ล่ามเฌอ - 3 โดดเดี่ยวในโลกกว้าง

2314 คำ
หลายวันผ่านไป ชีวิตของเฌอลินส่วนใหญ่จะอยู่ที่มหาวิทยาลัยและกลับมาทำงานในฐานะแม่บ้าน กว่าจะได้นอนบางคืนก็ดึกดื่น ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย โดยเฉพาะการถูกรบกวนจากซันเซบบ์ในทุกๆ วัน วันนี้เป็นวันหยุดเรียน ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนบ่าย เธอทำงานบ้านทั้งวันจากคำสั่งของคุณหญิง ขณะกำลังเตรียมอุปกรณ์ขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบน เสียงคำสั่งของคุณหญิงก็ดังขึ้น “ไม่ต้องขึ้นไปทำความสะอาดห้องลูกชายฉัน” ร่างเล็กที่ก้าวจะขึ้นบันไดหยุดชะงักทันที เธอรีบก้มหน้าลงเมื่อคุณหญิงของบ้านเดินมาหยุดตรงหน้า “….ค่ะ” “จำที่ฉันเคยบอกได้ใช่ไหม” “จำได้ค่ะ” เฌอลินตอบรับเสียงเบา ทุกคำพูดที่คุณหญิงจารุณีเลยบอกเอาไว้ เธอจำได้ขึ้นใจทั้งหมด “ดี ฉันกำลังจะหาผู้หญิงที่เหมาะสมให้กับตาที” มือเล็กกำของที่ถืออยู่แน่น ความเจ็บแล่นขึ้นกลางอก หัวใจดวงน้อยวูบโหวง แต่นั่นคือความจริงที่เธอควรยอมรับ หากคนแสนดีอย่างนทีจะได้คู่กับผู้หญิงที่เหมาะสม มันคือเรื่องที่น่ายินดี “ตามมานี่สิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” แม้จะงุนงง แต่เฌอลินก็ยอมเดินตามหลังคุณหญิงไปแต่โดยดี ไม่รู้ว่าเรื่องที่คุยนั้นจะเป็นเรื่องอะไร แต่มันคงเป็นความลับที่ไม่อยากให้ใครรับรู้หรือได้ยิน ถึงได้มาในที่ลับสายตาคนอย่างนี้ เมื่อเดินมาถึงมุมที่ไร้ผู้คน ร่างของหญิงวัยห้าสิบก็หยุดนิ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าสาวใช้ สายตาของจารุณีไร้ความเมตตา คิดเพียงอย่างเดียวว่าอยากจะกำจัดเด็กสาวคนนี้ออกไปจากชีวิตของลูกชาย “ฉันอยากให้เธอย้ายออกไปจากที่นี่” “………” “ถ้าเธอตกลง ฉันจะจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้” ตอนนี้เฌอลินพูดอะไรไม่ออก หูอื้อไปชั่วขณะ ถึงเธอจะตั้งใจเก็บเงินเพื่อย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แต่พอคำนั้นออกมาจากปากของคุณหญิง ยิ่งตอกย้ำว่าคฤหาสน์หลังนี้ ที่เกิดและโตขึ้นมา มันไม่ใช่พื้นที่ที่เธอเคยอยู่ด้วยความสบายใจอีกต่อไปแล้ว “ถ้าเธอยังอยู่ นทีคงไม่ยอมหมั้นกับใคร ออกไปจากชีวิตของลูกชายฉัน จะเอาเท่าไรเรียกมาสิ” เพราะรู้ดีว่าลูกชายของตัวเองสนใจเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้มากขนาดไหน จึงต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิด และตอนนี้คงเป็นเวลาที่เหมาะ แม้สามีจะเคยขอเอาไว้ว่าให้เลี้ยงดูเด็กคนนี้ แต่จารุณีไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เฌอลินได้แต่เงียบฟัง ขอบตาร้อนผ่าวจนแดงก่ำ ความรู้สึกหลายอย่างตีขึ้นมา เธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกแล้ว ทุกคนที่รักจากไปกันหมดแล้ว มันยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงจุดเล็กๆ โดดเดี่ยวในโลกใบใหญ่ที่แสนโหดร้าย “ถ้าวันหนึ่งเธอมีลูก เธอก็คงอยากให้ลูกได้สิ่งดีดี เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” ร่างเล็กพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมา ริมฝีปากที่สั่นระริกเปล่งคำตอบเบาๆ “ถ้าคุณหญิงต้องการแบบนั้น เฌอก็จะไป ส่วนเรื่องเงิน เฌอไม่รบกวน แค่จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าให้ก็พอค่ะ” “ห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร ถ้าเธอไม่อยากหมดอนาคตก็ห้ามพูดออกไปเด็ดขาด” มือเล็กที่ประสานกันบีบแน่นขึ้น มีเพียงถ้อยคำเดียวที่เปล่งออกมาคือการจำยอม “เฌอจะไม่บอกใคร คุณหญิงสบายใจได้เลยค่ะ” “ถ้าคุณปรีชาถาม ฉันจะบอกว่าเธอขอออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง” “ค่ะ” สายตาของจารุณีฉายแววพอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เด็กสาวตรงหน้ายอมรับคำสั่งโดยไม่โต้ตอบสักคำ “คงไม่คิดว่าฉันใจร้าย ใช่ไหม” “ไม่ค่ะ เฌอเข้าใจ” ดวงตาที่ก้มต่ำซ่อนความสั่นไหวไว้ แม้ปากจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำยอมรับ แต่หัวใจกลับบีบรัดจนเจ็บหน่วง “จะย้ายออกเมื่อไหร่ล่ะ” “ขอเวลาอีกหนึ่งอาทิตย์นะคะ เฌอจะรีบหาหอพักให้เร็วที่สุด” รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของหญิงวัยสี่สิบ คล้ายพอใจกับคำตอบนั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่สนใจ ทิ้งให้เฌอลินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ และความหนักอึ้งกลางอก ตอนนี้ร่างเล็กเหมือนคนหมดแรง เดินเหม่อไปเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้าผ่านสวนหลังบ้าน ทั้งที่เวลาปกติเธอแทบไม่เดินผ่านบริเวณนี้ หรือหากผ่านก็จะรีบเร่งสาวเท้าให้เร็วที่สุด เพราะตรงจุดนี้มักจะถูกซันเซบบ์จ้องมองลงมาจากบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกัน เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจที่จะต้องออกไปจากที่นี่ แม้จะมีแต่ความทรงจำดีๆ ในวัยเด็ก แต่เสียใจที่ถูกรังเกียจมากขนาดนี้ “เฌอ ไปไหนมาลูก ป้าตามหาอยู่เลย” เพราะมัวแต่ก้มหน้าเหม่อ เฌอลินไม่ทันมองเห็นป้านวลเดินมา รู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงทักท้วง ใบหน้าหวานจึงค่อยๆ เงยขึ้น พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติเพื่อไม่ให้ถูกจับสังเกตได้ “เฌอไป…ล้างห้องน้ำมาค่ะ” “วันนี้ไม่ต้องไปตลาดกับป้านะลูก เดี๋ยวป้าไปกับลุง เฌอดูเหนื่อยๆ” “ป้านวล” เสียงของร่างเล็กสั่นเครือ และขาดห้วงเล็กน้อย “…อาทิตย์หน้าเฌอจะย้ายออกนะคะ” หญิงวัยชราตกใจและใจหายในเวลาเดียวกัน หลังได้ยินประโยคจากปากเด็กสาวที่รักเหมือนหลานแท้ๆ เอ่ยบอกออกมา ก่อนจะรีบเอ่ยถามไถ่ด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “เฌอลิน หนูจะไปอยู่ที่ไหนลูก เป็นอะไรหรือเปล่า คุณหญิงพูดอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ” “ไม่เลยค่ะป้า เฌอตั้งใจจะย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว” ใบหน้าสวยส่ายไปมาช้าๆ พยายามฝืนกลั้นความรู้สึกที่จุกแน่นอยู่ภายในอก “ไม่ต้องห่วงนะคะ เฌอจะกลับมาเยี่ยมป้านวลบ่อยๆ” “โธ่ลูก เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวแล้วจะไปอยู่ที่ไหน” แววตาที่เต็มไปด้วยตวามเป็นห่วงของป้านวล ทำให้เฌอลินเกือบจะร้องไห้ออกมา เธอต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามกลั้นเอาไว้ ในจังหวะนั้นก็มีร่างสูงของใครบางคนเดินมาหยุดข้างๆ “เฌอ พี่ซื้อขนมถ้วยมาฝาก ร้านนี้ที่เฌอชอบกิน” เสียงนุ่มนวลของนทีเอ่ยขึ้นใกล้ๆ พอร่างเล็กได้ยินก็รีบขยับถอยออกมาเพื่อเว้นระยะห่างทันที “ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยขอบคุณแต่ไม่ได้รับของมา และเหมือนนทีจะดูออกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขามองดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำ ก่อนจะรีบถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงทันที “เป็นอะไรครับ แม่พี่พูดอะไรให้เสียใจหรือเปล่า” นทีรู้ดีว่าแม่ของตัวเองเป็นแบบไหน โดยเฉพาะกับเฌอลินที่ไม่ถูกชะตามาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาพยายามขอให้แม่ลดความอคติลงแล้วมองสิ่งที่เด็กนิสัยน่ารักคนนี้เป็น มองที่ตัวตนของเธอ แต่สุดท้ายคำขอเหล่านั้นก็ไม่มีผล “เปล่าค่ะ คุณหญิงไม่ได้พูดอะไรเลย” ร่างเล็กยังคงก้มหน้าก้มตา ก่อนที่เสียงของป้านวลจะเอ่ยขึ้นมาแทรก “เฌอกำลังจะย้ายไปอยู่ข้างนอกค่ะคุณนที” “ครับ?” นทีขมวดคิ้ว หัวใจสั่นไหว ก่อนจะรีบถามต่อ “จะไปอยู่ที่ไหน แล้วทำไมต้องไป” “เฌอคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วค่ะ” ร่างเล็กไม่ได้ปิดบัง เธอยอมรับตรงๆ ว่ากำลังจะย้ายออกไปจากที่นี่ คำตอบบนั้นยิ่งทำให้นทีใจหาย แน่นอนว่าเขาไม่ได้อยากให้ผู้หญิงตรงหน้านี้จากไปไหน “จะอยู่ยังไง เฌอไม่มีญาติที่ไหน ยังเรียนอยู่แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้” “พี่ที่รู้จักช่วยหางานให้บ่อยๆ พี่นทีไม่ต้องห่วงนะคะ เฌอมีเงินเก็บ” “เรื่องนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับแม่ของพี่ใช่ไหมเฌอ” “ไม่เลยค่ะ เฌอตัดสินใจเอง” เธอยิ้มบางๆ ส่งให้ รอยยิ้มนั้นที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้มากมาย ดวงตาคมแข็งกร้าวจากคนที่ยืนพิงอยู่ตรงมุมระเบียง จ้องเขม็งลงไปยังลานกว้างของบ้านอีกหลัง มือหนากำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น เมื่อสายตาเห็นภาพของร่างเล็กที่เขากำลังเฝ้ามองยืนนิ่ง ให้ชายอีกคนลูบศีรษะของเธอ ซันเซบบ์ยืนมองภาพนั้นเป็นเวลานาน ความร้อนในกลางอกเริ่มปะทุ ภาพนั้นติดตา เขามองจนกระทั่งร่างเล็กหันหลังเดินกลับไปยังห้อง ก่อนจะค่อยๆ ยกโทรศัพท์ขึ้นมา แชต: เฌอลิน ซันเซบบ์: รู้ไหม พี่หวงเฌอขนาดไหน เขารู้ว่าเธอไม่อยากเปิดอ่านข้อความของตัวเองนัก แต่ก็รู้วิธีบังคับ ข่มขู่สารพัดเพื่อให้เธอยอมตอบกลับมา ซันเซบบ์: กำจัดมันให้พ้นทางเลยดีไหม ซันเซบบ์: เฌอจะได้สนใจแค่พี่คนเดียว Read เขาจงใจพิมพ์ประโยคนั้น โยนมันเข้าไปในช่องแชตเพื่อบังคับให้เธออ่าน และก็เป็นอย่างที่คิด เสียงสบถต่ำหลุดลอดออกมาจากลำคอ มันน่าหงุดหงิด ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าประโยคนี้จะทำให้เธอรีบเปิดอ่านข้อความ แต่พอเห็นมันเกิดขึ้นจริงๆ กลับชวนให้เดือดดาลมากกว่าเดิม เฌอลิน: อย่าทำอะไรพี่นทีนะคะ ซันเซบบ์: เห็นเฌอปกป้องมันแบบนี้ ซันเซบบ์: พี่ก็ยิ่งอยากฆ่ามันทิ้ง เฌอลิน: เป็นบ้าหรือไง ซันเซบบ์: เพิ่งรู้หรือไงว่าพี่เป็นบ้า ข้อความไม่ได้ถูกเปิดอ่านอีกเลย ซันเซบบ์เดินกลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะโยนโทรศัพท์กระแทกลงบนเตียง ร่างสูงเอนตัวลงนอนราบบนผ้าปูที่นอน สายตาจับจ้องเพดานขาวโพลนอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที ความหงุดหงิดและความคุกรุ่นในอกยิ่งร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้น “ลงไปกินข้าว” ซาน น้องชายแท้ๆ ที่คลานตามกันออกมา เดินขึ้นมาตามถึงห้อง เพราะซันเซบบ์สั่งห้ามแม่บ้านทุกคนไม่ให้เข้ามาในห้องนอน เขาเป็นคนหวงพื้นที่ส่วนตัว “ไม่หิว” “อดข้าวประชดใคร?” “ซาน….กูไม่หิว” เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นเย็นยะเยือกจนซานแอบขนลุกซู่ พี่ชายของเขาบางครั้งก็ทำตัวลึกลับและน่ากลัวเกินกว่าจะเข้าใจได้ “แดกข้าวพร้อมคนในครอบครัวบ้างนะ กูจะกลายเป็นลูกคนเดียวอยู่แล้ว” “ออกไป” “เวร!! มึงเป็นคนประเภทไหนวะ” “…ออกไปซาน” คนถูกไล่ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะยอมออกไปจากห้องแต่โดยดี บรรยากาศรอบตัวกลับเข้าสู่ความเงียบ ความหมกมุ่นในหัวเริ่มโถมกลับเข้ามาอีกครั้ง ภาพร่างเล็กยืนนิ่งให้ชายคนนั้นลูบศีรษะ สายตาที่เธอมองมัน เขานอนนิ่งบนเตียง ปล่อยให้ความคิดไหลผ่านเข้ามาพร้อมลมหายใจที่ร้อนผ่าว ความรู้สึกบ้าคลั่งที่อยากจะครอบครองชีวิตของเธอมันมีมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาแทรกความเงียบ ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว มือหนาเอื้อมไปหยิบมากดรับสาย แนบเข้ากับใบหู ก่อนที่เสียงทุ้มเย็นจะเอ่ยถามคนปลายสาย “มีอะไร” ( มีรายการแข่ง ทำไมไม่มาซ้อม ) เสียงของล่าเจ้าของสนามแข่งรถชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ตั้งคำถามกลับมา ทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกัน และต่างก็เป็นทายาทตระกูลทรัพย์หิรัญสกุล งานอดิเรกที่ซันเซบบ์ชื่นชอบคือการแข่งรถ หลายครั้งที่ลงแข่งแล้วได้รางวัล แม้จะไม่ใช่นักแข่งมืออาชีพ แต่ชื่อของเขาก็เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงสาว “ไม่มีอารมณ์” ( ดี! กูจะถอดชื่อมึงออก ) ได้ยินอย่างนั้นยิ่งชวนให้ซันเซบบ์หงุดหงิด เขาตอบกลับทันที ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก “ว่างเดี๋ยวไปเอง” ( รออะไร อีกสามวันจะลงแข่งแล้วเซบบ์ ) “อืม เดี๋ยวออกไปตอนนี้” เขาตัดปัญหาด้วยการตอบตกลง ส่วนหนึ่งเพราะความหงุดหงิดที่ก่อตัวในอกจนไม่รู้จะระบายออกทางไหน การได้ปลดปล่อยมันลงในสนามแข่งคงช่วยให้ดีขึ้น ( เออ รีบมา กูจะเทรนให้ ถ้าไม่ได้ที่หนึ่งเสียชื่อตระกูลทรัพย์หิรัญสกุลหมด ) ซันเซบบ์ไม่ได้ตอบกลับแต่เลือกตัดสายทิ้ง ก่อนปลายนิ้วจะแตะเข้าไปในแชตของคนที่ยังไม่ยอมเปิดอ่าน มือพลันกำโทรศัพท์แน่น สิ่งที่เขาไม่ชอบเลยคือถูกเธอเมินเฉย และเฌอลินก็ทำอย่างนั้นมาตลอด ดวงตาคมจ้องหน้าจอว่างเปล่าของแชตนั้นอยู่นาน ทุกครั้งที่เห็นคำว่า ยังไม่อ่าน มันยิ่งตอกย้ำว่าเธอไม่เคยสนใจเขาเลย ความเงียบเป็นเหมือนฉนวนที่ค่อยๆ ฉุดอารมณ์ลงไปสู่จุดเดือด ภาพในหัวเริ่มสร้างจินตนาการ ถึงวันที่เธอถูกไล่ต้อนจนไม่มีทางเลือก วันที่เธอจำยอมเดินเข้ามาอยู่ในกรงด้วยตัวเอง แม้มันจะเป็นความสุขในแบบที่บิดเบี้ยว แต่สำหรับซันเซบบ์ นั่นคือความสุขเดียวที่เขาต้องการมาตลอด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม