เสียงของ สุนีย์ ขาดห้วงเหมือนพยายามกลั้นไม่ให้ร้องไห้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ (“แม่ไม่ไหวแล้วลูก…”) มือที่ถือโทรศัพท์ของปาณชีวากำแน่นจนข้อขึ้นสีขาว ขาเหมือนจะหมดแรง เธอขยับตัวไปเกาะขอบเคาน์เตอร์สเตนเลสเอาไว้แทบจะทันที (“แม่ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เกิดอะไรขึ้นคะ แม่เล่าให้ป่านฟังก่อน”) ปลายสายนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ตามด้วยเสียงสูดหายใจแรงคล้ายคนพยายามตั้งสติ แต่อีกวินาทีต่อมาน้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ยังเต็มไปด้วยความแตกสลาย (“เมื่อเช้าเจ้าหน้าที่ธนาคารมาอีกแล้วลูก เขาบอกว่าครั้งนี้…เขาจะไม่ให้ผัดผ่อนต่อแล้วนะ ถ้าไม่เอาเงินไปปิดยอดภายในเจ็ดวัน เขาจะดำเนินการยึดที่ ยึดสวน…ยึดทุกอย่างที่พอจะใช้หนี้เลยนะลูก”) คำว่า ‘ยึดทุกอย่าง’ กระแทกเข้ามาในหัวของปาณชีวาอย่างแรง มันไม่ใช่เพียงคำขู่ตามแบบเจ้าหนี้นอกระบบในละครโทรทัศน์ แต่มันหมายถึงบ้านของเธอ คือชีวิตของพ่อและแม่ คือทุกหยดเหงื่อที่ครอบครัวเทลงไปในดินผืนนั้นตั้งแต

