ท่านส่งสัญญาที่แม่ของเขาทำกับรสา มีลายมือชื่อรสาชัดเจน ในสัญญาระบุเงินในเช็คเป็นตัวเลขสองล้าน และมีการถ่ายภาพเช็คใบนั้นไว้ด้วยในสัญญา
ชายหนุ่มตัวชาวาบ ก่อนจากไปรสาส่งข้อความมาบอกเขาว่ามารดาเขาต้องการให้เธอหายไปจากชีวิตของลูกชาย และจะหาคนที่ดีมาแต่งงานกับเขา นั่นคือเหตุผลที่เขาแสดงท่าทีรังเกียจเมธาวีมาตลอด จนถึงวันที่รสากลับมาหาเขาหลังจากที่มารดาของเขาเสียชีวิตไปเมื่อเขาแต่งงานได้หนึ่งปี เธอบอกเขาว่า
“แม่ของหนึ่งขู่จะฆ่าโรสค่ะ โรสต้องหนีหัวซุกหัวซุนเป็นปีเพราะคนของแม่คุณตามล่าตลอด งานการก็ไม่เป็นอันได้ทำ เงินเก็บมีเท่าไหร่ก็ต้องเอามาใช้จนหมด”
เขาจึงโอนเงินให้เธอเป็นการชดเชยและไถ่โทษแทนแม่มาตลอดหนึ่งปี และพาลเอาความเกลียดชังไปลงที่เมธาวีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรื่องบานปลาย
“แม่กับย่าเคยตกลงกันว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับหนึ่ง เพราะเห็นแก่ความเป็นผู้หญิงด้วยกันของรสาเราจึงเมตตาเธอ ส่วนหนูเม..ย่าเคยคิดว่าอยากให้หนึ่งรักน้องด้วยความดีของเมเอง แต่มันไม่เคยมีวันนั้น” ท่านหยุดพูดเพื่อจิบน้ำชา
“หย่าให้หนูเมเถอะลูก จะได้ไม่ต้องสร้างกรรมต่อกันมากไปกว่านี้”
##################
“ทนายของคุณเมธาวีบอกมาว่า ลูกความของเขาไม่สะดวกให้คุณสิงขรไปพบครับ” ทินกรรายงานเจ้านายในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ได้รับคำตอบจากทนายอีกฝั่งผู้เป็นตัวแทนของภรรยาของสิงขร
“อ้อ..” สิงขรพูดได้เพียงเท่านั้นก็เงียบไป
“เขาบอกว่าเธอจะพบกับคุณสิงขรที่เดียวคือในศาลเท่านั้น” ทินกรพูดต่อก่อนจะสะดุ้งเมื่อสิงขรตบโต๊ะดังปัง!
สิงขรรู้สึกทั้งโกรธและอึ้งเมื่อพบว่าเมธาวีเอาจริง เขาไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมาตัวเองเคยทำให้เธอเสียใจมาขนาดไหน กว่าจะรู้ว่าทุกอย่างเป็นความเข้าใจผิดของตัวเอง เรื่องราวมันก็เลยเถิดจนไปกันใหญ่
“ผมฝากคุณบอกเมว่าพรุ่งนี้พบกันที่อำเภอตอนสิบโมงตรง” สิงขรตัดสินใจ
################
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาทำให้เมธาวีรีบกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นสายจากภวัต
“เม ผัวเธอฝากบอกมาว่าพรุ่งนี้ให้ไปเจอที่อำเภอตอนสิบโมง เธอจะว่าไง”
“ได้ ได้เลย” เมธาวีรีบรับนัดอย่างดีใจ เธอคิดไว้อยู่แล้วว่าสิงขรเองก็คงไม่ยื้อเธอไว้
เช้าวันต่อมาเมธาวีขับรถเข้ามาจอดที่หน้าที่ทำการอำเภอ เธอเห็นรถยนต์ของสิงขรจอดรออยู่แล้ว หญิงสาวมองอย่างแปลกใจว่าเขากระตือรือร้นมากถึงขนาดมาก่อนเวลา
ฝ่ายสิงขรที่นั่งรอในรถเขาเห็นเมธาวีก้าวลงมาจากรถคันใหม่ เมียเขาคงจะขายที่ได้เงินมาก้อนใหญ่มาพอสมควร เธอคงได้มีชีวิตดีๆ ตามที่เธอต้องการแล้วในตอนนี้ เขาเห็นเธอหันรีหันขวางก่อนที่จะเดินผ่านรถเขาไป ชายหนุ่มลดกระจกลงเรียกเธอ
“เม พี่อยู่นี่”
เมธาวีชะงัก คำแทนตัวว่าพี่เขาเคยใช้กับเธอแต่นั่นมันก่อนที่จะแต่งงานกัน ก่อนแต่งงานเขาเคยเป็นพี่ชายที่ดีเป็นลูกเพื่อนสนิทของแม่ที่เคยคุ้นกัน แต่พอแต่งงานกันแล้วสิงขรกลายเป็นใครไม่รู้ที่เธอไม่รู้จัก เขาคงอยากหย่าจริงๆ ถึงดีใจขนาดนี้
“ค่ะ จะเข้าไปกันเลยไหมคะ” เธอเดินมาหาเขาที่รถ
“ฮื่อ แต่เมขึ้นรถมาดูเอกสารทีว่าต้องใช้อะไรบ้าง” ชายหนุ่มชูซองเอกสารหนาเป็นปึกให้เธอดู ปลดล็อกประตูรถอีกฝั่งเมธาวีไม่ได้เอะใจอะไร เธอเดินมาเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับก้าวขึ้นนั่งแล้วหยิบซองเอกสารที่เขาวางไว้มาเปิดดู
“ก็ต้องใช้บัตรประชาชนกับทะเบียนสมรสค่ะ” เธอค้นหาเอกสารทั้งปึกนั่นแต่มันไม่มีทะเบียนสมรส
“อ้าว พี่ลืมเอามา”
“ไม่เป็นไร เมเอามา” เธอพูดก่อนจะร้องอย่างตกใจเมื่อเอกสารในมือถูกดึงออกโยนไปไว้ที่เบาะหลัง สิงขรดึงตัวเธอไปกอดไว้แน่น แขนแข็งแรงรัดรอบเอวเล็กเขาจับร่างเธอยกลอยข้ามเบาะไปนั่งบนตัก
“คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ”
“พี่ไม่หย่า เมเลิกทำบ้าๆ แล้วกลับบ้านเราได้แล้ว”
“นี่คุณหลอกฉันมาเหรอ ปล่อยนะ” เธอดิ้นรนขลุกขลัก สิงขรจับสองมือเธอไพล่หลังลำตัวช่วงหน้าของเธอถูกดันจนแนบไปอกกว้างของเขา ที่แคบบนรถทำให้เธอขยับตัวได้ไม่สะดวก
“เปล่าพี่ไม่ได้หลอก ไม่เคยพูดสักคำเลยว่าจะมาหย่า” เขาพูดหน้าตาเฉย มือแข็งๆ นั่นจับคางเธอให้อยู่นิ่งก้มหน้าลงมาหาเธอบดริมฝีปากลงมาบนเรียวปากนุ่ม เมธาวีดิ้นพราดแต่ไม่หลุดเบี่ยงหน้าหนีไม่ได้
เธอแค้นใจจนร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าสิงขรจะร้ายกับเธอไปจนถึงเมื่อไหร่ หยดน้ำอุ่นๆ ที่กระทบลงบนแก้มของสิงขรทำให้ชายหนุ่มชะงัก มองเธอด้วยความรู้สึกผิด
'ไอ้เวรเอ้ย ตั้งใจจะมาง้อเมียดันทำให้เมร้องไห้อีกแล้ว' เขาด่าตัวเองในใจ
“พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เมร้องไห้ กลับบ้านเราเถอะนะ” เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะเบี่ยงหน้าจูบเธออีกครั้งอย่างนุ่มนวลแต่ก็ต้องร้องลั่น
“อ๊าก...” เมธาวีกัดปากเขาเต็มแรงจนเธอเองก็รู้สึกถึงรสเลือด ชายหนุ่มปล่อยเธอทันทีเธอรีบผลุนผลันเปิดประตูรถวิ่งลงมาแล้วกลับไปที่รถตัวเอง ถอยออกจากซองขับออกไปทันที