ยังไม่ทันที่เบลล่าจะได้ตั้งหลัก ร่างสูงตรงหน้าก็โน้มตัวลงมาอย่างรวดเร็ว
ริมฝีปากของเจไดทาบลงบนริมฝีปากของเธอทันที
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจ หัวใจของเธอเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ มือเล็กเผลอยกขึ้นหมายจะดันตัวเขาออก แต่ในวินาทีนั้นความคิดหนึ่งก็ฉุดเธอเอาไว้
‘สายตานับร้อยกำลังจับจ้องอยู่ ’
ช่างภาพหลายคนยกกล้องขึ้นถ่ายแทบพร้อมกัน แสงแฟลชวาบขึ้นไม่ขาดสาย
แชะ!แชะ!แชะ!
เบลล่าจึงทำได้เพียงวางมือไว้บนอกแข็งแรงสองฝั่ง นิ้วเรียวกำแน่นอย่างอดกลั้น
แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่า คือเขาไม่ได้แค่แตะริมฝีปากเธอเพื่อให้ผ่านพิธี แต่เขากำลังจูบเธอจริงๆ
จ้วบ…จ้วบ…
ริมฝีปากของเจไดบดทับลงมาอย่างแนบแน่น ลมหายใจร้อนจัดผสมกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆพัดผ่านปลายจมูกเธอ
“อื้อ…”
เมื่อมันนานเกินความจำเป็น เธอจึงร้องท้วงในลำคอ เพราะมันแทบหายใจไม่ออก แต่แทนที่เขาจะหยุด เปล่าเลย
แรงกอดที่เอวยิ่งกระชับขึ้นอีก จนหน้าอกเธอแนบชิดไปกับตัวเขา เบลล่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอไม่เคยจูบกับใครแบบนี้มาก่อน
ริมฝีปากของเขากดแน่น บดเบียดจนริมฝีปากอ่อนนุ่มของเธอเริ่มเจ็บ ความร้อนวูบวาบแล่นขึ้นมาจากปลายเท้าจนถึงศีรษะ ร่างกายแข็งทื่ออย่างคนที่ไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไร
ยิ่งพยายามจะตั้งสติ ขาของเธอก็ยิ่งอ่อนแรง
มือเล็กที่เคยตั้งใจจะผลักเขาออก กลับเผลอคว้าปกเสื้อสูทของเขาเอาไว้แน่นเพื่อประคองตัวเองไม่ให้เสียหลัก
เสียงเชียร์จากแขกด้านล่างดังขึ้นทันที
“โอ้โห!”
“หวานมาก!”
เสียงปรบมือและเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง แต่เบลล่ากลับแทบไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวอยู่ในอก
‘บ้าที่สุดเลย ’
สำหรับเธอ มันไม่ใช่จูบหวานโรแมนติก
แต่มันเหมือนการประกาศชัยชนะของเขามากกว่า และในที่สุดเจไดก็ผละริมฝีปากออกช้าๆ
ระยะห่างเพียงนิดเดียวทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงปะทะกันอยู่
เบลล่าหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าว ดวงตายังเบิกกว้างอย่างคนที่ยังตั้งสติไม่ทัน
“ทุเรศที่สุด”
เธอน้ำตาคลอแทบอยากเช็ดปากแรงๆมันซะตรงนี้
ส่วนเขากลับยกยิ้มอย่างพอใจที่ได้รังแกเธอ “หึๆ”
มือหนายังคงโอบเอวเธอเอาไว้แน่น
ก่อนจะกระซิบข้างหูเธออีกครั้ง
“แค่จูบเอง ทำหน้าเหมือนโลกจะแตกไปได้”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความยียวนชวนเธอโมโห
เบลล่ายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจยังไม่ทันกลับมาเป็นปกติ ริมฝีปากยังร้อนผ่าวจากจูบเมื่อครู่ ดวงตาคู่สวยพยายามหลบสายตาเขา แต่แขนของเจไดยังคงโอบเอวเธอเอาไว้แน่น
พิธีกรยิ้มกว้าง ก่อนจะกล่าวผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงปิติยินดี
“ว้าว!ช่างเป็นภาพที่น่ายินดี ของการเกี่ยวดองของสองตระกูลจริงๆ เอาละครับท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เรามาร่วมดื่มแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ”
พนักงานเสิร์ฟรีบเดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมถาดแชมเปญสีทองอร่าม แก้วคริสตัลถูกส่งให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวคนละใบ
เบลล่ารับแก้วมาอย่างแข็งทื่อ ริมฝีปากยังเม้มแน่น
ขณะที่เจไดกลับดูผ่อนคลายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พิธีกรยกไมโครโฟนขึ้นอีกครั้ง
“เชิญทุกท่านยกแก้วร่วมแสดงความยินดีกับคุณเจได และคุณเบลล่า ด้วยครับ!”
แขกทั้งห้องพร้อมใจกันยกแก้วขึ้น
“ยินดีด้วย!”
เสียงดังประสานกันทั่วห้อง
เจไดยกแก้วขึ้นช้าๆ ดวงตาคมปรายมองคนข้างตัวเล็กน้อย ก่อนจะยื่นแก้วไปชนกับเธอเบาๆ
กริ๊ง…
เสียงแก้วกระทบกัน
เบลล่าฝืนยกแก้วขึ้นจิบเพียงนิดเดียวเท่านั้น แชมเปญเย็นเฉียบไหลผ่านลำคอ แต่ไม่ช่วยดับความร้อนที่ยังคงอยู่บนริมฝีปากของเธอเลยแม้แต่น้อย
เจไดกลับยกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
สายตาของเขายังไม่ละไปจากเธอ
เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้นในห้องจัดเลี้ยง
พิธีกรยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวปิดช่วงพิธี
“ขอเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหาร และแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวได้ตามอัธยาศัยครับ”
ทันทีที่พิธีบนเวทีจบลง
เจไดก็วางแก้วลงบนถาดของพนักงาน ก่อนจะโอบเอวเบลล่าอีกครั้งอย่างถือวิสาสะ
“ไปสิ ไปทำความรู้จักญาติๆกันหน่อย ญาติผมเยอะ ”
เบลล่าหันขวับไปมองทันที
“ปล่อยฉัน”
เธอกัดฟันพูดเสียงเบา เพราะยังมีสายตานับร้อยจับจ้องอยู่
เจไดเพียงยกยิ้มมุมปาก
“อย่าทำตัวมีปัญหาให้มาก ผมก็ไม่ได้อยากแต่งกับคุณ เสร็จพิธีเราก็ไม่ต้องมาปั้นหน้าแสดงว่ารักกันปานจะกลืนกินแบบนี้ อย่า..สำ..คัญ..ตัว..ผิด..”เขาพูดช้าๆเน้นๆแต่ทำเธอหน้าชาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“เดิน!”
และเขายังพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ จนเธอแอบสะดุ้งนิดหน่อย จนต้องเดินลงจากเวที เพื่อไปถ่ายรูปและพบป่ะญาติของทั้งสองฝ่าย
“ฮ่าๆๆ ลุงดีใจนะ ที่ได้ร่วมเป็นทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลคาร์เนอร์”
เบลล่าเดินมาหยุดที่โต๊ะแรก ซึ่งเป็นโต๊ะของครอบครัวเธอ ลุงเลโอลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าดูยินดีราวกับปลื้มใจกับการแต่งงานครั้งนี้เหลือเกิน
“ขอบคุณค่ะคุณลุง”
เบลล่าตอบตามมารยาท แม้ในใจจะไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไรนัก
เจไดที่ยืนอยู่ข้างเธอเลื่อนสายตาคมกริบไปมองชายสูงวัยตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก
“ขอบคุณนะครับลุง”
เสียงทุ้มกล่าวเรียบๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงให้เกียรติ