ตอนที่ 10 ครูพี่เลี้ยง

1068 Words
เธอพยายามเดินให้ปกติ พยายามยิ้มให้กับความมืด พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทันทีที่เธอพ้นมุมที่เชื่อว่าไม่มีใครมองเห็น หยดน้ำใสๆ ก็ไหลลงมาเปื้อนสองแก้มนวล ไหลอย่างคนที่ไม่กล้าสะอื้น เพราะกลัวเสียงของตัวเองจะดังเกินไป เธอยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว ราวกับต่อให้มีความเจ็บปวดมากแค่ไหน เธอก็ไม่มีสิทธิ์แสดงออก ธารมิกาก้าวขึ้นบันไดบ้านหลังใหญ่ เงยหน้าสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วฝืนยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง ยิ้มบางๆ แบบเดิมที่เธอใช้มาตลอด...ยิ้มของคนที่ต้องเข้มแข็งเสมอ แม้หัวใจจะแตกสลายอยู่ข้างในทีละน้อย คืนแรกในฟาร์มแสนรักควรจะเป็นค่ำคืนที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกับรอยยิ้ม แต่สำหรับธารมิกา…มันคือค่ำคืนที่เธอได้คำตอบที่ค้างคาในใจมานาน คำตอบที่ว่าสำหรับเขาแล้วเธอเป็นได้แค่ ‘น้องสาว’ และจะเป็นได้แค่นั้น…ตลอดไป หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เช้าวันจันทร์ในอำเภอแม่ออนเริ่มต้นด้วยอากาศเย็นสบาย หมอกจางลอยต่ำเหนือทิวเขา แสงแดดอ่อนส่องผ่านยอดไม้ใหญ่สองข้างทางขณะรถแล่นเข้าสู่บริเวณ โรงเรียนอนุบาลแสนรัก โรงเรียนอนุบาลชื่อดังประจำอำเภอที่ผู้ปกครองจากหลายตำบลเลือกส่งลูกหลานมาเรียน แม้จะต้องขับรถไกลกว่าปกติก็ตาม ตัวอาคารเรียนสีขาวครีมหลังไม่ใหญ่นักตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว โอบล้อมด้วยสนามหญ้ากว้างและต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาอย่างเป็นธรรมชาติ อาคารถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง รับแสงและลม มีระเบียงไม้ทอดยาวเชื่อมแต่ละอาคารเข้าด้วยกัน ผนังบางส่วนประดับภาพวาดฝีมือเด็ก สีสันสดใสสะท้อนแนวคิดการเรียนรู้แบบพัฒนาอย่างสมดุลที่โรงเรียนแห่งนี้ยึดถือมาโดยตลอด โรงเรียนอนุบาลแสนรักใช้หลักสูตรผสมผสานระหว่างการเรียนรู้เชิงบูรณาการ การเรียนผ่านการเล่น การเสริมสร้างทักษะชีวิต และการปลูกฝังคุณธรรม เด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลางแจ้ง การดูแลต้นไม้ เลี้ยงสัตว์เล็กๆ งานศิลปะ ดนตรี และนิทาน ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแม่ออนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ได้อย่างงดงาม ธารมิกาลงจากรถของฟาร์มที่มารดาให้มาส่งพร้อมกระเป๋าผ้าใบใหญ่ในมือ ภายในบรรจุเอกสารการรายงานตัวและสื่อการเรียนการสอนที่เธอเตรียมมาอย่างตั้งใจ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะก้าวเข้าสู่โรงเรียนด้วยหัวใจที่ทั้งตื่นเต้นและอบอุ่น เพราะนี่ไม่ใช่เพียงวันแรกของการทำงาน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ที่เธอเลือกด้วยตัวเอง เธอเดินไปยังอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของโรงเรียน ประตูไม้บานใหญ่เปิดค้างไว้ ด้านในสะอาด เป็นระเบียบ และเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษกับดอกไม้แห้งที่จัดวางไว้อย่างพอดี “สวัสดีค่ะ ดิฉันธารมิกา ก้องวณิชกุล มารายงานตัวในตำแหน่งครูผู้ช่วยค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่เหมือนว่านามสกุลของเธอจะทำให้เจ้าหน้าที่ตื่นเต้นไม่น้อย เพราะมันเป็นนามสกุลเดียวกับเจ้าของสถานที่แห่งนี้นั่นเอง ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่จะตอบ เสียงทุ้มอ่อนก็ดังขึ้นจากด้านข้าง “น้องธารใช่มั้ยครับ” ธารมิกาหันไปตามเสียง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแล็กเรียบร้อยยืนอยู่ใกล้โต๊ะประชาสัมพันธ์ ใบหน้าคมสะอาดสะอ้าน ดวงตาดูเป็นมิตร แต่แฝงความสุขุมแบบผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วพอสมควร “เอ่อ...คุณคือ...” เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงได้รู้จักชื่อของเธอ “พี่ชื่อวีครับ วีรภพ” เขาแนะนำตัว “พี่ก็สอนอยู่ที่นี่เหมือนกัน ป้านีบอกพี่ไว้แล้วว่าลูกสาวของท่านจะมาสอนที่นี่ ยังฝากให้พี่ช่วยเป็นครูพี่เลี้ยงให้น้องธารอยู่เลย น้องธารจำพี่ได้มั้ยครับ พี่เป็นลูกของครูแสงระวีที่เคยสอนที่นี่เหมือนกันแล้วท่านก็เป็นเพื่อนกับป้านีด้วย แต่ก่อนพี่เคยตามแม่ไปงานวันเกิดป้านีบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยน้องธารอยู่ ม.ต้น แล้วมั้ง แต่พอแม่พี่เสียก็ไม่ได้ไปที่ฟาร์มบ่อยนัก” ธารมิกานิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ความทรงจำเลือนรางเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นในหัว ภาพชายหนุ่มที่เธอเคยเห็นผ่านๆ ในงานเลี้ยงวันเกิดของมารดา เมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาว ไม่ได้สนิท ไม่ได้พูดคุยกันจริงจัง เพียงแค่รู้จักชื่อเท่านั้น “อ๋อ พี่วีคนนั้นเอง สวัสดีค่ะ” เธอยิ้มตอบก่อนยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม หากจำไม่ผิดเขาจะอายุน้อยกว่าอธิชนม์ราวห้าปีเห็นจะได้ “ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “ด้วยความยินดีเลยครับ แล้วนี่เพิ่งมาวันแรกเหรอ” วีรภพยิ้มกลับอย่างสุภาพ ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมเกินควร แต่แววตากลับบอกชัดว่าเขาดีใจที่ได้พบเธออีกครั้ง “ค่ะ วันนี้ธารมารายงานตัว แล้วก็เอาสื่อการสอนมาเสนอครูพี่เลี้ยงด้วย ก็คง...ต้องเสนอพี่วีใช่มั้ยคะ” “ใช่ครับ งั้นเดี๋ยวรายงานตัวแล้วพี่จะพาไปทัวร์โรงเรียนนะ ช่วงนี้ยังไม่เปิดเทอม ยังพอมีเวลาว่างครับ” “ขอบคุณมากค่ะ” ธารมิกาตอบด้วยความซาบซึ้ง หลังจากธารมิกายื่นเอกสารเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินไปยังอาคารเรียนด้านหลัง ห้องเรียนอนุบาลของธารมิกาอยู่ชั้นล่าง เป็นห้องกว้าง โปร่ง รับแสงธรรมชาติเต็มที่ โต๊ะและเก้าอี้เด็กถูกวางรวมไว้ด้านหนึ่ง ของเล่น หนังสือ และสื่อการเรียนรู้ยังอยู่ในกล่อง ธารมิกาลงมือทำงานทันทีอย่างไม่ให้เสียเวลา เธอจัดโต๊ะ จัดมุมกิจกรรม เช็ดกระดาน ติดบอร์ดภาพ วีรภพช่วยยกของ จัดชั้นหนังสือ และเล่าเรื่องระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ฟังอย่างละเอียด เขาพูดถึงกิจกรรมเยี่ยมชมฟาร์มคล้ายการไปทัศนศึกษา กิจกรรมเลี้ยงสัตว์เล็กๆ การพาเด็กออกไปเรียนรู้ธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดทำให้ดวงตาของธารมิกาเป็นประกาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD