ตอนที่ 2 ใช่เธอจริง ๆ ด้วย

1810 คำ
เพนต์เฮาส์ปฐพี วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียน ปฐพีตื่นมาอย่างสบาย ๆ เพราะเขามีเรียนตอนสาย จึงไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้เขาหัวเสียจนได้ เมื่อแต่งตัวเสร็จและกำลังจะออกจากห้อง แต่หากุญแจรถตัวเองไม่เจอ ทั้ง ๆ เขามั่นใจว่าวางไว้ที่ประจำ "หายไปไหนวะ" ปฐพีบ่นออกมา จากนั้นก็ดูกล้องวงจรปิด ถึงได้รู้ว่าอัคคีมาเอากุญแจรถของเขาไป "ไอ้ไฟ มึงเอารถกูไปไหนวะ" ปฐพีสบถขึ้นทันที เมื่อต่อสายหาอัคคีแล้วทางนั้นรับสาย "กูยืมหน่อยดิวะ พอดีรถกูเสีย แล้ววันนี้กูมีเรียนเช้า" อัคคีก็ตอบกลับมาอย่างสบาย ๆ "รถคันละสิบกว่าล้านนี่นะเสีย เสียยังไง ไหนมึงลองบอกกูมาหน่อยซิ" ปฐพีถามออกไปด้วยความโมโห "ก็เบรกสะบัด คลัตช์เสีย เกียร์หลุด เครื่องสะดุด เพลาหัก สลักหาย หัวเทียนห่าง ยางแฟบ แหนบตาย ไดไม่จ่าย ไฟไม่ชาร์จ สตาร์ตพัง เครื่องเสียงเงียบ เหยียบไม่ไป ไฟหน้าดับ ดอกยางกลับ คลัตช์จม ลมเข้าถัง" อัคคีบอกด้วยการร้องเพลงแร็ป แบบที่คณะตลกชอบเล่นกัน ก่อนจะถามขึ้นอีกว่า... "เป็นไง อาการหนักมั้ยวะ" "ใช่... อาการหนัก มึงนั่นแหละอาการหนัก ถ้าจะเป็นขนาดนี้ มึงชั่งกิโลขายไปเลยดีกว่า ไอ้เหี้ย แล้วกูจะไปมหาลัยยังไง" ปฐพีถามออกไปอย่างหงุดหงิด "มึงก็เดินออกมาเรียกแท็กซี่ เรียกวิน เรียกแกร็บ หรือจะนั่งรถเมล์ นั่งรถไฟฟ้ามาก็ได้ ทำไมเรื่องแค่นี้มึงคิดไม่ได้วะ" อัคคีตอบกลับมาเหมือนช่วยเพื่อน แต่น้ำเสียงมีความสะใจเล็ก ๆ "ไอ้... รู้มากนักนะ แล้วถ้ารู้แบบนั้น ทำไมมึงไม่ทำเองวะ มาเอารถกูไปเพื่อ..." ปฐพีพูดออกไปอย่างหงุดหงิด "เพื่อความสะดวกสบายของกูไง แค่นี้นะ กูใกล้ถึงมหาลัยแล้ว อ้อ... ไม่ต้องโทรไปหาไอ้ลมนะ เพราะมันมาเรียนเช้าเหมือนกู" พูดจบอัคคีก็ตัดสายไป "แม่ง... ไอ้ไฟ กูไม่น่าจะตั้งกฎให้เพื่อนเข้าห้องกันได้เลย" ปฐพีด่าคนที่วางสายไปแล้ว ที่อัคคีสามารถเข้าห้องเขาได้ เพราะปฐพีที่เป็นพี่คนโตตั้งกฎไว้ว่า พวกเขาแก๊งสี่ทิศสามารถเข้าออกห้องของกันและกันได้ทุกคน ปฐพีคิดหาวิธี ก่อนจะนึกถึงเพื่อนอีกคน ที่ต้องไปเรียนช่วงสายพร้อมกันกับเขา จากนั้นเขากดโทรหาธาราทันที ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย "ว่าไงวะ ไอ้ดิน" เสียงธาราถามขึ้นมา "กูจะโทรมาบอกว่าซักสิบโมงมึงมารับกูไปมหาลัยด้วยนะ ไอ้ห่าไฟเอารถกูไปมหาลัยแล้ว กูไม่มีรถ" ปฐพีตอบกลับมาทันที "คงไม่ได้ว่ะ เพราะกูก็จะถึงมหาลัยแล้ว มึงก็นั่งแท็กซี่มาก็แล้วกัน" ธาราตอบเพื่อนกลับไปอย่างไม่สนใจ "มึงจะไปเหี้ยอะไรเร็วนักวะ มีเรียนตั้งสิบโมงครึ่ง" ปฐพีถามกลับมาอย่างไม่พอใจ "เรื่องของกู แค่นี้นะ" พูดจบธาราก็ตัดสายทิ้งทันที ปฐพีมองโทรศัพท์อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่สุดท้ายเขาก็ให้ผู้จัดการคอนโดโทรเรียกรถให้ KK University... รถแท็กซี่ที่ปฐพีนั่งมา ก็มาถึงมหาวิทยาลัย โดยในตอนที่รถเลี้ยวเข้ามาในมหาวิทยาลัยนั้น ก็สวนกับรถสปอร์ตคันหนึ่ง ซึ่งปฐพีจำได้ทันทีว่าคนที่กำลังขับรถออกไปคือเมฆา เพื่อนที่เคยสนิทของเขานั่นเอง "ไอ้เมฆจริง ๆ ด้วย มันมาส่งใครวะ หรือจะเป็น...จันทร์เจ้า" ปฐพีพูดกับตัวเองเบา ๆ ในตอนที่ลงจากรถแล้วเดินไปที่โรงอาหาร เพราะธาราบอกว่านั่งรอเขาอยู่ที่นั่น สวัสดีครับ ผมชื่อปฐพีหรือดิน ไชยเดชาสกุล อายุยี่สิบสองปี ผมเป็นสมาชิกแก๊งสี่ทิศ แต่ปู่สิบทิศของผมชอบเรียกพวกผมว่าแก๊งสี่ยอดกุมาร เพราะมี ดิน น้ำ ลม ไฟ ครอบครัวผมอยู่เชียงใหม่ ที่บ้านทำสวนผลไม้ส่งออกรายใหญ่ มีทั้งผลไม้สด และผลไม้แปรรูปต่าง ๆ แต่ตอนนี้ผมมาเรียนที่ KK University ที่กรุงเทพ โดยมาพักอยู่ที่เพนต์เฮาส์ที่ปู่สิบทิศสร้างให้หลานคนละอาคาร ส่วนไอ้เมฆที่ผมเห็นเมื่อกี้ มันคือไอ้เมฆา เพื่อนที่เคยสนิทของผม และเป็นคู่แข่งเรื่องกีฬาของผมด้วย เพราะในงานกีฬาผมกับมันจะถูกครูจับให้อยู่กันคนละทีม พวกเราไปมาหาสู่กันประจำ ผมไปเล่นบ้านมัน มันมาเล่นบ้านผม ทั้งสองครอบครัวก็สนิทกัน ทำธุรกิจก็เกื้อหนุนกัน บ้านผมทำสวนผลไม้ ซึ่งมีบางส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมได้ บ้านมันทำธุรกิจเกี่ยวกับรีสอร์ตและไร่ชา มันก็พาลูกค้ามาเที่ยวที่สวนผลไม้ของผมบ่อย ๆ โดยบางครั้งก็มีไกด์ตัวน้อยอย่างจันทร์เจ้าตามมาด้วย ทำให้ผมสนิทกับยัยเด็กดื้อไปด้วย แต่ตอนที่ผมกำลังจะจบ ม.6 ก็มีเรื่องให้แตกหักกัน เมื่อจู่ ๆ มันก็เข้ามาต่อยและด่าผม โดยที่จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกัน "ทางนี้ไอ้ดิน" เสียงของธาราทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง และเดินไปหาเพื่อนโดยกระแทกก้นลงนั่งอย่างหงุดหงิด "เป็นอะไรวะ หงุดหงิดตั้งแต่วันแรกเลยเหรอ" ธาราถามพร้อมกับส่งขวดน้ำให้เพื่อน "ก็ไอ้ไฟน่ะสิ แม่งกวนตีน มันเข้าไปเอากุญแจรถถึงห้องกู แล้วเอารถกูไปใช้ ต่อไปกูจะเปลี่ยนรหัส ไม่ให้ใครเข้าห้องง่าย ๆ แล้ว" ปฐพีพูดอย่างหัวเสีย และคิดจะเปลี่ยนรหัสห้องจริง ๆ "เมื่อกี้กูเห็นเพื่อนเก่ามึงพึ่งขับรถออกไป มันมาส่งนักศึกษาคนหนึ่งที่คณะบริหาร กูว่าน่าจะเป็นน้องสาวมัน เพราะกูจำทรงผมซาลาเปาได้" ธาราบอกกับเพื่อนออกไปตามที่เขาเห็น "เหรอ..." ปฐพีตอบสั้น ๆ ก่อนลุกขึ้น "เดี๋ยวกูไปสั่งข้าวก่อนนะ หิวฉิบหาย" พูดจบก็เดินไปทันที "ทำเป็นเก๊กฟอร์มไปเถอะมึง กูจะคอยดูว่าพอเจอจันทร์เจ้าแล้วจะเป็นยังไง" ธาราพูดตามหลังเพื่อนไป คณะบริหารธุรกิจ... หญิงสาวตัวเล็กตั้งอกตั้งใจเรียนอย่างมาก เมื่อจบวิชาแรกก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจโดยไม่สนใจสายตาใคร จนมีมือหนึ่งมาสะกิดเบา ๆ ทำให้เธอหันไปมองอย่างงง ๆ "มีอะไรหรือเปล่าคะ จันทร์เจ้ายืนบังเหรอ" หญิงสาวรีบนั่งลงและถามออกไป "ไม่ ๆ พอดีเราอยากรู้จักเธอน่ะ เราชื่อน้ำหวานนะ เรามาเป็นเพื่อนกันมั้ย" น้ำหวานยิ้มให้เพื่อนใหม่ พร้อมแนะนำตัว "ได้สิ เราก็อยากมีเพื่อนเหมือนกัน เราชื่อจันทร์เจ้า มาจากเชียงใหม่ ยินดีที่ได้รู้จักนะน้ำหวาน" จันทร์เจ้ารีบลุกขึ้นไปจับมือกับเพื่อนใหม่อย่างดีใจ "ยินดีเช่นกัน งั้นเรามาแลกไลน์กันมั้ย" น้ำหวานพูดพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ไปให้อีกฝ่าย จากนั้นทั้งสองก็ทำความรู้จักกัน แลกเบอร์โทร แลกไลน์กัน จนอาจารย์วิชาถัดไปเข้ามา ทั้งสองจึงตั้งใจเรียนและนัดไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันที่โรงอาหาร สวัสดีค่ะ ฉันชื่อจันทร์เจ้า วรารัตน์ อายุสิบแปดปี บ้านอยู่ที่เชียงใหม่ โดยเปิดรีสอร์ตและทำไร่ชา ทั้งชีวิตก็อยู่ที่เชียงใหม่ แต่พอเรียนจบ ม.6 ฉันขอพ่อแม่มาเรียนที่กรุงเทพ ซึ่งก็น่าแปลกมากที่พวกท่านอนุญาต แต่ก็ส่งพี่เมฆมาดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งนับวันพี่เมฆจะดูแลฉันยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก เพราะทั้งจู้จี้จุกจิก บอกว่าจะคอยรับส่งทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เรียนอยู่ที่เชียงใหม่... เฮ้อ~ น่าเบื่อ แล้วแบบนี้ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปเจอกับพี่คนนั้นล่ะ โรงอาหารคณะบริหาร... "จันทร์เจ้านั่งจองที่นั่งก่อนนะ เดี๋ยวเราไปสั่งข้าวให้เอง เธอจะกินอะไรล่ะ" น้ำหวานถามเพื่อนอย่างมีน้ำใจ เพราะจะต้องมีคนหนึ่งที่ต้องนั่งจองโต๊ะไว้ "ข้าวผัดหมูโปะไข่เจียวก็ได้ ขอบใจนะ นี่การ์ดเรา เธออยากกินอะไรก็ใช้ได้เลย" จันทร์เจ้ายื่นการ์ดที่ใช้ในโรงอาหารไปให้เพื่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ทำไมเธอมีการ์ดแล้วล่ะ" น้ำหวานรับบัตรไปอย่างงง ๆ "พี่ชายเราจัดการให้น่ะ นี่ก็เติมไว้ให้หลายพันเลย คงกลัวว่าเราจะอดตาย ฮ่า ๆ" จันทร์เจ้าพูดจบก็หัวเราะชอบใจ น้ำหวานก็ยิ้มตาม แล้วเดินไปสั่งอาหาร ไม่นานก็กลับมาพร้อมอาหารสองจานและน้ำเปล่าสองขวด โดยเธอไม่ได้ใช้การ์ดของเพื่อนในการซื้ออาหารตัวเอง แต่เธอไปซื้อการ์ดมาไว้ใช้เอง "ทำไมไม่เอาการ์ดเราจ่ายล่ะ เธอมีน้ำใจไปสั่งให้ เราอยากจ่ายให้น่ะ" จันทร์เจ้าพูดขึ้น เมื่อเพื่อนส่งการ์ดคืนมาให้พร้อมใบเสร็จ "ไม่ต้องหรอก แค่นี้เอง" น้ำหวานตอบกลับยิ้ม ๆ "งั้นคราวหน้าเธอนั่งเฝ้าโต๊ะนะ เราจะไปซื้อให้เธอบ้าง เพื่อนกันต้องไม่เอาเปรียบกันสิ" จันทร์เจ้าพูดออกมาอย่างที่เธอคิด "โอเคจ้า" น้ำหวานเองก็ตอบตกลงทันที จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งกินข้าวด้วยกัน เสร็จแล้วก็พากันไปเรียน โดยไม่รู้เลยว่าตลอดเวลานั้นทั้งสองคนถูกจับตามองจากผู้ชายถึงสี่คน... ซึ่งก็คือแก๊งสี่ทิศนั่นเอง 'ใช่เธอจริง ๆ ด้วย จันทร์เจ้า' ปฐพีคิดอยู่ในใจ "จันทร์เจ้าจริง ๆ ด้วยว่ะ แล้วมึงจะเอายังไงต่อวะ" วายุถามขึ้นมา "ก็ไม่เอายังไงว่ะ" อัคคีตอบกลับมาหน้าตาเฉย ผลัวะ!!! "เสือก... ไอ้ลมไม่ได้ถามมึง" ธาราตบหัวเพื่อนแล้วพูดขึ้นมา "อ้าว~ แล้วมึงจะเอายังไงวะ ไอ้ดิน" อัคคียกมือขึ้นลูบหัวและหันไปถามปฐพี ผลัวะ!!! "ไม่เสือกนะครับ" ปฐพีตบหัวอัคคีแล้วตอบกลับไป ก่อนที่จะเดินจากไป โดยไม่ตอบอะไรอีก "อะไรวะ" ทั้งสามคนที่เหลือพูดขึ้นพร้อมกัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม