บทที่ 3 เขาง้อกัน แต่เราดันเงี่ยx

2102 Words
“หาว~” ศิตาเปิดปากหาววอดอย่างไม่รักษากิริยา หลังจากที่ตัวเองถูกเพื่อนสนิทขอให้นั่งเฝ้าหน้าห้องระหว่างที่มันเคลียร์ปัญหากับคนรัก ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ซึ่งสำหรับวัยรุ่นอย่างพวกเธอก็ถือว่าไม่ได้ดึกมากนัก แต่เพราะตอนนี้เธอไม่มีอะไรทำ เลยรู้สึกเหมือนตาจะปิดอยู่รอมร่อ ก็นะ...มือถือเธอดันมาแบตหมดเอาตอนนี้ จะหาอะไรทำฆ่าเวลารอก็ไม่ได้ แถมในบ้านนี้เองก็ไม่มีใคร เรียกได้ว่าบรรยากาศชวนให้ง่วงนอนแบบสุด ๆ ‘อื้อ~’ ...หือ? เพราะในตอนที่กำลังจะเผลอสัปหงก ศิตารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงค่อนข้างที่จะให้ความสนใจกับมัน หน้าสวยเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อมองหาที่มาของเสียงนั้น ทว่าเธอกลับไม่พบอะไร “หรือว่าเราจะหูฟาด?” เธอพูดกับตัวเองอย่างงุนงง แต่กระนั้นความง่วงก่อนหน้านี้กลับปลิวหายไป อาจเพราะศิตารู้สึกระแวงเล็กน้อยกับเสียงปริศนาที่ยังไม่รู้ว่ามันมีที่มาจากไหน เธอจึงค่อย ๆ ไล่สายตามองไปตามทางเดินบนชั้นสองที่ตัวเองนั่งอยู่ตอนนี้อย่างสำรวจ อืม... พอมานั่งมองดูดี ๆ บรรยากาศตอนนี้มันก็วังเวงพอตัวเลยแฮะ ‘อ๊ะ! อื้ม~ ดะ เดี๋ยวสิมิก... ทำเรื่องแบบนั้นตอนนี้ไม่ได้นะ...’ ศิตาหันขวับไปยังประตูห้องทันทีเมื่อหาที่มาของเสียงนั้นพบ ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะบทสนทนาที่ได้ยินฟังดูชอบกลแปลก ๆ หญิงสาวกดหูแนบกับประตูบานใหญ่ตามประสาคนขี้สงสัย ว่าสรุปแล้วข้างในมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สิ่งที่ได้ยินกลับกลายเป็น... ‘มิกรู้ครับ ตอนนี้มิกถึงทำแค่ ‘จับนม’ มินเฉย ๆ ไง เอาไว้มินออกไปบอกศิให้กลับไปก่อน แล้วมิกจะง้อแบบที่มินชอบให้ เพราะงั้นมินหายงอนมิกนะครับ’ คนที่แอบฟังอยู่หน้าห้องถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินบทสนทนาของคนในห้อง เพราะจากที่ฟังศิตาก็พอจะเดาได้แล้วว่ามิกกี้จะง้อยายมินแบบไหน เธอไม่ได้ใสซื่อขนาดนั้น ประสบการณ์เรื่องอย่างว่าก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียเมื่อไหร่ เพียงแต่สิ่งที่ศิตาคาดไม่ถึงคือคนซื่อ ๆ แบบมิกจะคิดวิธีง้อแบบนี้ขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ยายมินชอบบ่นว่าผัวไม่ค่อยทำการบ้านอย่างนั้นหรือ? ‘มินรู้แล้วน่า~ แต่มิกช่วยเอามือออกจากเสื้อมินก่อนได้ไหม? ถ้ามิกยังเอาแต่ล้วงเสื้อมินไม่เลิกแบบนี้ มินจะออกไปคุยกับศิได้ยังไงล่ะ?’ เจ้าของชื่อที่ตอนนี้ยืนเกาะประตูอยู่ในสภาพประหนึ่งจิ้งจก รีบดีดตัวออกห่างและทำเป็นนั่งไขว่ห้างมองเล็บมือตัวเองในทันที เพราะคิดว่าอีกไม่นานมินนี่คงจะเปิดประตูออกมาหาเธออย่างแน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพียงพริบตาเพื่อนสาวคนสนิทโผล่หน้าออกมาจากประตูหลังเล็กน้อย พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อชวนมองซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการละเล่นซุกซนของมิกกี้ก่อนออกมา ขอเคืองมันนิดนึงได้ไหม? ไอ้ที่ทะเลาะกับผัวแล้วเรียกมาหาตอนกลางดึกนี่พอเข้าใจ แต่ไอ้ที่บอกจะไปเคลียร์กันแต่แอบไปแอบไปเล่นจ้ำจี้กันข้างในมันก็ไม่ได้ปะ! เห็นใจคนไม่มีผัวบ้างดิวะ! นี่เผลอคิดภาพตามจนชักจะเ****นขึ้นมาแล้วเนี่ย! “มะ มึง~ กูเคลียร์กับมิกเรียบร้อยแล้วนะ สรุปคือกูเข้าใจมิกผิดไปเองแหละ ขอโทษที่เรียกมึงให้มาหาตอนกลางดึกนะ...” ตากลมจ้องมองใบหน้าของเพื่อนรักที่ตอนนี้ส่งยิ้มแห้ง ๆ มาให้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง เพราะศิตาเองอยากรู้ว่ามินนี่จะไล่เธอออกไปจากตรงนี้ (เพื่อทำภารกิจกับผัวต่อ) ด้วยวิธีไหน เอาจริง ๆ เธอก็เข้าใจเพื่อนที่อยากจะทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มหลังจากเพิ่งทะเลาะกันมาอยู่หรอก เพียงแต่ศิตาอยากแกล้งไอ้คนที่มันคิดไปเองจนทำให้คนอื่นเขาวุ่นวายกันไปหมดเป็นการเอาคืนหน่อยไง เพราะงั้น... “ถ้าคุยกันเรียบร้อยแล้ว...มิกไม่กลับคอนโดเหรอ?” ศิตาทำทีเป็นถามออกไปอย่างใสซื่อ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามิกกี้มันไม่มีทางกลับบ้านในตอนนี้ก็ตาม แหม~ ทางสะดวกขนาดนี้ เป็นเธอ เธอก็ไม่กลับย่ะ! แต่ไหน ๆ ก็มีโอกาสแล้วนี่นะ ถ้างั้นทางนี้ขอแกล้งปั่นสักหน่อยเถอะ! “พอดีมือถือกูแบตหมดแล้ว เงินสดก็รีบจนไม่ได้หยิบมา เลยว่าจะขอติดรถมิกกลับคอนโดด้วยน่ะ ...ได้ใช่รึเปล่า?” แน่นอนว่าทันทีที่ศิตาพูดออกไปแบบนั้น คนที่โผล่ออกมาจากประตูแค่หัวก็ดูร้อนรนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอึกอักที่ดูยังไงก็มีพิรุธแบบสุด ๆ “คะ คือว่า... มิกบอกว่าอยากค้างที่นี่ด้วยเลยไม่ได้กลับบ้านน่ะ ถ้ายังไงมึงก็ค้างที่นี่ด้วยเลยแล้วกันนะ ไปที่ห้องเดิมได้เลย ห้องนั้นทำความสะอาดไว้อยู่แล้ว” “เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ตอนนี้ขอยืมสายชาร์ตหน่อยได้ไหม? ไม่มีอะไรทำเลยแบบนี้มันน่าเบื่อน่ะ” “มึงไปหยิบเอาที่ลิ้นชักใต้ทีวีก็แล้วกัน ในนั้นมีสายสำรองอยู่ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้บ่าย ๆ กู... อ๊า~” เสียงครางหวานที่หลุดออกมาทำเอาทั้งศิตาและเจ้าของเสียงต่างยืนตัวแข็งค้างกันไปตาม ๆ กัน เพราะมันยากจะแก้ตัวจริง ๆ ว่าที่มาของเสียงแปร่งหูนั่นมาจากไหน คือเธอก็เดาได้แหละว่ามันเกิดจากอะไร เพราะดูจากที่ยายมินนี่ไม่ยอมเปิดประตูอย่างปกติ แต่เลือกที่จะโผล่ออกมาแค่หัว ศิตาก็พอเข้าใจได้ ว่าด้านหลังนั่นมิกกี้ต้องทำเรื่องพิเรนทร์ ๆ อะไรอยู่แหง ๆ “...ไหวไหมน่ะ?” เธอถามออกไปเสียงแผ่ว เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของตัวเองทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา ก็พอเข้าใจมันอยู่ ถ้าถูกผัวทำแบบนั้นต่อหน้าเพื่อน เป็นเธอ เธอก็คงอายเหมือนกันนั่นแหละนะ ตอนนี้ภาพลักษณ์ใสซื่อของมิกกี้ในหัวของ ศิตามันพังครืนไม่เป็นท่า เธอเลยได้แต่ส่งสายตาเวทนาไปยังมินนี่ที่ยังปั้นหน้าไม่ถูกแทน “อะ อื้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนบ่าย... อึก! กูพาไปเลี้ยงข้าวนะ ฝันดีมึง” ศิตาได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนให้เพื่อน พลางพยักหน้าเออออไปตามมันอย่างนึกสงสาร ซึ่งพอมินนี่เห็นว่าเธอหมดธุระแล้วอีกฝ่ายก็รีบปิดประตูหลบฉาก จนศิตาได้แต่ยืนกะพริบตาปริบ ๆ มองประตูบานใหญ่ และคงเพราะสองคนนั้นอยู่ใกล้ประตูกันมาก ๆ ศิตาจึงได้ยินบทสนทนาของคนด้านในอย่างชัดเจน ‘มิก! มินกำลังคุยกับศิอยู่นะ! มาล้วงของมินแบบนี้ได้ยังไง!’ ‘ก็มินคุยกันศินานจนไม่สนใจมิกนี่ครับ~ แต่ตอนนี้มินคุยเสร็จแล้ว ถ้างั้น...มิกกินได้เลยใช่ไหม?’ ‘อ๊ะ! อื้อ~ อย่ามาเบิร์นกันตอนอยู่หน้าประตูสิคะ! ถะ ถ้าศิยังอยู่แล้วได้ยินเสียงพวกเราขึ้นมาจะว่ายังไง?’ ‘ทั้งที่ตัวเองแฉะขนาดนี้แล้วแท้ ๆ มินจะมัวคิดเรื่องอื่นทำไม ปากไม่ตรงกับใจใหญ่แล้วนะ’ ‘เดี๋ยว...! อ๊า~’ เสียงครางหวานหูกับเสียงดูดจ๊วบจ๊าบซึ่งดังมาให้ได้ยินท่ามกลางโถงทางเดินเงียบสะงัด ทำเอาร่างกายของศิตารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะแค่ฟังจากเสียงเธอก็พอจะจินตนการตามได้แล้วว่าตอนนี้มินนี่กำลังถูกกลืนกินอย่างมูมมามขนาดไหน ร่องรักขมิบระรัวด้วยความต้องการขับน้ำแห่งความอยากให้ไหลทะลักออกมาจากภายใน หญิงสาวได้แต่เม้มปากแน่น เมื่อเธอรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ครั้นจะให้เบ็ดตรงนี้ ศิตาก็ค่อนข้างลำบากใจ เพราะหากทำลงไปมีหวังเธอคงมองหน้าสองคนนี้ไม่ติดอย่างแน่นอน ร่างบางตัดสินใจหมุนตัวกลับหลังหัน ก่อนจะมุ่งไปหยิบสายชาร์ตตามที่เพื่อนรักบอกเอาไว้ ถึงจะรู้สึกผิดอยู่หน่อย ๆ ที่ต้องมาช่วยตัวเองในบ้านของคนอื่นแบบนี้ แต่ถ้าไม่ได้ทำ เธอคงงุ่นง่านใจจนนอนไม่หลับ ทันทีที่มาถึงห้องนอนแขก ศิตาก็จัดการเสียบชาร์ตมือถือก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นไปบนเตียงนอนและลูบไล้ไปตามร่างกายอย่างเชื่องช้า “อื้อ~ เ****นจัง...” เธอพูดความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไม่ขัดเขิน ขณะที่ขยับขาทั้งสองถูกันไปมา ใจจริงศิตาอยากเปิดหนังโป๊ดูสักเรื่องจะได้ช่วยตัวเองตาม แต่เพราะโทรศัพท์ยังเปิดไม่ติดในตอนนี้ เธอจึงได้แต่พึ่งพาจินตนาการไปก่อน มือเรียวสอดเข้าไปในเสื้อกล้ามและปลดบราเซียแสนเกะกะออก ก่อนจะบีบขยำหน้าอกคัพดีของตัวเองอย่างเมามัน นิ้วเล็กสะกิดระรัวลงบนห***มที่ยังไม่ตั้งยอดแข็งสลับกับบดบี้มันแรง ๆ จนปลายยอดสีชมพูหวานเริ่มลุกชูชัน ขณะที่เปล่งเสียงระบายความซาบซ่านออกมา “อ๊า~” เสียงหวานครางกระเส่าออกมาอย่างไม่อาจหักห้าม เมื่อความกระสันซ่านเริ่มพลุ่งพล่านไปทั่วกายบาง มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ค่อย ๆ ล้วงต่ำลง ก่อนจะตะปบหมับเข้าที่โหนกอูมใหญ่ ความชุ่มชื้นที่สัมผัสได้ผ่านปลายนิ้วทำเอาศิตาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ไปตามรอยผ่าอย่างเพลิดเพลินใจ ขณะที่ปุ่มกระสันเม็ดน้อยเริ่มแข็งเป็นไตเมื่อถูกนวดคลึงอย่างพลิ้วไหวในแบบที่ตัวเองต้องการ กายบางบิดเร่าด้วยความรู้สึกสุขสมปนทรมาน ก่อนที่หญิงสาวจะซบหน้าหอบครางกับหมอนใบใหญ่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ดูเป็นเอกลักษณ์แต่กลับคุ้นจมูกเธอจนหน้าตกใจ ค่อย ๆ มอมเมาสติของศิตาให้เผลอเรียกชื่อคนที่มักจะใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ออกมา “ป๊า~ ป๊ามาวินขา~” เธอร้องเรียกเขาอย่างลืมตัว ขณะที่ห้วงความคิดเริ่มปรากฎภาพของคนคุ้นตา ถึงป๊ามาวินจะอายุสี่สิบกว่าเข้าไปแล้ว แต่ในสายตาของเธอเขายังดูดีมาก ใบหน้าหล่อคมคร้ามชวนหวาดหวั่นกับนิสัยติดดุเล็กน้อยนั่นมันทำชวนให้รู้สึกเร้าใจอย่างประหลาด ร่างกายล่ำบึกที่ดูก็รู้ว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามมันชวนให้เด็กสาววัยขบเผาะอย่างเธอน้ำลายสอเอามาก ๆ จนศิตานึกอยากจะลองไปฝังเขี้ยวลงบนกล้ามอกแน่น ๆ ของเขาดูบ้างเหมือนกัน ดูจากขนาดตัวที่ใหญ่โตเอาการ เธอไม่อยากจะจินตนาการเลยว่า ‘ตรงนั้น’ ของเขามันจะอลังการขนาดไหนกัน นิ้วเรียวสอดเข้าไปในช่องเนื้ออุ่น ก่อนจะจุ่มจ้วงเข้าออกจนน้ำหวานไหลทะลัก “อื้ม! ป๊าขา~ เอาหนูแรง ๆ อื้อ~ กระแทกศิตาให้แตกคาเอ็นเลยนะคะ” ศิตาร้องครางออกมาสุดเสียง ขณะที่เกี่ยวนิ้วตัวเองลงบนจุดกระสัน แค่คิดในหัวว่ากำลังถูกป๊ามาวินตอกกระเด้าจนเตียงโยก เธอก็เสียวจนตัวสั่น ก่อนจะเสร็จคานิ้วไปพร้อมกับภาพจินตนาการสุดวาบหวิวนั่นจนได้ “อ๊า!!!” ร่างเล็กกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนจะฟุบหน้าลงบนหมอนและนอนหอบหายใจ ตากลมปรือมองนิ้วมือตัวเองที่ชักออกมาจากร่องรักซึ่งอาบชุ่มไปด้วยน้ำหวานสีใส ก่อนที่ความง่วงจะเข้าครอบงำศิตาจนเธอเผลอหลับไปทั้งแบบนั้น...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD