ล่ามเฌอ - 6 ไม่ได้เห็นแก่เงิน 🔥

1733 คำ
แสงแดดยามเช้าสาดกระทบลงมายังร่างเล็กที่กำลังขนย้ายของภายในห้องไปใส่รถของเพื่อน วันนี้กระต่ายกับเต้แวะมาช่วยเธอย้ายของไปที่ห้องใหม่ ข้าวของไม่มีอะไรมากของใช้ส่วนตัวเพียงไม่กี่ชิ้น นอกนั้นก็เป็นชุดเสื้อผ้า จึงใช้เวลาไม่นาน แต่สิ่งที่เธอไม่ลืมเลย คือกรอบรูปครอบครัว ภาพที่ทำให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยวในโลกกว้าง มีเพียงป้านวลที่มาส่งเฌอลินถึงหน้ารถด้วยรอยยิ้มและคำอวยพร ก่อนจะลูบศีรษะปลอบโยนเบาๆ หลังคำร่ำลาจบลง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวขึ้นไปนั่งภายในรถ โดยมีเต้เป็นคนขับพาออกจากบ้านหลังนี้ “ในที่สุด!! แกก็ได้ย้ายออกสักที โล่งมาก” กระต่ายที่นั่งข้างคนขับหันมาพูดกับเฌอลินที่นั่งอยู่เบาะหลัง “ตอนขนของ ฉันเห็นพี่เซบบ์มองด้วย” “เขา…เห็นหรอ” “อื้อ เห็น ยืนมองตั้งนาน แกไม่สังเกตหรือไง” ใบหน้าหวานส่ายไปมา เพราะมัวแต่ขนของจึงไม่ทันได้สังเกตสิ่งรอบตัว “สายตาพี่ที อาลัยอาวรณ์แกมากเลยเฌอ” “……..” มือเล็กพลันบีบเข้าหากันแน่นหลังได้ยินที่เพื่อนบอกหัวใจก็เริ่มปวดหนึบขึ้นมา “ทำไมแกไม่สารภาพความรู้สึก พี่เขาคงคิดเหมือนกัน” “คิดเหมือนกัน แต่เป็นไปไม่ได้ก็เท่านั้น ช่างเถอะต่าย เฌอเลือกแล้ว” เฌอลินถอนหายใจเบาๆ ค่อยๆ หันมองออกไปยังนอกกระจกรถ นึกถึงคำสารภาพของนทีด้วยความเจ็บปวด “เฮ้อ!! ยัยคุณหญิง!! ผู้ใหญ่นิสัยแบบนี้ไม่น่าเคารพเลยสักนิด” “หยุดพูดได้แล้วต่าย” เต้ที่มองกระจกหลังเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเฌอลิน เขาจึงหันมาปรามน้องสาวที่พูดมากเกินไป “จริงๆ นะพี่เต้ คนอะไรนิสัยแย่ ยัยเฌอไม่ทำได้ทำอะไรให้เลย ตั้งแต่ท่านปรีชาป่วยย้ายไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ก็ลดเงินเดือนยัยเฌอ พยายามบีบทุกทาง แค่เพราะกลัวลูกชายตัวเองชอบยัยเฌอเนี่ยนะ เป็นแม่ประสาอะไร ลูกรักใครชอบใครก็ต้องยอมรับสิ” ครั้งนี้กระต่ายเอ่ยร่ายความในใจยาวเหยียดด้วยความรู้สึกอัดอั้นแทนเพื่อน หากเธอเป็นเฌอลินคงไม่มีทางยอมให้กดขี่มากขนาดนี้อย่างแน่นอน “พอแล้วต่าย ไม่ต้องพูดถึงแล้ว” เฌอลินละสายตาจากกระจกหันมาปรามเพื่อนเสียงเบา “เฌออยู่บ้านเขานะ เป็นแค่คนใช้ในบ้าน ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรเลย เขาจะไม่อยากให้อยู่มันก็ไม่ผิด” “จ้า!! แม่คนดี ดีจริงๆ” เฌอลินรู้ว่ากระต่ายไม่ชอบคุณหญิงเอามากๆ ส่วนตัวเธอเองไม่ได้อะไร อาจเพราะความเคยชินจึงไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องโกรธหรือโทษ มันไม่จำเป็นต้องรู้สึกอย่างนั้นเลย เพราะเธอเองก็เป็นเพียงคนที่อาศัยอยู่ในบ้านของคนอื่นเท่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนตักดังขึ้น เฌอลินก้มลงยังไม่ทันเอื้อมไปหยิบ หน้าจอก็สแกนปลดล็อกอัตโนมัติ ทำให้เธอเห็นข้อความจากคนที่มักจะจ้องมองเสมอ แชต: ซันเซบบ์ ซันเซบบ์: ไปไหน? ซันเซบบ์: ตอบ เฌอลินไม่ได้เปิดอ่านข้อความ และสิ่งที่ทำให้โล่งใจอีกอย่าง ก็คือหลังจากนี้เธอจะไม่ต้องตกอยู่ภายใต้สายตาของซันเซบบ์อีกแล้ว แม้รู้ว่าบางครั้งเขาอาจตามมาเจอบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าการต้องทนอยู่ภายใต้สายตาเย็นยะเยือกคู่นั้น ที่คอยจับจ้องเธอจากระเบียงบ้านข้างๆ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน รถก็มาจอดหน้าตึกห้องพักแห่งหนึ่ง มันไม่ถึงกับหรูหรา แต่ก็ไม่ได้ทรุดโทรมเกินไปจนดูไม่น่าอยู่ เฌอลินช่วยกันขนของขึ้นห้องกับสองพี่น้อง ห้องของเธออยู่ชั้นห้า เลขที่ 509 ตึกนี้มีทั้งหมดสิบชั้น และเป็นห้องที่มีราคาถูกที่สุดในย่านนี้ “เดือนเท่าไรนะเฌอ” “สามพัน ยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ” “อือ ดีนะที่ยัยคุณหญิงจ่ายล่วงหน้าให้ แต่งกมาก รวยขนาดนั้นดันจ่ายให้แค่สามเดือน” จนถึงตอนนี้กระต่ายก็ยังไม่หยุดพูดถึงทางนั้น เพราะเธอเก็บกดมานานแล้ว “ขาดเหลือยังไงบอกพี่ได้นะเฌอ ไม่ต้องเกรงใจ” เต้บอก “ขอบคุณนะคะ” เฌอลินยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินไปจัดของ ห้องเป็นโทนสีขาวสะอาดตา ไม่กว้างและไม่เล็กมากจนเกินไป เหมาะสำหรับการอยู่คนเดียว อีกอย่างตรงที่เธออยู่ก็ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย “แบบนี้แกต้องทำงานพาร์ทไทม์หรอ? แต่งานที่พี่เพียร์ซแนะนำให้ก็เดือนละไม่กี่ครั้งเอง” “เดี๋ยวเฌอจะไปสมัครร้านอาหารแถวนี้ที่เขารับนักศึกษา” “ยืมฉันเถอะเฌอ แกจะเกรงใจอะไรเนี่ย” “ไม่เอาหรอก ต่ายก็ต้องใช้ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว เฌอไปจัดของดีกว่า” กระต่ายกับพี่ชายมองหน้ากัน ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาให้กับความดื้อรั้นของเฌอลินที่ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ไม่ยอมยืมเงิน ทั้งที่ตัวเองกำลังลำบากขนาดนี้ อีกฟากหนึ่งของเมือง ห้องพักมูลค่ายี่สิบกว่าล้านบนคอนโดสูงเสียดฟ้า สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังโลกด้านล่างราวกับมันไร้ค่า กลุ่มควันบุหรี่สีขาวลอยคลุ้งรอบตัว ความคิดวนเวียนอยู่กับเพียงผู้หญิงคนเดียว คนที่พยายามวิ่งหนีจากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า และทุกครั้งก็ยิ่งทำให้เขาอยากครอบครองเธอมากขึ้น ซันเซบบ์กำลังสงสัย ว่าเธอไปไหนถึงต้องขนข้าวของไปขนาดนั้น ราวกับย้ายที่อยู่ และเมื่อเธอไม่ยอมตอบ เขาก็ไม่ใช่คนที่ใจเย็นจะรอฟัง แค่สั่งให้คนของพ่อตามดู ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงไม่นานก็ได้รับสายจากคนที่ให้ตามสืบ รายงานว่าเธอย้ายออกจากบ้านหลังนั้นแล้ว คำที่ได้ยินทำเอาเขาหลุดยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี แม้จะไม่รู้ว่าเธอมีปัญหาอะไร แต่ก็ดีที่เธอไม่ต้องอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้น ดวงตาเย็นชาหลุบต่ำ มองผ้าพันแผลที่พันรอบมือ ร่องรอยจากความโกรธที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เสียงหัวเราะหลุดออกมา ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยความคุกรุ่น เพียงเพราะภาพเธอกับชายอีกคนผุดขึ้นมาในหัว ทำไมเธอถึงไม่มองมาที่เขา ทั้งที่เขาอยู่ตรงนี้มาตลอด ทั้งรักและพร้อมเทิดทูนให้อยู่เหนือทุกสิ่ง ให้เป็นที่หนึ่งสำหรับทุกอย่าง แล้วทำไมเธอถึงไม่ต้องการมัน แถมยังผลักไสซ้ำแล้วซ้ำเล่า ครืด~ เสียงสั่นเบาๆ ของโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือ เรียกให้ใบหน้าหล่อก้มลงมามอง เบอร์ของเพื่อนสนิทปรากฏบนหน้าจอ ซันเซบบ์กดรับสายก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู เอ่ยถามเสียงเรียบ “มีอะไร” ( กูกำลังเข้าไปหาที่คอนโด ) “ไม่ต้องมา กูอยากอยู่คนเดียว” ( ขอไปหาหน่อย สาบานว่าจะอยู่เงียบๆ ) “เป็นหมอ ทำไมไม่อยู่โรงพยาบาล” ( มึงจะให้กูอยู่โรงพยาบาลยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือไง อีกอย่างกูเป็นจิตแพทย์ ไม่ได้ยุ่งจนไม่มีเวลา สามารถแดกเหล้ากับมึงได้ ) แม้ดีมจะพูดยืดยาว แต่สิ่งที่ได้กลับไปมีแค่เสียงสายถูกตัดอย่างไม่ใยดี ซันเซบบ์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าอย่างเฉยชา ก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง ชีวิตของเขาสุขสบาย เกิดมาในตระกูลที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งที่มีดอกไม้สวยงามลายล้อมอยู่รอบตัวให้เลือกเด็ด แต่สิ่งที่เขาอยากไขว่คว้ากลับเป็นเพียงผีเสื้อธรรมดาตัวหนึ่ง ดวงตาคู่คมมองบนหน้าจอมือถือ ก่อนจะแตะปลายนิ้วเลื่อนไปยังช่องแชตของผีเสื้อที่เขาเฝ้าหมายตา และรอคอยตั้งแต่เธอยังเป็นดักแด้เล็กๆ จนตอนนี้มีปีกสวยงาม แชต: ซันเซบบ์ ซันเซบบ์: เหมือนช่วงนี้เฌอจะลำบาก พี่ให้เดือนละห้าแสน ซันเซบบ์: สนใจไหมครับ Read มุมปากหยักยกยิ้มเมื่อเห็นเธอเปิดอ่านแชตทันที ความคิดในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอคงไม่ปฏิเสธเงินจำนวนมากมายที่หยิบยื่นให้ แต่พอได้เห็นข้อความตอบกลับจากร่างเล็กเด้งขึ้นบนหน้าจอ รอยยิ้มก็พลันถูกทำลายลง เหลือเพียงความเย็นเฉียบที่ปะทุขึ้นในดวงตา เฌอลิน: เฌอยอมรับว่าตอนนี้ต้องการเงิน แต่คงไม่ยอมแลกมันกับความต้องการของพี่เซบบ์หรอกค่ะ เฌอลิน: อย่าคิดแบบนี้เลยนะคะ เฌอไม่ได้เห็นแก่เงินถึงขนาดยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ซันเซบบ์กำโทรศัพท์แน่น ยิ่งเธอแสดงความดื้อดึงมากเท่าไร ไฟในอกเขายิ่งปะทุรุนแรงทวีคูณกลายเป็นความหมกมุ่นที่บ้าคลั่ง เปลวไฟในดวงตาคู่คมพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ ปลายนิ้วแตะเข้าไปยังเบอร์ของลูกน้องคนเดียวที่ไว้ใจให้ทำงานลับบ่อยครั้ง ( คุณเซบบ์มีอะไรให้ผมรับใช้ สั่งมาได้เลยครับ ) ร่างสูงเอนหลังพิงพนักโซฟา หลับตาแน่น ก่อนจะเอ่ยคำสั่งเสียงเรียบ “ซื้อห้องให้กูที” ( ต้องการคอนโดย่านไหน หรือจะเป็นเพนท์เฮ้าส์ดีครับ ) ปริณ ลูกน้องคนสนิทที่ได้รับมอบหมายจากนายใหญ่ให้ดูแลทายาทคนโต รีบถามความต้องการทันที “ตึกที่เฌออยู่ เหมาชั้นที่ห้า ทั้งชั้น” ( ห๊ะ!! คือผมว่า….) “ง่ายๆ แค่นี้ ทำได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มกดต่ำลง ฟังคล้ายคำขู่มากกว่าคำถาม ( ถ้าท่านรู้ มันจะเป็นเรื่องใหญ่นะครับ ) น้ำเสียงของปริณฟังออกว่าลำบากใจเต็มที่กับคำสั่งนั้น “ใช้เงินส่วนตัวของกู ถ้าพ่อรู้แปลว่ามึงพูด” เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้น เผยนัยน์ตาคมแข็งกร้าว ก่อนเสียงเรียบเย็นจะเอ่ยทิ้งท้าย “รู้ใช่ไหมว่าจุดจบของคนปากมาก…คืออะไร”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม