EP.14 เริ่มฝึกเคล็ดวิชาลมปราณ (1)

1544 คำ
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศสดใส เวิ่นเวิ่นตื่นเช้ามานั่งปรับลมปราณ ให้ร่างกายพร้อมรับการฝึก เธอเอื้อมมือหยิบสมบัติแห่งแคว้นเจ็ดออกมา ควบคุมสมบัติชิ้นนี้โดยลมปราณที่ตนมี แต่ก็พบว่าสมบัติแห่งแคว้นเจ็ดนี้ มีปฏิกิริยากับพลังของเธอเพียงน้อยนิดเท่านั้น ตามที่ตำราได้บันทึกไว้ หากพลังแกร่งกล้าพอที่สมบัติชิ้นนี้ยอมรับ มันจะถูกเปิดออกเป็นออร่าสีทองสว่างสุกสกาว ผู้ที่สามารถควบคุมมันได้จะได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่จะเป็นพลังแบบไหนนั้น ส่วนที่บันทึกไว้ กลับถูกทำลายออกไปจนไม่มีใครหยั่งรู้ถึงพลังที่แท้จริงของมัน เวิ่นเวิ่นนั่งปรับลมปราณอยู่สักครู่จวบจนใกล้เวลานัดหมายกับฉินอี้ จึงเปลี่ยนอาภรณ์ที่ดูทะมัดทะแมงเหมาะแก่การฝึกฝน รวบผมให้เรียบร้อย และใบหน้าไร้การแต่งแต้มใด ๆ เวิ่นเวิ่นเดินออกมานั่งรอที่หน้าตำหนักใหญ่ โดยมีซูเม่ยและเจียลี่ติดตาม พร้อมด้วยกล่องอาหารที่เต็มไปด้วยข้าวปั้นหลากรส เวิ่นเวิ่นนั่งเท้าคางรอสักพักจนหลับไป ไม่นานนักฉินอี้ก็เดินมา อย่างช้าๆ ในขณะที่ฉินอี้เห็นว่า ผู้ติดตามทั้งสองของเวิ่นเวิ่นจะปลุกเธอ เขาจึงสั่งให้ทั้งสองหยุดการกระทำ แล้วให้กลับจวนไป ฉินอี้นั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามก่อนจะเพ่งมอง เวิ่นเวิ่นที่เท้าคางนอนราวกับลืมว่ารอใครอยู่ ฉินอี้เคาะโต๊ะเบา ๆ เพื่อเรียกเธอให้ตื่นจากภวังค์แห่งฝันนั้น เวิ่นเวิ่นที่ได้ยินเสียงเคาะก็สะดุ้งพลันลืมตาตื่น และพบว่าสายตาของคนตรงหน้ากำลังจ้องมองเธออยู่อย่างใกล้ชิด “ขอโทษ ท่านพี่ฉินอี้ ข้าเผลอหลับไป” เวิ่นเวิ่นลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มลงไปนอนพื้น “พี่จะโทษเจ้าได้ยังไง เป็นพี่เองที่มาช้า พอดีท่านพ่อเรียกพี่ไปกำชับให้ดูแลเจ้าดีๆ ” ‘พี่งั้นเหรอ ท่านพี่ฉินอี้เรียกตัวเองกับข้าว่า พี่’ เวิ่นเวิ่น จู่ ๆ ก็อยู่ในห้วงความคิดของตนเธอรู้สึกว่าวันนี้ ฉินอี้ดูจะยอมรับเธอขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว “ท่านพี่จะเดินทางยังไงเจ้าคะ” “พี่จะให้ตงหยางออกไปส่ง จากนั้นก็ให้เขากลับ ส่วนเจ้าไม่ต้องให้ผู้ติดตามตามเจ้าไป การฝึกครั้งนี้ควรเห็นได้เฉพาะผู้ใช้ปราณด้วยกันเท่านั้น ” เฉินอี้เอ่ย “มันเป็นเรื่องลับสุดยอดของผู้ใช้วิถียุทธหรือเจ้าคะ ท่านพี่” “เปล่าหรอก ข้านะไม่เคยรับศิษย์มาก่อน เจ้าเป็นคนแรก การฝึกปราณของข้าคนรู้น้อยยิ่งดี” “ข้าเป็นศิษย์คนแรกเลยเหรอเจ้าคะ รู้สึกยินดีมากเลยท่านพี่” เวิ่นเวิ่นเผลอกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนลืมตัว เมื่อได้สติ ก็ยืนนิ่งเขินอายกับกิริยาเมื่อสักครู่ “เอาเถอะล่วงเวลามากแล้ว เราไปกันเถอะ ข้าให้ตงหยางเตรียมรถม้าไว้แล้วส่วนข้าวกล่องนี้ข้าถือให้” “เจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นตอบกลับไป รถม้าวิ่งออกไปนอกเมือง ไร้ซึ่งบ้านเรือนผู้คน ตลอดเส้นทางที่จะไปยังจุดหมาย เป็นทางที่คดเคี้ยวไปมา ถนนแสนขรุขระที่เห็นได้ว่า ไม่ค่อยมีผู้สัญจรมากนะ เวิ่นเวิ่นที่นั่งมองออกไปริมหน้าตา สายตาทอดลึกเข้าไปยังป่าที่มืดมิด เธอเพ่งมองไปยังจุดหนึ่ง เห็นเงาตะคุ่มอยู่ไม่ไกล พร้อมเสียงพุ่มไม้ที่เหมือนมีอะไรบางอย่างรอพวกเขาอยู่ แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว บางอย่างในพุ่มไม้นั้นก็กระโจนออกมาพุ่งใส่ รถม้าของพวกเขาทันที มันพุ่งใส่ เวิ่นเวิ่นที่เป็นเป้าหมาย จนเธอตกใจหัวโขกเข้ากับขอบหน้าต่างไม้ของรถม้าอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่แล้วฉินอี้ที่นั่งอยู่อีกฟาก ก็ดึงเธอเข้ามาพร้อมกับปล่อยลมปราณออกไปกระแทกกับสิ่งที่กระโจนมานั้นอย่างรวดเร็ว ตงหยางที่กำลังขับรถม้าอยู่จึงจอดรถม้าเทียบข้างทางทันที เมื่อรู้สึกว่ารถม้าโคลงเคลง จากบางสิ่งที่พุ่งชน “คุณชายฉินอี้ขอรับ ข้าขอลงไปดูความเสียหายสักครู่นะขอรับ” ตงหยางเอ่ยก่อนจะลงจากม้า เพื่อดูความเสียหาย ด้านฉินอี้ ที่ดึงเวิ่นเวิ่นเข้ามานั่งฝั่งตน ก็เหลือบมองไปยังเวิ่นเวิ่นที่นั่งกุมศีรษะของตนอยู่ด้วยใบหน้ายู่ยี่ “เจ็บมากหรือไม่” ฉินอี้เอ่ยถาม “เจ็บเจ้าค่ะ แต่ว่าข้าทนได้” เวิ่นเวิ่นเงยหน้าตอบ แม้จะยังกุมศีรษะอยู่ “เวิ่นเวิ่น เจ้าจงจดจำเหตุการณ์เยี่ยงนี้ไว้ หากเมื่อใดที่เจ้าฝึกปราณจนเก่งกาจ เจ้าจะไม่มีทางเจ็บตัวอันใดจากเหตุการณ์เช่นนี้อีก” ฉินอี้ลูบหัวเวิ่นเวิ่นอย่างแผ่วเบา ภายใต้มือคู่นั้นทำเอาเวิ่นเวิ่นรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และปลอดภัยมากขึ้น “คุณชายขอรับ รถม้ามิได้เสียหายอันได้ แต่ตัวที่พุ่งมาชนนี่สิขอรับ มันคือเสือปีศาจ เหตุใดแถวนี้ ถึงมีสัตว์ปีศาจอยู่ขอรับ” ตงหยางรายงาน ฉินอี้นั่งกอดอก ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ พลางทำสายตาเคร่งขรึม ราวกับองค์แม่ทัพประทับ เวิ่นเวิ่นที่เหลือบมองฉินอี้อยู่จึงได้แต่คิดในใจ ‘นี่สินะ ท่านพี่ฉินอี้ ผู้เป็นแม่ทัพแห่งแคว้นสี่’ “ขอบใจมากตงหยาง เจ้าขับรถม้าต่อไปยัง น้ำตก ฟู่ฟางต่อเถิด” “ขอรับ คุณชาย” ตงหยางรับคำ ไม่นานนัก รถม้าก็มาถึง น้ำตกฟู่ฟาง ‘ฟู่....ฟู่’ เสียงน้ำตกแซะโขดหิน ดังก้องกังวาน เป็นน้ำตกอยู่ในป่าลึก ขนาดใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชะอุ่ม บรรยากาศทำให้รู้สึกสดชื่น จนทำให้เวิ่นเวิ่นที่นั่งอยู่ในรถม้า ลุกออกมา วิ่งตรงไปยังแม่น้ำลำธารอย่างเร็วจี๋ เวิ่นเวิ่นนั่งลง พลางกวักน้ำจากลำธารล้างหน้า ทำให้รู้สึกสดชื่นจากความเย็นธรรมชาติ “ท่านพี่ รู้จักที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ สวยงามมากจริง ๆ เจ้าค่ะ” เวิ่นเวิ่นหันไปถามฉินอี้ที่เพิ่งก้าวลงจากรถม้า “อาจารย์ของข้าก็เคยฝึกปราณให้ข้าที่นี่น่ะ” ฉินอี้เอ่ยตอบ ก่อนที่จะหันไปทางตงหยาง “ตงหยางเจ้ากลับไปก่อน อีกราวสี่ชั่วยามให้เจ้ามาที่นี่ใหม่ ข้าได้ใช้ปราณคุ้มครองรถม้าให้ปลอดภัยจากพวกสัตว์ปีศาจชั่วคราวไว้แล้ว” “ขอบคุณครับคุณชาย ตงหยางขอตัวขอรับ” ตงหยางรับคำก่อนจะขับรถม้าออกจากที่แห่งนี้ไป เวิ่นเวิ่นที่ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยแล้ว วิ่งไปที่กองสัมภาระ เธอปูเสื่อผืนเล็กใต้เงาต้นไม้ และวางกล่องข้าวไว้ จากนั้น จึงวิ่งไปยืนตรงหน้าฉินอี้ที่กำลังยืนไขว้หลังมองลำธาร “ท่านพี่ ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะที่จะรับการฝึกปราณ” ฉินอี้หันกลับ มาหาเวิ่นเวิ่นที่ยืนอยู่หลังตน “ยื่นมือมาให้ข้า” ฉินอี้เอ่ย เวิ่นเวิ่นก็ทำตามแต่โดยดี ฉินอี้หลับตาจับชีพจร เพื่อตรวจสอบลักษณะปราณในตัวเวิ่นเวิ่นว่าเป็นลักษณะแบบใด “อืม ปราณของเจ้าไหลเอื่อยมั่นคงหาได้ยากนัก ราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวรุนแรงแต่ก็ถูกให้ไปในทิศทางดั่งใจนึก เจ้าจะฝึกปราณวารีได้ดีที่สุดสินะ” “ปราณวารี????” เวิ่นเวิ่นสงสัย ฉินอี้ค่อย ๆ ลืมตาปล่อยมือจากข้อมือเธอ แล้วหันกลับหลังมองไปยังลำธารอีกครั้งก่อนจะเอ่ยพื้นฐานให้เธอฟังอย่างเป็นลำดับขั้นตอน “ในโลกยุทธวิถีนี้ มีปราณทั้งหมด 6 วิถี นั่นคือ ปราณเหล็กกล้า ปราณวิถีมาร ปราณอัคคี ปราณบุปผา ปราณแผ่พุ่ง ปราณวารี” “ที่แท้ ปราณก็มีหลายวิถีนี่เอง อย่างนั้นถ้าข้าเป็นปราณวารี ข้าจักใช้ปราณวิถีอื่นได้หรือไม่” “ได้สิ เพียงแต่อาจจะไม่สามารถฝึกปราณวิถีนั้น ได้ถึงขั้นชั้นยอดดังปราณในจุดมวลพลังของเจ้าดั่งปราณวารี” “แล้วของท่านพี่ฉินอี้ เป็นปราณวิถีไหนเจ้าคะ ให้ข้าเดา คงเป็นปราณแผ่พุ่งใช่หรือไม่เจ้าคะ” “เก่งเหมือนกันนิเรา ใช่แล้ว ปราณหลักของพี่ คือปราณแผ่พุ่ง ซึ่งสามารถใช้ปราณพุ่งออกไปโจมตีได้ในระยะไกลนั่นแหละ” ฉินอี้หันมาอธิบาย “แล้วปราณวารีของข้าล่ะเจ้าคะ ทำอะไรได้บ้าง” เวิ่นเวิ่นถามด้วยตาเป็นประกาย “วิถีปราณวารีนั้น รุนแรง แต่ก็อ่อนช้อย แม้พลังที่ผลักปราณออกไปมิได้สร้างความเสียหายรุนแรงเหมือนปราณอัคคี หรือ แผ่พุ่ง แต่มันทดแทนด้วยความสามารถ กักขัง ตรึงศัตรูได้ ” เวิ่นเวิ่นเบิกตาโพลง ภายในห้วงความคิดฉายแววด้วยความสนใจ ‘สามารถ กังขัง ตรึงศัตรูได้งั้นหรือ เจ๋งไม่เบานินา’ “เอาล่ะเมื่อเจ้ารู้วิถียุทธปราณหลักของเจ้าแล้ว เจ้าพร้อมฝึกรึยัง เวิ่นเวิ่น ” “พร้อมเจ้าค่ะท่านพี่ฉินอี้” “ดี งั้นเรามาเริ่มกันเลย” “เจ้าค่ะ” และแล้ว การเริ่มฝึกปราณของเวิ่นเวิ่น โดยฉินอี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม