Chapter : 3
ความใหญ่โตที่ถูกสอดใส่เข้ามาทำให้เธอทั้งสะดุ้งและจมอยู่ในความเสียวซ่าน สัมผัสนั้นแนบแน่น ราวกับว่าโลกทั้งใบของเธอกำลังถูกเขาควบคุม ความลึกที่เขาดำดิ่งเข้ามานั้นทำให้เธอต้องเบิกตากว้าง เสียงครางหวาน ๆ ที่หลุดออกจากปากของเธอทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งเร้าร้อนขึ้นทุกขณะ
“ความปากดีของหนูหายไปไหนหมดแล้วล่ะ ต้าเหนิง?” ธเนศกล่าวกระซิบข้างหูเธอขณะที่แท่งเนื้อของเขาถูกเขมือบโดยร่างกายที่บอบบางนี้จนมิดไม่เหลือโคน สร้างแรงกระตุ้นแห่งความเสียวซ่านอย่างถึงที่สุด เมื่อผนวกกับเสียงครวญครางที่เร้าใจของต้าเหนิงด้วยแล้ว มันทำให้ธเนศฮึกเหิมยิ่งขึ้นไปอีก
“หนะ...หนูก็แค่จะทำให้พี่มีอารมณ์มากขึ้นก็เท่านั้นเอง” ต้าเหนิงกล่าวเสียงกระเส่าหนักขณะจิกหลังเขาด้วยเล็บทั้งหมด ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดที่ผสมโรงกับความซาบซ่านซึ่งเกิดขึ้นที่ท้องน้อยและกำลังลุกลามไปทั่วร่างสร้างความรู้สึกร้อนวูบวาบราวกับโดนไฟแห่งความสุขีแผดเผาจากภายใน
“หนูนี่มันยั่วซะจริง ๆ เลย...พี่ล่ะไม่เคยพบเคยเจอนักศึกษาคนไหนเด็ดเท่าหนูมาก่อนเลยจริง ๆ ” ธเนศกล่าวพลางดอมดมกลิ่นตัวของเธอที่มีไอของน้ำหอมจาง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ มันเป็นกลิ่นที่คล้ายกับชาจีนอุ่น ๆ ผสมกับกลีบดอกกุหลาบแดงมอบความรู้สึกที่ชวนลุ่มหลงยากจะต้านทานคล้ายได้หลุดเข้าไปอยู่ในย่านโคมแดง ณ ยุคสมัยที่เก่าแก่ของราชวงค์จีน เขาทาบทับปรายจมูกลงที่ลำคอและสูดดมกลิ่นตัวเธอที่ผสานกับกลิ่นน้ำหอมอย่างเพลิดเพลิน
“กลิ่นตัวหนูเป็นไงบ้างคะ?” ต้าเหนิงกล่าวพลางดอมดมกลิ่นตัวเขาบ้าง กลิ่นของธเนศเป็นความสดชื่นของป่าดิบที่มีฝนตกชุกชุมตลอดฤดูกาล มอบความรู้สึกของธรรมชาติที่ล้มเย็นชวนผ่อนคลายแต่ก็มีความเร้นลับบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่
“หอมและน่ากินมาก” เขากล่าวพลางหันมามองตาเธอที่สดใสแต่ก็แฝงอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถบรรยายได้เอาไว้ภายใน
“หนูไม่ใช่อาหารของพี่นะคะ?” ต้าเหนิงที่ค่อย ๆ คุ้นชินกับความใหญ่โตที่สร้างช่องว่างกว้างขวางและกลวงลึกด้านใน มีสีหน้าที่สงบและเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น
“แต่ตอนนี้ใช่แล้ว” ธเนศว่างั้นก่อนที่จะค่อย ๆ บรรเลงเพลงรักสุดเร่าร้อนกับเธอภายในห้องเรียนแห่งนี้ เริ่มต้นด้วยความพิถีพิถันก่อนที่จะใส่ความรุนแรงเข้าไปมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ
ท่วงท่านี้ที่เขายกเธอขึ้นสูงแล้วปล่อยให้เธอหล่นลงมาตามจังหวะที่เขากำหนดเหมือนกับเครื่องดนตรีที่ถูกบรรเลง สองร่างเคลื่อนไหวอย่างเข้ากัน เสียงหายใจหอบเหนื่อยผสานกับเสียงเนื้อที่กระทบกันดังก้องอยู่ในห้องราวกับจะเป็นดนตรีแห่งความเสน่หาที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ธเนศกระชับสะโพกของต้าเหนิงแน่นขึ้นอีก สองมือแข็งแรงของเขากดจับไว้ราวกับจะไม่มีวันปล่อย เธอถูกยกขึ้นสูงเหนือพื้นก่อนจะถูกดึงลงมาอย่างรุนแรงในจังหวะที่เร็วขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องทุกครั้งที่ร่างของเธอพุ่งลงมาสัมผัสกับทุกสัดส่วนของแท่งเนื้อเขา แรงปะทะนั้นสะท้านไปทั่วร่างของเธอ สร้างคลื่นความเสียวซ่านที่ทำให้เธอเผลอส่งเสียงครางหวานออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
“พี่...อ๊า...พี่คะแรงอีก...ไม่ไหวแล้ว...อ๊า~” เสียงของเธอสั่นคลอน ร่างกายของเธอสั่นสะท้านราวกับจะปลิวไปตามจังหวะอันบ้าคลั่งที่เขากำหนด “ไม่ต้องยั้งหรอกค่ะพี่ อร๊าง!! ใส่ให้สุดไปเลย...”
“เป็นเด็กขี้เ****นอะไรขนาดนี้แถมยังซื่อตรงกว่าที่คิดไว้ซะอีก” ธเนศไม่ห่วงของเมื่ออีกฝ่ายต้องการตนก็จะสนองให้ ไม่พอเขายังทำมันให้เกินไปกว่าที่เธอต้องการอีกด้วย นั่นยิ่งกระตุ้นความพึงพอใจให้แก่เธอมากขึ้นไปอีกขั้นจนดวงตาคู่สวยนั้นเหลือกลอยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้
“ก็หนูไม่ใช่พวกใส ๆ นี่คะ? จะให้มาขงมาเขินแล้วไม่ยอมรับตามตรงว่าอยากได้อยากโดน มันก็คงจะไม่ใช่หนูแล้วละค่ะ อร๊าง! หนูน่ะเป็นพวกที่หิวง่ายและหิวโซด้วย อึ๊ก~!!” เธอกล่าวพลางดิ้นทุรนทุรายคามืออีกฝ่ายพยายามควบคุมร่างกายที่สั่นไหวของตัวเองอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ทำไม่ได้มากอยู่ดีเนื่องจากแท่งเนื้อของอาจารย์คนนี้มีขนาดที่ไม่ธรรมดาจนเกินไป
หากให้วัดด้วยการคาดเดาของตัวต้าเหนิงเอง เธอคิดว่ามันใหญ่และยาวกว่าของคนแถบยุโรปเสียอีก แถมเมื่อมันมาพร้อมกับเจ้าของที่ช่ำชองและเชี่ยวชาญในด้านนี้เช่นธเนศด้วยแล้ว ความเร่าร้อนในเซ็กส์ครั้งนี้ก็พุ่งทยานถึงขีดสุดจนทำให้เธอแข้งขาสั่นไม่หยุดกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะที่ปรายเท้าซึ่งสั่นระริกจนเกร็งค้างแล้วในตอนนี้
“ทำไมเราถึงไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้นะ แต่ถ้าจะให้มาคร่ำครวญมันก็คงจะเสียเวลาเปล่า เพราะงั้นพี่จะจัดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไปเลย พี่จะทำให้หนูจำไปจนวันตายไปเลยว่าอาจารย์คนนี้นี่แหละที่ดุที่สุดเท่าที่หนูเคยเจอมา” ธเนศกล่าวขึ้นมาเมื่อความฮึกเหิมของเขาเพิ่มพูนจนไม่สามารถหักห้ามได้อีกต่อไป
เสียงของเขากระเส่าด้วยความเสียวและความรู้สึกของเขาในตอนนี้ที่มีต่อต้าเหนิงคือเขาต้องการจะขย้ำและฉีกทึ้งเธอทั้งเป็นให้ไม่เหลือชิ้นดี เสมือนสัตว์ร้ายที่ได้พบเจอกับเหยื่ออันโอชะที่ไม่เพียงจะมีเนื้ออันเอร็ดอร่อยเท่านั้น แต่ด้วยความซุกซนและความขี้เล่นของมัน ยังทำให้การไล่ล่าในครั้งนี้สนุกสนานและเร้าใจยิ่งขึ้นด้วย
เหงื่อเริ่มผุดพรายทั่วร่างกาย ทั้งสองร่างเคลือบไปด้วยความชื้นจากเหงื่อที่ไหลเป็นสายผ่านผิวหนัง มันทำให้ผิวของพวกเขาแนบแน่นขึ้น ยิ่งทวีความร้อนแรงให้กับทุกสัมผัส ธเนศกดลมหายใจหนักหน่วง ลมหายใจของเขาเป่ารดต้นคอของเธอ ความร้อนจากลมหายใจนั้นทำให้ต้าเหนิงรู้สึกเหมือนกับว่าไฟกำลังแผดเผาภายในเธอเพื่อทำให้เธอมอดใหม้
“พี่คะ...พี่คะ...อ๊า...หนู...หนูจะเสร็จแล้ว” ต้าเหนิงกอดคอธเนศอย่างแนบแน่นขณะที่หลับตาทั้งสองข้างลงด้วยสีหน้าที่ดูอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แข้งขาและเนื้อตัวที่สั่นเทิ้มแข็งเกร็งจากความรู้สึกสั่นเสียวอย่างที่ไม่เคยประสบ น้ำอุ่น ๆ จากขอบตาไหลเล็ดออกมาเนื่องจากความเจ็บปวดที่ทะลักท้นซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ธเนศจู่โจมเธออย่างไร้ความปรานี
ขณะที่ครวญครางเสียงดังก้องห้องต้าเหนิงกล่าวต่อด้วยท่าทีที่น่าเอ็นดู “พี่คะ...หนูขอมันได้ไหม?” น้ำเสียงของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเว้าวอนที่มีต่อเขา
ต้าเหนิงพยายามที่จะฝืนข่มความเจ็บ จุก และเสียวก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเขาอย่างช้า ๆ ทั้งคู่สบตากันภายใต้ระยะห่างเพียงคืบ จากนั้นมุมปากของเธอก็โค้งขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่สะกดธเนศเอาไว้ เป็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์และยั่วยวนอย่างที่อาจารย์หนุ่มไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน
ไม่นานคำพูดที่กระตุ้นให้หัวใจหวาดหวั่นก็ถูกกระซิบออกมาจากริมฝีปากที่เป็นกระจับของเธอ “หนูอยากได้น้ำเชื้อของพี่”
To be continued...