ตอนที่ 1 บทนำ

1749 คำ
คฤหาสน์ไชยเดชาสกุล "ฮ่า ๆ แล้ววันนี้ปู่มีความสุขมาก" เสียงหัวเราะของ 'สิบทิศ ไชยเดชาสกุล' ประมุขตระกูลไชยเดชาสกุล ดังขึ้นอย่างมีความสุข เขาเป็นชายสูงวัยที่มีความภูมิฐานและน่าเกรงขามต่อหน้าผู้อื่น แต่ถ้าอยู่กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะหลานชายทั้งสี่ เขาก็คือชายชราที่อารมณ์ดีและใจดีเป็นที่สุด "มาแล้ว ๆ แก๊งสี่ยอดกุมารของปู่ ฮ่า ๆ เจ้า ดิน น้ำ ลม ไฟ" สิบทิศหันมากอดหลานชายทั้งสี่คนแล้วพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี "โธ่~ คุณปู่ บอกหลายครั้งแล้วนะครับ ว่าแก๊งผมชื่อแก๊งสี่ทิศ ไม่ใช่สี่ยอดกุมารเหมือนหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ปู่ชอบดู" ลมหรือวายุพูดขึ้นเสียงออด ๆ "ใช่ครับ นี่ไฟสุดหล่อแห่งแก๊งสี่ทิศเองคร๊าบบบ คุณปู่" ไฟหรืออัคคีพูดขึ้นอย่างทะเล้น "ผมน้ำจากแดนใต้ สมาชิกแก๊งสี่ทิศ รายงานตัวครับคุณปู่" ธาราหรือน้ำพูดอย่างขึงขัง เข้ามากอดปู่ไว้แล้วพูดขึ้นอีกคน "ผมดินจากแดนเหนือ สมาชิกแก๊งสี่ทิศ รายงานตัวครับคุณปู่" ปฐพีก็เข้ามารายงานตัวอย่างใกล้ชิด "ฮ่า ๆ โอเค ๆ แก๊งสี่ทิศของปู่ วันนี้ปู่มีความสุขที่สุด แต่จะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าพวกหลานพาแฟนมาด้วย และถ้าให้ดีหลาน ๆ ต้องรีบแต่งงาน และมีเหลนให้ปู่" สิบทิศหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข "ต้องถามไอ้ดินก่อนครับปู่ มันเป็นพี่ใหญ่สุด ก็ควรจะแต่งงานก่อน" ธาราพูดขึ้นมาอย่างหยอกล้อ "ใช่ ๆ เห็นด้วย" วายุและอัคคีก็รีบพยักหน้ารัว ๆ อย่างเห็นด้วยกับธาราทันที "ไอ้พวกเวร มึงสามคนพูดซะกูแก่มากเลยนะ กูก็แค่เกิดก่อนพวกมึง แค่คนละเดือนสองเดือนเท่านั้น แต่อายุเท่ากันโว้ย ชอบรวมหัวกันให้กูเป็นพี่มากเลยนะเวลาอย่างนี้ แต่เวลาอื่นไม่เคยเห็นกูเป็นพี่ของพวกมึงเลย ความเคารพจะมีให้กูกี่โมง... ตอบ!!!" ปฐพีรีบโต้กลับเพื่อนทั้งสามคนทันทีอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาเกิดปีเดียวกัน แค่ห่างเดือนกันเท่านั้น "ฮ่า ๆ บ่นเป็นตาแก่เลย" อัคคีหัวเราะลั่น พร้อมกับพูดออกมา "ใช่ ๆ เพราะมึงขี้บ่นและชอบทำตัวเป็นพี่ใหญ่แบบนี้ไง เหมาะสมแล้วที่จะต้องแต่งงานก่อนเพื่อน" วายุรีบพูดสนับสนุนทันที "อันนี้กูเห็นด้วยกับไอ้ลมและไอ้ไฟ มึงก็แต่ง ๆ ไปเถอะ แล้วมีเหลนให้ปู่เยอะ ๆ ดีมั้ยครับปู่" ธาราพูดขึ้นมาอีกคน และหันไปถามชายชราอย่างประจบเอาใจ "ดี ๆ ดินเป็นหลานชายคนโต ก็ควรจะแต่งงานก่อนพี่น้อง แล้วมีลูกเยอะ ๆ จะได้ไปช่วยกันดูแลไร่ผลไม้ด้วย ดินดูแลคนเดียวไม่ไหวหรอก ตั้งหลายร้อยไร่" เจ้าสัวสิบทิศพูดขึ้นมาอีกคน เพราะเขาก็ถือว่าปฐพีเป็นหลานชายคนโตจริง ๆ สมควรที่จะแต่งงานก่อนหลานคนอื่น "ผมไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้จุกจิก ขออยู่เป็นโสดดีกว่าครับ" ปฐพีพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง "ส่วนเรื่องงานที่ไร่ผลไม้ เราก็จ้างคนงานมืออาชีพเอาแบบที่พ่อแม่ผมทำอยู่ก็ได้ครับ อีกอย่างผมกำลังสนุกกับการเรียนและการทำงานอยู่ นี่ก็พึ่งเปิดบริษัทกับไอ้น้ำ ไอ้ไฟ ได้ไม่นานนี้เอง ขอผมทำงานก่อนนะครับปู่" ปฐพีพูดอย่างออดอ้อนปู่ของตัวเอง เพราะที่ท่านพูดมาก็ถูก เขาเป็นหลานชายคนโตจริง ๆ แต่เรื่องแต่งงาน... มันยังไกลตัว "ฮ่า ๆ เอาสิ แล้วปู่จะคอยดูว่าจะอยู่เป็นโสดไปถึงเมื่อไร เพราะตระกูลเราเป็นตระกูลที่แต่งงานเร็ว มีลูกเร็ว ปู่ว่าพวกแกก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ให้ทายนะว่าไม่เกินอายุยี่สิบห้าปี พวกแกจะต้องได้แต่งงาน แถมยังแย่งกันแต่งด้วยนะ สงสัยปู่จะต้องให้คนไปปรับลานเอนกประสงค์หน้าคอนโดสี่ทิศ ให้กว้าง ๆ เพื่อรอรับการจัดงานแต่งงานพร้อมกันทั้งสี่คู่ดีกว่า" สิบทิศพูดขึ้นอย่างผู้หยั่งรู้ "ไม่มีทางครับ" ทั้งสี่ยอดกุมารของเจ้าสัวสิบทิศพูดขึ้นพร้อมกัน "ฮ่า ๆ แล้วพอถึงวันนั้น อย่ามาอ้อนวอนให้ปู่ไปสู่ขอสาวให้ล่ะ ปู่จะเล่นตัวให้ดู" สิบทิศพูดไปก็หัวเราะไป จากนั้นงานเลี้ยงก็ดำเนินไปอย่างอบอุ่น... "เอ่อ... ไอ้ดิน วันก่อนกูกับไอ้น้ำไปช่วยอาจารย์เรื่องงานรับน้องปีหนึ่ง บังเอิญเจอไอ้เมฆด้วยว่ะ" อัคคีพูดขึ้นมาในตอนที่ทั้งสี่คนแยกมานั่งคุยกันส่วนตัว "ใช่ ๆ กูก็เห็น มันมากับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง มันดูแลเทกแคร์อย่างดีเลยนะโว้ย" ธาราพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย "ไอ้เมฆไหนวะ" วายุถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะเขาไม่คุ้นชื่อนี้เลย "ก็ไอ้เมฆที่เป็นเพื่อนของไอ้ดินที่เชียงใหม่ไงวะ ไอ้คนที่ตัวสูง ๆ เล่นบาสเก่ง ๆ สาวกรี๊ดเยอะ ๆ นั่นไง" อัคคีเฉลยออกมาอย่างละเอียด "อ๋ออออ" วายุลากเสียงเมื่อคิดออก "เพื่อนคนที่พวกกูเคยเจอ ตอนไปเที่ยวบ้านมึงน่ะเหรอ กูจำได้ละ" "แต่มึงบอกว่ามันไม่ได้มาเรียนต่อที่กรุงเทพไม่ใช่เหรอวะ แล้วทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้วะ ไอ้ดิน" ธาราถามขึ้นมาอีกคน เพราะตอนนั้นเขาเห็นปฐพีสนิทกับเพื่อนคนนี้มาก นึกว่าจะมาเรียนด้วยกันเสียอีก แต่พอถามถึงรู้ว่าอีกฝ่ายเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ "กูจะไปรู้มั้ยล่ะ อีกอย่างกูกับมันก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว กูโทรไปมันก็ตัดสายกูตลอด ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไร กูเลยเลิกสนใจมันแล้ว" ปฐพีพูดขึ้นมาอย่างสงสัยเหมือนกัน "ไม่สนใจมัน แต่กูก็เห็นนะโว้ย ว่าเวลามึงกลับเชียงใหม่ทีไร มึงซื้อของฝากเต็มเลย บอกจะเอาไปให้น้องสาวเพื่อน เพื่อนคนไหนวะ" อัคคีถามกลับมาด้วยความสงสัย เพราะของที่เพื่อนซื้อไปนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นขนม "ไม่เสือกครับน้อง" ปฐพีตอบกลับไป และทำเหมือนไม่สนใจอีก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อธาราพูดขึ้นมา "หรือจะเป็นน้องสาวมันวะ เพราะกูจำได้ ว่ามันมีน้องสาวคนหนึ่ง ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ทำผมทรงซาลาเปาไว้บนหัว คนที่กูเจอวันนั้นก็ทำผมทรงซาลาเปากลม ๆ ไว้บนหัว ม้วนผมไว้เหมือนคนจะไปอาบน้ำเลยมึง" "ใช่ ๆ กูก็จำได้ น้องตัวเล็ก ๆ ตาแป๋ว ๆ ทำผมทรงซาลาเปา แล้วไปนั่งเฝ้าพี่ชายเล่นบาส พอเลิกเล่นแล้วเราจะไปเที่ยวกันต่อ ก็ไปไม่ได้ เพราะมีเด็กดื้อจะขอตามไปด้วยให้ได้" วายุพูดขึ้นเมื่อนึกถึงความหลังครั้งที่เขาไปเที่ยวบ้านเพื่อน และได้ไปเล่นบาสด้วยกัน "ถึงดื้อก็น่ารักนะโว้ย ตอนนั้นน้องเรียน ม.3 เองมั้ง แต่น่ารักมาก เสียดายกูหวงความโสด ไม่งั้นกูจีบไปแล้ว" อัคคีพูดขึ้นมายิ้ม ๆ "พวกมึงจะพล่ามอีกนานมั้ยวะ มันจะมากับใครก็เรื่องของมัน กูกับมันไม่ได้ติดต่อกันตั้งนานแล้ว" ปฐพีพูดตัดบทเหมือนกับรำคาญ แต่ในใจลึก ๆ เขาไม่อยากให้ไอ้พวกนี้พูดถึงเด็กคนนั้นต่างหาก... เด็กดื้อ... "เออ... งั้นเราไปรวมกลุ่มกับผู้ใหญ่ดีกว่าว่ะ แล้วค่อยแยกย้าย หรือจะไปต่อที่ไหนดี" วายุพูดขึ้นมา "ไม่ล่ะ วันนี้กูเหนื่อยมาก ขอกลับไปนอนดีกว่า" ปฐพีพูดขึ้นแล้วลุกเดินไปรวมกลุ่มกับพ่อแม่และปู่ย่า เมื่องานเลี้ยงจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ โดยสมาชิกแก๊งสี่ทิศได้ขับรถสปอร์ตสุดหรูออกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะทั้งสี่คนแยกตัวออกไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของตัวเองที่ปู่สิบทิศมอบให้ เมื่อมาถึงเพนต์เฮาส์ของตัวเองแล้ว ปฐพีก็หยิบไวน์แล้วเดินออกไปที่ระเบียง เขานอนลงที่เตียงผ้าใบริมสระน้ำ แล้วจิบไวน์อย่างสบายใจ ตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงเขาไม่ดื่มเหล้าเพราะต้องขับรถกลับ เขาคือสมาชิกแก๊งสี่ทิศ ที่นักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยจับตามอง และยังเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ที่กำลังสร้างตัว ดังนั้นคงไม่ดีแน่ ถ้าเขาจะถูกจับข้อหา... เมาแล้วขับ "ใช่มึงกับจันทร์เจ้าหรือเปล่าวะ ไอ้เมฆ" ปฐพีนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบ แล้วพูดขึ้นเบา ๆ "ถ้าใช่มึง กูก็อยากถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราวะ ทำไมมึงถึงทำแบบนั้นกับกู ทำเหมือนมีเรื่องโกรธกู ซึ่งกูไม่เคยได้รับคำอธิบายอะไรจากมึงเลย" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาเมื่อดูรูปเก่า ๆ ของเพื่อนในโทรศัพท์ เพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่าเพื่อนตายก็ได้ แต่จู่ ๆ ก่อนเรียนจบเพียงแค่สองเดือน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเมฆาได้เดินมาต่อยเขาต่อหน้าเพื่อนคนอื่น ๆ แล้วยังชี้หน้าด่าเขาว่า ไอ้เพื่อนเลว จากนั้นก็เดินไป โดยที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย นับตั้งแต่นั้นบรรยากาศในห้องเรียนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็มีแต่ความเฉยชากลับมา หลังจากเรียนจบ ม.6 เขาก็มาเรียนต่อที่กรุงเทพ โดยรู้ข่าวเพียงแค่ว่าเมฆาได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากนั้นเวลาเขากลับไปที่บ้าน ก็เหมือนอีกฝ่ายไม่อยากเจอหน้าเขา ทั้ง ๆ บ้านก็อยู่ใกล้ เขาได้แต่เอาของไปฝากให้น้องสาวของเพื่อน น้องสาวที่ชื่อว่า... จันทร์เจ้า จันทร์เจ้าที่เป็น... เด็กดื้อของปฐพี
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม