ตอนที่ 10 คำสารภาพของคนบาป

867 คำ
บรรยากาศภายในโกดังร้างหลังที่สองเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบสังกะสีและกลิ่นอายความตายที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ธัญ ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ สภาพสะบักสะบอมจากการทักทายของลูกน้องรามสูรไปพรางๆ ตรงหน้าของเขาคือรามสูร ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ที่เมฆาสั่งคนยกมาวางไว้ให้เป็นพิเศษ ท่านมาเฟียจิบกาแฟดำนิ่งๆ แต่ดวงตานั้นพร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า "พี่เมฆาครับ... เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดปากให้ไอ้ธัญหรือยัง ดูท่าทางปากมันจะเหม็นคำลวงมานาน " รามสูรเอ่ย "เตรียมแล้วครับบอส มีทั้งน้ำเกลือ ทั้งคีมถอนฟัน จะเริ่มที่ซี่ไหนดีจ๊ะพี่ธัญ" เมฆาเดินควงมีดพกสั้นไปมาพลางยิ้มกวนประสาท "ผม...ผมยอมแล้ว! อย่าทำอะไรผมเลย!" ธัญร้องเสียงหลง ตัวสั่นงันงกจนเก้าอี้กระแทกพื้น รามสูรลุกขึ้นเดินเข้าหาธัญช้าๆ เขาใช้ปลายรองเท้าหนังขัดเงาเชยคางธัญขึ้นมา "ไอรินบอกว่า... แกเคยบอกจะพาไปหาพ่อแม่ที่จังหวัดบ้านเกิดของแก บอกมา... แกรู้อะไร ถ้าแกโกหกแม้แต่คำเดียว ฉันจะถลกหนังแกมาทำพรมเช็ดเท้า" "ริน...รินไม่ได้ถูกทิ้งที่วัดแบบไม่มีที่มาที่ไปครับ... คือเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่หมู่บ้านของผมในต่างจังหวัด มีเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ที่บ้านสวนท้ายหมู่บ้าน..."ธัญสะอื้นไห้ก่อนจะพรั่งพรูความจริงที่เขาเก็บไว้มาตลอด 5 ปี "แล้วยังไง?" เขาเลิกคิ้วขึ้น "บ้านหลังนั้นเป็นของเศรษฐีต่างถิ่นที่มาซื้อที่ดินทำสวนผลไม้... คืนนั้นไฟไหม้หนักมาก ทุกคนคิดว่าตายยกร้าน แต่จริงๆ แล้วผมเห็น... ผมเห็นพ่อของรินอุ้มรินที่ยังเป็นทารกหนีออกมาทางป่าหลังบ้าน พ่อของรินบาดเจ็บสาหัส เขาเจอกับผมที่ตอนนั้นยังเป็นวัยรุ่นกำลังไปดักหนู... เขาขอร้องให้ผมช่วยเด็กคนนี้ไว้ แล้วเขาก็ยัดสร้อยพระกับจดหมายฉบับหนึ่งให้ผม ก่อนที่เขาจะขาดใจตายตรงนั้น!" ไอรินที่แอบยืนฟังอยู่หลังประตูกับการ์ด ตามคำสั่งของรามสูรที่อยากให้เธอเห็นธาตุแท้ของธัญ ถึงกับเข่าอ่อนจนเกือบทรุด "แล้วจดหมายนั่นล่ะ" รามสูรถามเสียงเหี้ยม "ผม...ผมเผามันทิ้งไปแล้วครับ ผมมันเลวเอง... ผมเห็นว่าในสร้อยพระนั่นเป็นพระทองคำมีค่า ผมเลยเอาพระไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้ และที่ผมเข้าหาไอรินตั้งแต่สมัยเรียน ก็เพราะผมคิดว่าถ้าไอรินเป็นลูกคนรวยจริง สักวันผมอาจจะใช้เธอเป็นทางผ่านไปหาทรัพย์สินที่เหลือ หรือไม่ก็เก็บเธอไว้หลอกใช้ เงินที่เธอหามาได้เพื่อชดเชยที่ผมช่วยชีวิตเธอไว้ในคืนนั้น!"ธัญตะโกน "ที่ผมบอกว่ามีเบาะแสพ่อแม่ริน ผมแค่หลอกให้เธอมีความหวัง เธอจะได้เชื่อฟังและส่งเงินมาให้ผมเรื่อยๆ จริงๆ พ่อเธอตายไปในกองไฟคืนนั้นแล้ว ส่วนแม่เธอ...ผมไม่รู้จริงๆ ว่าใคร แต่สร้อยพระนั่นมีอักษรย่อ 'ส.ส.' สลักอยู่" ธัญสารภาพต่อไปด้วยเสียงแหบพร่า กึก! รามสูรชะงักไปทันทีที่ได้ยินชื่ออักษรย่อ 'ส.ส.' ดวงตาของเขาวูบไหวไปครู่หนึ่ง "เมฆา... ลากมันไปขังไว้ที่คุกใต้ดิน อย่าให้มันตาย แต่ก็อย่าให้มันอยู่อย่างสบาย" รามสูรสั่งเสียงเย็น ก่อนจะหันไปเห็นไอรินที่เดินโซเซออกมาจากมุมมืด ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา ไอรินมองธัญด้วยสายตาที่ไม่มีความรักเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจและเสียใจ "พี่ทำกับรินได้ยังไง... พี่เห็นชีวิตรินเป็นแค่เครื่องมือทำเงินเหรอ" "ริน... พี่ขอโทษ รินช่วยพี่ด้วย!" ธัญพยายามจะอ้อนวอนแต่เมฆากระชากคอเสื้อเขาออกไปเสียก่อน "ริน... ฟังฉันนะ ไอ้ธัญมันตายไปจากชีวิตเธอแล้ว ความจริงเรื่องพ่อเธอ... ฉันจะให้คนไปสืบที่หมู่บ้านนั่นอีกครั้ง ส่วนอักษรย่อนั่น... ฉันสัญญาว่าฉันจะหาคำตอบมาให้เธอเอง" รามสูรรีบเข้าไปโอบกอดไอรินไว้แน่น เขาซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมของเธอ "รินไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ใช่ไหมคะคุณราม... พ่อรินตายไปแล้ว..."ไอรินซบหน้าลงกับอกแกร่ง "เธอเหลือฉันไง ต่อให้โลกนี้จะไม่มีใครรอนเธอ แต่ในบ้านของฉัน... ในหัวใจของฉัน มีที่ว่างให้เธอเสมอ และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาหลอกลวงเธอได้อีก"รามสูรกระซิบหนักแน่น ในขณะที่ไอรินกำลังเศร้า รามสูรกลับกังวลกับอักษรย่อ 'ส.ส.' ที่ธัญพูดถึง เพราะนั่นคืออักษรย่อของ 'สิงหราช' ตระกูลของเขาเอง! หรือว่าไอรินจะมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับครอบครัวของเขาที่ถูกปิดตายเอาไว้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม