ตอนที่ 6
เธอเดินตรงมายังเตียง ก่อนจะก้าวขึ้นไป ฝุ่นเอ่ยขออนุญาตเบาๆ
“คุณม่านฟ้า...ฉันขออนุญาตนอนข้างๆ คุณนะคะ ฉันจะไม่นอนใกล้คุณแล้วทำให้คุณ อึดอัดแน่นอนค่ะ เพราะถ้าฉันไปนอนตรงโซฟา ฉันกลัวคุณฟื้นขึ้นมาแล้วฉันหลับลึก เดี๋ยวจะไม่ได้ยินเสียงคุณเรียก”
เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นไปบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนทิ้งตัวลงนอนอีกมุมของเตียงขนาดใหญ่ เว้นระยะห่างเอาไว้อย่างชัดเจน
บนเตียงเดียวกัน
เอริคหลับตานิ่ง แต่มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อย… ก่อนจะกดมันลง กลับสู่สีหน้านิ่งเย็นเหมือนเดิม
เพราะตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เขาแทบไม่มีโอกาสได้ยิ้มอีกเลย
นับตั้งแต่วันที่บิดาเสียชีวิต และทิ้งมรดกมหาศาล รวมถึงอำนาจของตระกูลเอาไว้ให้เขาแบกรับ
ตั้งแต่นั้นมา…
ชีวิตของเขามีแต่การแย่งชิง ทั้งอำนาจ ทั้งผลประโยชน์ทั้งชีวิต
โดยเฉพาะ… จากคนในสายเลือดเดียวกัน
'คราฟ วินสัน' หรือ 'ม่านเฆม วินสัน'
พี่ชายแท้ๆ ของเขา คนที่เลือกทำผิดกฎของตระกูลมาเฟีย เขาขายความลับให้กับคู่แข่งทางธุรกิจ และนำไปสู่การเกือบล้มละลายของตระกูล 'วินสัน' บิดาของเขาจึงกอบกู้ทุกอย่างกลับคืนมาได้ จึงวางมือจากมหาอำนาจนั้นแล้วส่งต่อให้บุตรชายทั้งสองคน
แต่บิดาของเขาไม่เคยลำเอียง ทรัพย์สินและอำนาจถูกแบ่งให้ลูกทั้งสองคนเท่าๆ กัน ระหว่าง
'ม่านฟ้า' และ 'ม่านเฆม' หลังจากนั้นไม่นานบิดาก็ได้เสียชีวิตลง จากอาการป่วยด้วยโรครุ่มเร้าหลายโรคเนื่องจากโหมงานหนัก เพื่อมหาอำนาจของตระกูลวินสัน
ทว่า… ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ม่านฟ้าคือคนที่ขยายอำนาจได้มากกว่า ทั้งธุรกิจ อิทธิพล และโดยเฉพาะเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์
ทุกอย่างเติบโต… จนอีกฝ่ายเริ่มมองว่าเขาคืออุปสรรค
และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ม่านเฆมก็ต้องการ… ชีวิตของเขา เพื่อครอบครองทุกอย่าง ที่เป็นของม่านฟ้าแต่เพียงผู้เดียว
แววตาเย็นชาของมาเฟียที่ไม่เคยสั่นไหว กลับสะดุดอยู่ที่ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว
แอร์โฮสเตสสาวบนสายการบินม่านฟ้า เธอคือลูกน้องเขาและเธอเองก็ไม่รู้ว่าเอริคคือเจ้านาย ที่ตอนนี้กำลังนอนหลับสนิทด้วยความอ่อนล้า
ร่างบาง ผิวขาวเนียนใบหน้าสวยหวาน ที่ดูไร้พิษภัยแต่กลับทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขา… สั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อเอริคนอนจ้องมองหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆ เขาอยู่พักใหญ่
จังหวะนั้นเอง ด้วยเพราะเขาขาดน้ำมาหลายชั่วโมง ลำคอเอริคจึงแห้งผาก
เขาเผลอไอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“แค่ก… แค่ก…”
ฝุ่นสะดุ้งขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนจะลุกขึ้นมองเขาทันที
“คุณ…”
น้ำเสียงเธองัวเงียอย่างเห็นได้ชัด เอริคจะแกล้งหลับตาก็ไม่ทันแล้ว เพราะในเวลานั้น เขาไอออกมาอีกสองครั้งอย่างชัดเจน
“แค่ก… แค่ก…”
สุดท้าย น้ำเสียงทุ้มแหบของเขาก็เอ่ยขึ้นเบาๆ
“ผม… ขอน้ำได้ไหมครับ”
เธอสะดุ้งขึ้นทันที
“ได้ค่ะ… สักครู่นะคะ”
เธอรีบลุกขึ้น ก่อนจะเดินอ้อมเตียงไปทางด้านซ้าย
ทุกก้าวที่เดิน เสียงคำเตือนของคุณหมอพยัคฆ์ยังคงดังสะท้อนอยู่ในหัว
'เขาโหดเขาไม่ชอบคนขัดใจ เขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ นั่นหมายความว่า ฉันคงต้องยอมเขาทุกอย่างใช่มั้ย เขาหงุดหงิดง่ายเขาไม่ชอบคนเถียง'
แต่…เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง คำสุดท้ายที่หมอพยัคฆ์เอ่ย คำนั้นทำให้เธอถอนหายใจยาว
"เห้ออออ" งั้นก็แปลว่า 'อย่างน้อย เธออาจจะไม่ต้องตายด้วยน้ำมือเขา…ใช่ไหม'
ฝุ่นเดินมานั่งลงข้างๆ เขา ก่อนจะรินน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้เอริค แต่ชายหนุ่มกลับยกคิ้วให้เธอเบาๆ ครั้งหนึ่ง
ฝุ่นชะงักทันที
“คะ…?”
และนั่นทำให้เธอรีบขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม ก่อนยกแก้วน้ำขึ้นป้อนให้เขาอย่างระมัดระวัง
…ห้ามขัดใจเขาสายตาเธอเหลือบไปเห็น กระบอกปืนสีดำเงา… วางอยู่บนหัวเตียง หัวใจเธอกระตุกแรงโดยไม่รู้ตัว
เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“ก็โดนยิงที่ข้างเอวนะ… ไม่ได้โดนยิงที่มือซะหน่อย…”
เอริคขยับตัวเล็กน้อย เพียงแค่จะเอนตัวลงให้นอนสบายขึ้น แต่แค่นั้น… ก็ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกทันที
“ฉะ… ฉันไม่ได้ขัดใจคุณนะคะ…”
คำพูดนั้นทำให้คิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันทันที
เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่มองเธอเงียบๆ ในใจมีแต่คำถาม
…เธอเป็นอะไร?
…ทำไมถึงดูเหมือนกลัวเขา… แปลกๆ
“คุณช่วยพยุงผมลงนอนได้ไหมครับ… ผมเจ็บแผล”
เสียงทุ้มแหบเอ่ยเบาๆ
“ค่ะ… ได้ค่ะ”
ฝุ่นรีบลุกขึ้นแทบจะทันที ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เตียง มือบางเอื้อมไปประคองไหล่กว้างของเขาอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ พยุงให้เอนตัวลงช้าๆ
หัวใจเธอเต้นระส่ำระสาย
ให้ตายเถอะ… ตัวจริงแน่นกว่าที่คิดไว้เยอะ กล้ามเนื้อใต้มือแข็งตึงเหมือนหิน กลิ่นกายเขาลอยเข้ามาใกล้… หอมสะอาด อุ่นลึก แบบที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน
คนมีอิทธิพล… กลิ่นตัวแบบนี้กันทุกคนหรือเปล่านะ
หรือน้ำหอมขวดละกี่แสนกัน…
“คุณครับ… คุณ”
เสียงทุ้มต่ำใกล้หู ทำให้เธอสะดุ้ง
“ค… คะ?”
เอริคมองเธอนิ่ง
“คุณจะจับผมแบบนี้…อีกนานไหมครับ”
ฝุ่นชะงักไปทั้งตัว เพราะมือของเธอ… ยังวางอยู่บนอกเขา ปลายนิ้วลูบผ่านแนวกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว
เธอรีบชักมือออกทันที แก้มร้อนวาบ
“ขอโทษค่ะ! ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
เอริคยังคงจ้องเธอ สายตานิ่ง… แต่มีอะไรบางอย่างลึกกว่านั้น
ความเงียบกดทับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยเสียงต่ำกว่าเดิม
“จับ… พอยังครับ?
