รามมองหาที่นั่งของกลุ่มมัทรีจนเขาเห็นพวกเธอขึ้นมานั่งประจำที่แล้วเรียบร้อยก็โล่งใจ ตลอดการเดินทางเขาแทบไม่คุยกับวิศรุตเลยจนกระทั่งเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นบังเอิญเจอมัทรีโดยบังเอิญในตอนที่รอรับกระเป๋า
“อ้าวคุณมาทำอะไรที่นี่ มาเที่ยวกันเหรอวันหยุดยาวนี่”
มัทรีงงเป็นไก่ตาแตกว่าเธอมาเจอเขาที่นี่ได้อย่างไร
“คุณมาทำอะไรแถวนี้คะคุณหมอ” เธอข้องใจว่าโลกกลมได้ขนาดนี้เชียวหรือ แล้วหมออย่างรามมีเวลาเที่ยวได้อย่างไร
“ผมก็มาเที่ยวสิ คุณก็คงมาเที่ยวใช่ไหมแล้วมากับใคร นั่นลูกคุณเหรอ”
รามจ้องเด็กชายอวัชเขม็งจนเด็กน้อยรู้สึก เด็กชายมองกลับคนแปลกหน้ารูปร่างใหญ่อย่างไม่กลัว
“อ๋อ... ค่ะ นี่น้องวัชลูกชายมาศเองกับบุษค่ะน้องสาว”
เธอนึกได้ว่ายังไม่ได้แนะนำให้เขากับครอบครัวที่มาด้วยให้รู้จักกันตามมารยาท หญิงสาวหันไปคุยกับน้องสาวและลูกชายที่กำลังทำสีหน้าสงสัย
“น้องวัชครับ บุษนี่คุณหมอรามเป็นลูกค้าที่บริษัทน่ะ น้องวัชไหว้คุณหมอสิคะลูก” หญิงสาวบอกลูกซึ่งเด็กชายก็ทำตามทันที
“สวัสดีครับน้องวัช น้องบุษ” รามย่อตัวลงคุยกับเด็กชาย
“อายุกี่ขวบแล้วครับ”
“หกขวบครับ” อวัชตอบเสียงดังฟังชัดทำให้รามยิ้มให้ ความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
“มาศครับ น้องวัชน้องบุษ นี่น้องชายผมเจ้าเล็กกับนั่นคุณปาริฉัตรผู้ช่วยเขา” ชายหนุ่มแนะนำน้องชายให้อีกฝ่ายรู้จัก
ทั้งหมดทักทายกันจนมัทรีคิดว่าสมควรแก่เวลาแล้ว หญิงสาวยกข้อมือดูเวลาเป็นภาษากายบอกว่าเธอกำลังจะขอตัว รามเข้าใจแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ในสารที่เธอต้องการจะสื่อ แต่ยังไม่ทันที่เธอและเขาจะพูดอะไร วิศรุตโพล่งขึ้นมากลางวง
“คุณมาศจะไปพักกันที่ไหนครับ ตอนนี้ยังไม่น่าจะเช็คอินได้ไม่ทราบว่ามีแพลนไปไหนก่อนไหมครับ”
“เอ่อ...” มัทรีวางแผนจะพาลูกไปทานอาหารก่อนและค่อยหาที่เที่ยวสักที่ก่อนเข้าที่พัก
“แม่บอกว่าจะพาวัชไปกินข้าวครับ” อวัชตอบแทนคล่องแคล่วฉะฉาน ทำให้วิศรุตมองเด็กชายอย่างสนใจมาก
“กินข้าวเหรอ ลุงก็หิวพอดีไปด้วยกันไหม คุณมาศจะเดินทางยังไงครับ” วิศรุตหันมาคุยกับมัทรีโดยตรง
“คือว่าเราจะเช่ารถกันน่ะค่ะ ติดต่อไว้แล้วร้านหน้าสนามบิน” มัทรีตอบเธอสะกิดบุษบาว่าควรไปได้แล้ว
“ยังไงพวกเราคงต้องขอตัวก่อน ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ” เธอพูดเป็นงานเป็นการ ส่วนรามนิ่วหน้าเขาไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกกันเป็นคนนอก แม้ว่าจะเป็นจริงๆ ก็ตาม
“เดี๋ยวสิครับ มีแต่ผู้หญิงกับเด็กมาภูเก็ตนี่ถิ่นมาเฟียเลยนะ มาศไม่กลัวหรือไง แล้วคุณพ่อน้องวัชไม่มาด้วยหรือว่าจะตามมาทีหลังเหรอครับ” รามเข้าเรื่องที่เขาอยากรู้ที่สุดคือเรื่องพ่อของอวัช
“วัชไม่มีพ่อครับ” อวัชโพล่งขึ้นมาหน้าตาเด็กชายเริ่มบอกว่าเขาไม่สบอารมณ์แล้ว เพราะแม่บอกว่าจะพาไปหาของกินทันทีที่เครื่องลงแต่นี่คุยหลายนาทีแล้วไม่ได้กินสักที เด็กชายคิดอย่างไม่ซับซ้อน
“วัชอย่าแทรกเวลาผู้ใหญ่คุยกันสิคะ แม่สอนหลายทีแล้วนะ” มัทรีปรามลูกชายซึ่งทำให้วิศรุตรีบขัดขึ้นมา
“อย่าดุแกเลยครับคุณน้องมาศยังเด็กน่ะ งั้นผมว่าพวกคุณเที่ยวกันเองน่าจะอันตรายยังไงก็ไปด้วยกันก่อนไหมครับ ไปไหนเดี๋ยวผมไปส่งอย่างน้อยใครเห็นจะได้รู้ว่าคุณไม่ได้มากันตามลำพัง” วิศรุตรวบรัด
“บุษว่าก็ดีนะคะพี่มาศ” บุษบาเริ่มกลัวเมื่อถูกปั่นประสาทเรื่องความไม่ปลอดภัยบ่อยครั้งเข้า
“แต่พี่ว่า...” มัทรีลังเล เธอตั้งใจมากันเองแบบสบายๆ และเธอไม่คิดว่าการไปกับกลุ่มของรามจะสะดวกใจได้จริง
“วัชหิวอีกแล้วคร้าบแม่มาศ” อวัชทนไม่ไหวอีกแล้ว เด็กน้อยลูบท้องป่องๆ ของตนเองพลางส่งเสียงเรียกให้ผู้ใหญ่สนใจ
“งั้นมาศพาลูกไปกินข้าวด้วยกันก่อน แล้วจะยังไงค่อยว่ากัน” รามสรุปตัดจบ ชายหนุ่มคว้าข้อมือเด็กชายพาเดินลิ่วๆ เล่นเอามัทรีรีบยกกระเป๋าตามแต่วิศรุตห้ามไว้
“ผมมีคนมาช่วยยกแล้วคุณมาศวิ่งตามพี่ต้นไปเถอะครับ ไม่ต้องห่วงกระเป๋าพวกนี้”
บุษบาหันมาคุยกับปาริฉัตรสองสาวอายุเท่ากันจึงคุยกันอย่างถูกคอ ในขณะที่วิศรุตหันไปหาคนของเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าถิ่นภูเก็ตที่มารอรับให้ช่วยขนกระเป๋าของสาวๆ ชายหนุ่มมองตามหลังพี่ชายที่จูงเด็กไปและมีแม่เด็กแบบมัทรีวิ่งตามแล้วยิ้ม เขาคิดว่าเขามีเรื่องอะไรสนุกๆ ให้เล่นอีกแล้ว
ชายหนุ่มส่งรูปน้องวัชที่เขาแอบถ่ายส่งเข้าไปในกลุ่มไลน์ของครอบครัว ทำเอาบิดามารดาถามกันใหญ่ว่าเด็กที่ไหน
“ผมก็ไม่แน่ใจฮะแม่ เลยส่งมาให้แม่ดูว่าน้องวัชเขาหน้าตาคล้ายๆ พี่ต้นรึเปล่า”
วางระเบิดแล้วชายหนุ่มก็ปิดไลน์แล้วหันไปคุยกับสองสาว การมาภูเก็ตรอบนี้แสนสนุกเสียนี่กระไร
มัทรีเดินตามรามมาทันที่หน้าอาคารสนามบิน หญิงสาวเหนี่ยวแขนเขาให้หันกลับมากระซิบถามเสียงเครียด
“คุณคิดว่าจะทำบ้าอะไรคะหมอต้น” เธอพยายามพูดเสียงเบาเพราะกลัวลูกชายได้ยิน
“แล้วคุณล่ะทำบ้าอะไร คิดจะเลี้ยงลูกไปคนเดียวไม่บอกผมเลยหรือไง” เขาถามกลับทำเอาเธองง
“ลูกฉันฉันจะบอกคุณทำไม”
“แล้วคุณทำคนเดียวได้เหรอ คุณท้องกับผมไม่บอกผมสักคำ คุณกำลังทำให้ลูกเป็นเด็กมีปัญหารู้ไหมมาศ”
ถ้อยคำกล่าวหารุนแรงนั่นทำให้มัทรีอ้าปากค้าง ก่อนที่เธอจะหัวเราะเมื่อรู้แล้วว่ารามคิดว่าอวัชเป็นลูกของตน
หญิงสาวหัวเราะจนหยุดไม่ได้ รามมองเธอตาคว่ำด้วยความโกรธเคืองเขาจริงจังมากแล้วเธอขำอะไร
“คุณหมอต้น ฉันว่าคุณดีๆ นะ คิดอีกทีเถอะ” มัทรีพูดปนหัวเราะที่รามมโนไปไกล
รามไม่ใช่พ่อของอวัชและเธอเองก็ไม่ใช่แม่ แต่เมื่อเจ็ดปีก่อนเรื่องที่ทำให้เธอต้องรีบกลับออกจากห้องของเขาทั้งที่ยังไม่ได้คุยกัน เพราะพี่สาวแท้ๆ ของเธอเองสร้อยฟ้าเป็นพี่สาวคนโตของเธอและบุษบา เธอเลิกกับสามีและพยายามทำการฆ่าตัวตายทั้งที่ตั้งครรภ์อยู่ เรื่องของสร้อยฟ้าทำให้เธอต้องวางเรื่องของตัวเองและหันมาดูแลคนในครอบครัวก่อนอย่างใกล้ชิด
จนกระทั่งถึงวันที่น้องวัชลืมตามาดูโลก จากนั้นไม่นานสร้อยฟ้าก็ฆ่าตัวตายอีกครั้งและคราวนี้เธอทำได้สำเร็จ เรื่องนี้ทำให้มัทรีต้องรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้น้องวัชเต็มตัว เพราะตอนนั้นบุษบาเองก็เพิ่งอายุสิบห้ายังช่วยอะไรมากไม่ได้ ครอบครัวที่เหลือเพียงสองคนพี่น้องกับหลานชายที่เพิ่งลืมตาดูโลกทำให้มัทรีไม่คิดจะมีความรักอีกเลย
“คุณหมายความว่ายังไงมาศ”
เธอมองหน้ารามให้เต็มตา ตัวเขาในวันนั้นไม่ได้ทำอะไรผิดถึงวันนี้เขาก็ไม่ผิด นอกจาก 'เข้าใจผิด'
“น้องวัชไม่ใช่ลูกของคุณค่ะหมอต้น” เธอบอกจริงจังที่สุดแต่ทว่า...
“ผมไม่เชื่อ”