ความเงียบเชียบของบ้านหลังเล็กในต่างจังหวัดกลายเป็นความอ้างว้างที่เกาะกินใจ ไอริน มาตลอดหลายวันหลังจากวางสายวันนั้น คำพูดของ ธัญ ที่บอกว่าต้องทำงานจนถึงห้าทุ่มบ่อยครั้ง เริ่มทำให้หัวใจดวงน้อยกระสับกระส่าย
‘ถ้าพี่ธัญลำบากเพื่อเราขนาดนั้น ทำไมเราไม่ไปหาเขาดูล่ะ?’
ความคิดนั้นสว่างวาบขึ้นมา ไอรินตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายจากการรับจ้างเย็บผ้าและทำสวน แลกเป็นตั๋วรถทัวร์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เธอไม่ได้บอกเขา เพราะอยากจะเซอร์ไพรส์ชดเชยเวลา 5 เดือนที่ห่างกัน
กรุงเทพฯ
หอพักย่านชานเมืองที่ธัญเคยส่งที่อยู่มาให้ทางแชทดูซบเซากว่าที่คิด ไอรินประคองถุงของฝากจากบ้านเกิดเดินขึ้นบันไดไม้เก่า ๆ ไปยังห้อง 302 หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ประตูไม่ได้ล็อก ไอรินขมวดคิ้วพลางผลักเข้าไปเบา ๆ
"พี่ธัญคะ รินมาหะ..."
เสียงใสขาดช่วงไปทันที ภาพตรงหน้าคือธัญที่กำลังตระกองกอดหญิงสาวคนหนึ่งบนเตียงแคบ ๆ ในสภาพที่ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กลิ่นเหล้าและน้ำหอมราคาถูกฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
"ริน! มาได้ยังไง!" ธัญสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าผ้ามาคลุมกาย แววตาที่เคยอบอุ่นคู่นั้นบัดนี้มีแต่ความลนลาน
"นี่เหรอคะ...งานจุกจิกที่พี่บอก นี่เหรอคะเงินที่พี่บอกว่าต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อมาขอริน"
ไอรินไม่ได้ร้องไห้โฮอย่างที่คิด แต่มันจุกจนพูดไม่ออก ความไว้ใจ 5 ปีพังทลายลงใน 5 วินาที เธอทิ้งถุงของฝากลงกับพื้นก่อนจะหันหลังวิ่งหนีออกมาจากขุมนรกนั่นทันที
ไอรินวิ่งออกมาอย่างไร้จุดหมาย ฝนหลงฤดูเริ่มเทกระหน่ำลงมาเหมือนจะตอกย้ำความสมเพชในโชคชะตา เธอสะดุดล้มลงข้างถนนใหญ่หน้าสถานบันเทิงหรูแห่งหนึ่ง เข่าที่ถลอกปอกเปิกไม่ได้เจ็บเท่าใจที่ถูกเหยียบย่ำ
เอี๊ยดดด!
รถ SUV สีดำทมิฬคันยักษ์เบรกกะทันหันห่างจากร่างเล็กเพียงไม่กี่คืบ
"เห้ย! อยากตายหรือไงแม่คุณ" เสียงตะโกนดังมาจากฝั่งคนขับ
ประตูหลังเปิดออกพร้อมกับร่มสีดำคันใหญ่ ชายหนุ่มร่างสูงกำยำในชุดสูทสีดำสนิทก้าวลงมา ใบหน้าของเขาคมเข้มดุดัน แววตาเย็นชาดุจพยัคฆ์ร้ายที่ใครเห็นก็ต้องสะท้าน เขาคือ "รามสูร" มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ใคร ๆ ต่างเกรงขาม
เขายืนมองหญิงสาวตัวเล็กที่เปียกปอนเหมือนลูกแมวตกน้ำ แววตาที่เคยมืดมนของเขาวูบไหวไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นน้ำตาที่นองหน้าของเธอ
"บอสครับ ให้ผมลงไปไล่ไหมครับ ท่าทางจะสติไม่ดี วิ่งมาขวางรถซะงั้น หรือว่าจะเป็นแผนล่อลวงแบบใหม่ บอสระวังนะ หน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้สเปกบอสเลยนี่นา" เมฆา ลูกน้องมือขวาตัวแสบชะโงกหน้าออกมาจากรถพลางทำหน้ากวนประสาท
"หุบปากไปเมฆา" รามสูรเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง จนเมฆาต้องรีบหดหัวกลับเข้ารถทันที
รามสูรก้มลงมองไอรินที่สะอื้นจนตัวโยน เขาไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจความสกปรกจากดินโคลนบนตัวเธอแม้แต่น้อย มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นยื่นร่มไปบังฝนให้คนตัวเล็ก
"ร้องไห้จนฝนอายหมดแล้ว ลุกขึ้น...ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับมานอนร้องไห้" เสียงของเขาไม่ได้ตะคอก แต่กลับนุ่มนวลอย่างประหลาด
ไอรินเงยหน้ามองสบตาคมคู่นั้น ความดุดันของใบหน้าเขาทำให้เธอหวาดกลัวในทีแรก แต่ไออุ่นจากร่มและความใส่ใจเล็กน้อยในวันที่โลกถล่มทลาย กลับทำให้เธอยอมส่งมือให้เขาพยุงขึ้นมา
"ไปกับฉัน...เดี๋ยวจะพาไปที่ที่ฝนเข้าไม่ถึง"