ฝุ่นเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างลนลาน หัวใจเต้นแรง… จนเธอไม่แน่ใจแล้วว่าเพราะกลัว
หรือเพราะสายตาคู่นั้น เธอกลืนน้ำลายเบาๆ ก่อนพยักหน้าเร็วๆ
“พอ… พอแล้วค่ะ”
หญิงสาวเบือนหน้าหลบตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ในใจ หืมปล่อยไก่จนได้นะเรา ไหนหมอพยัคฆ์บอกเขาโหดใจร้ายไง ครับทุกคำเลยฉันจะละลายอยู่แล้ว
เอริคละสายตาไปเล็กน้อย ก่อนปล่อยตัวลงนอนตามแรงที่เธอช่วยพยุง จังหวะที่เขาเอนลงมือเขาเผลอแตะข้อมือเธอเบาๆ โดยไม่ตั้งใจ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็น จุกชมพูเนื้อนมสีขาวกลมโตจนเอริคต้องกลืนน้ำลายลงคอ
เขาหันหน้าหนีไปอีกทางทันที เสียงในหัวตะโกนบอกใจที่เต้นรั่วตอนนี้
นี่เธอไม่ใส่เสื้อชั้นในเหรอ เธอไม่รู้หรือไงว่าอยู่กับใครประมาทฉันเกินไปแล้ว
ฝุ่นรีบจัดหมอนให้เขาอย่างลุกลี้ลุกลน โดยที่ไม่รู้เลยว่าชายตัวโตตรงหน้า เขาเผลอเห็นของหวงของเธอเข้าแล้วเต็มสองตา
“นอนแบบนี้… โอเคไหมคะเจ็บแผลไมคะ”
เอริคมองหน้าเธออีกครั้ง
“โอเคครับไม่เจ็บ”
เขาหยุดไปเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“แล้วก็… ไม่ต้องกลัวผมขนาดนั้น”
ฝุ่นนิ่งไปเพราะเธอเอง… ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจเต้นแรงตอนนี้ คือความกลัว…หรือเป็นอย่างอื่น
เอริคจ้องเธอนิ่ง สายตาคมลึกเหมือนจะอ่าน ทุกความคิดที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่ในหัวเธอ
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้”
เอริคมองเธออยู่อีกครู่ ก่อนจะหันหน้าหนีเล็กน้อยเหมือนจงใจจบประโยค
“ผมไม่กัดหรอก”
หญิงสาวทั้งประหม่า ทั้งกลัว หัวใจเต้นละส่ำไปหมด
คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน… กลับต้องมาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง บนเตียงเดียวกัน ในห้องที่เงียบเกินไปแบบนี้
ทุกการหายใจของเธอดังชัดอยู่ในอก ดังจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยิน
เธอกลืนน้ำลายเบาๆ พยายามรวบรวมสติ ก่อนค่อยๆ ก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง
ช้า… และเบาที่สุด เท่าที่จะทำได้
แต่เหมือนความรู้สึกในร่างกายมันไม่ยอมเชื่อฟัง
ปลายเท้าเจ้ากรรม… เหยียบไม่ถึงพื้นตามจังหวะที่คิดไว้ น้ำหนักตัวทิ้งลงผิดจังหวะร่างบางเสียสมดุลทันที
พรึบ!!! ฮึก!!!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าสมองจะสั่งงานทัน ร่างเธอพุ่งไปข้างหน้าอย่างห้ามไม่อยู่
จ้วบ!
ริมฝีปากบางจูบเข้าที่อกขาวๆ กว้างๆ แน่นๆ ทันที
ลมหายใจของเธอสะดุดวูบ
ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นกระแทกอกแรง ตึก! ตึก!โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีนั้น…
มือใหญ่ยกขึ้นจับเอวบางไว้ในทันที แรงจับไม่ได้รุนแรง… แต่มั่นคงพอจะหยุดร่างเธอไม่ให้ล้มทับลงไปกว่านี้ ความเจ็บแผลยังไม่เท่าความตกใจของเขา
ปลายนิ้วเขาร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้าบาง ทำให้ร่างกายเธอสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
สายตาคมของเอริคเผลอเหลือบต่ำลงเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะชะงัก สมองเขาวูบวาบไปชั่วขณะ บั้นท้ายขาวเนียนกลมสวยไร้กางเกงชั้นในปกปิด