ ใบหน้าสวยเอียงคอเงยหน้ามองผมอย่างสงสัย พร้อมกับคำถามของเธอ “ ไม่คิดจะอธิบายอะไรหน่อยหรอ ” ใบหน้าสวยก้มหน้าหงุดลงไปที่เคาน์เตอร์อีกครั้งนึง ก่อนจะถอนหายใจเพื่อระบายความหงุดหงิดออกมา “ เห้อ โอเคๆ ” End K talk เห้อ ใครจะคิดว่าครามจะเข้ามาทักฉันจริงๆ แถมดูหัวเสียกับการที่ฉันหายไปดื้อๆอย่างไม่บอกไม่กล่าวในตอนที่ออกมาจากบ้านอีกด้วย บอกตามตรงว่าตอนนั้นฉันสับสน ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ตรงไหน ไม่รู้ว่าจะบอกครามยังไงดี มันก็เป็นสิ่งไม่สมควรนั่นแหละเพราะตลอดเวลาหลายปีที่ฉันผ่านมาได้ก็มีครามเนี่ยแหละที่คอยรับฟังเรื่องของฉันมาตลอด ไม่ว่าฉันจะเล่าเรื่องอะไร ถามอะไรหรือพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ครามจะทำหน้าที่รับฟังฉันโดยไม่โต้แย้งก่อนที่จะรับฟังฉันจบด้วยซ้ำ เมื่อไหร่ที่ฉันมีความคิดที่ไม่ดีหรือไม่ควร ไม่ถูกต้อง ครามก็จะให้คำแนะนำ คอยเป็นคนที่ให้คำปรึกษาฉันตลอด ถือได้ว่าบางทีครามอาจจะเป็นคนที่เข้าใจหัวอกฉันมากกว่าคนที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นครอบครัวซะอีก แล้วตอนนั้นฉันลังเลอะไรกับการที่จะต้องบอกเพื่อนคนนึงว่าฉันกำลังจะออกไปจากชีวิต ออกไปอยู่อีกโลกนึงที่ต่างจากเขาเข้าไปอีก เมื่อครามสั่งเครื่องดื่มเสร็จก็เดินไปนั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์มากนัก ครามมองมาที่ฉันตลอดเวลาใช้คำว่าตลอดเวลาจริงๆ ไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว ฉันเข้าใจแล้วหน่า ไม่หนีหรอก หากรอบนี้หนีอีกไอ้หมอนี่คงฆ่าฉันแน่ๆ คราม เป็นคนนิ่งๆ พูดน้อย ใบหน้าไม่ค่อยแสดงอารมณ์ แต่ถึงอย่างนั้นครามก็ใจดีกับฉันเสมอมา แต่ยังไงแล้วบ้านของครามก็เป็นครอบครัวที่มีอิทธิพลครอบครัวหนึ่ง หวังว่าครามจะไม่โกรธฉันจนถึงขั้นส่งคนมาเก็บฉันหรอกนะ ฮือ TT เลิกคิดเรื่องครามแล้วทำงานต่อก่อนดีกว่า ไม่งั้นคงไม่เป็นอันทำงานทำการแน่ แต่ไม่รู้ว่าฉันคิดเองไปหรือเปล่า ทุกครั้งที่มีหนุ่มๆเข้ามาสั่งเครื่องดื่มกับฉัน พยายามพูดคุยหรือขอการติดต่อจากฉัน สายตาของครามที่มองมา มันดูนิ่งจนฉันคาดเดาไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มันดูน่ากลัวมากกว่าทุกที แต่ฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้ ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกันหมายถึงเพื่อนสมัยเด็กอะนะ มันจะมีอะไรมากกว่านั้น แล้วอีกอย่างฉันไม่ได้เจอครามนานแล้วด้วยเพื่อนก็ต้องมีเปลี่ยนไปกันบ้างแหละ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม