ตอนที่ 4

1245 Words
"ก็ดีครับคุณปู่ ไร่ดูพัฒนาไปเยอะ บริเวณรอบๆ ก็ดูสดใสและมีชีวิตชีวา คนงานก็ดูตั้งใจทำงาน และมีความสุขกับงานในไร่" เขาพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างจริงใจ ท่านขุนเดชฟังแล้วก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย "ก็ต้องขอบคุณผู้จัดการคนใหม่ของไร่น่ะ เขาเข้ามาดูแลที่นี่ได้ดีทีเดียว" "ผู้จัดการคนใหม่หรือครับ" เตชินท์เลิกคิ้วด้วยความสงสัย “ไม่เห็นมีใครบอกผมเลยครับ" "ปู่ก็นึกว่าแกรู้แล้วเสียอีก" ท่านขุนเดชกล่าวด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อย "ชื่ออินทิรา เป็นเด็กผู้หญิงที่เก่งและขยันขันแข็งมาก เข้ามาช่วยงานปู่ได้เยอะทีเดียว" ในหัวของเตชินท์พลันปรากฏภาพใบหน้าหวานและดวงตากลมโตที่เขาเพิ่งพบเจอในห้องนอนเมื่อเช้านี้ขึ้นมาทันที ความทรงจำเกี่ยวกับร่างบอบบางภายใต้ผ้าห่มผืนหนานั้นยังคงแจ่มชัด "อินทิรา..." เตชินท์ทวนชื่อเบาๆ ในลำคอ "เธอพักอยู่ที่บ้านหลังนั้นหรือครับ" เขาถามด้วยความสงสัย ท่านขุนเดชพยักหน้า "ใช่แล้ว ปู่ให้อยู่ที่นั่นแหละ สะดวกดีสำหรับการดูแลไร่" เตชินท์เงียบไปครู่หนึ่ง ความคิดในหัวเริ่มประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของการปรุงอาหาร อินทิรากำลังจัดเตรียมอาหารเย็นด้วยตัวเอง วันนี้เมนูของเธอมีกับข้าวสองอย่างวางอยู่บนโต๊ะไม้ขนาดกลางอย่างเรียบง่าย อย่างแรกคือ แกงเขียวหวานไก่ สีเขียวอ่อนๆ น่ารับประทาน พร้อมด้วยพริกชี้ฟ้าแดงและใบโหระพาที่โรยหน้าส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ กะทิข้นคลั่กดูเข้มข้นชวนลิ้มลอง อีกอย่างคือ ไข่เจียวหมูสับ สีเหลืองทองฟูหนา น่ากิน โรยด้วยต้นหอมซอยเล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมของไข่และหมูสับ อินทิรานำกับข้าวทั้งสองอย่างจัดวางบนโต๊ะอย่างตั้งใจ ก่อนจะเดินไปตักข้าวสวยร้อนๆ จากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใส่จาน เธอถือจานข้าวมานั่งลงที่เก้าอี้เพียงลำพัง แสงไฟสีนวลจากโคมไฟเหนือโต๊ะส่องสว่างอาหารเย็นมื้อนี้ให้ดูอบอุ่นขึ้น หญิงสาวมองอาหารตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะค่อยๆ ตักข้าวสวยเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ ราวกับกำลังใช้ความคิด บรรยากาศในบ้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบาๆ เป็นระยะ หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นมื้อเรียบง่ายเสร็จสิ้น อินทิราก็เก็บล้างจานชามและทำความสะอาดครัวจนเรียบร้อย เธอเดินไปยังห้องนั่งเล่นที่อยู่บริเวณกลางบ้าน แสงไฟสีนวลยังคงส่องสว่างอยู่ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นตะกร้าสานที่วางองุ่นเก็บใหม่ๆ ไว้บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย อินทิราเดินตรงไปยังโต๊ะนั้น ก่อนจะมองหากระเช้าหวายขนาดกำลังดีที่วางอยู่ไม่ไกลกันนัก เธอหยิบกระเช้าขึ้นมา แล้วบรรจงตกแต่งมันด้วยดอกไม้เล็กๆ สีขาวและม่วงอ่อนที่เก็บมาจากสวนรอบบ้าน ผูกด้วยริบบิ้นผ้าไหมสีครีมอย่างประณีตบรรจง เมื่อกระเช้าดูสวยงามลงตัวแล้ว อินทิราก็ค่อยๆ หยิบพวงองุ่นสีม่วงสดใสทีละพวง วางเรียงลงในกระเช้าอย่างพิถีพิถัน จัดวางให้ดูสวยงามและน่ามอง ราวกับกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นหนึ่ง มือเรียวเล็กของเธอเคลื่อนไหวอย่างเบามือและใส่ใจในทุกรายละเอียด เมื่อจัดองุ่นจนเต็มกระเช้า อินทิราก็ยกมันขึ้นมาพิจารณาด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าหวาน แววตาของเธอมีความภาคภูมิใจเจืออยู่เล็กน้อยกับผลผลิตที่เธอตั้งใจดูแลมาตลอด อินทิราถือกระเช้าองุ่นในมือ แต่สายตากลับทอดไปยังบริเวณหน้าประตู ที่มุมหนึ่ง เธอสังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำสนิทวางอยู่ ภาพของชายแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของเธอเมื่อเช้านี้พลันผุดขึ้นมาในความคิด ความรู้สึกอับอายยังคงวนเวียนอยู่ในใจ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวลใจ กระเป๋าใบนั้น...เป็นของเขาใช่ไหม การที่มันยังอยู่ที่นี่ หมายความว่าเขาแค่จะฝากไว้ก่อนที่จะกลับมาเก็บไปหรือเปล่า หรือว่า... ความคิดต่างๆ เริ่มตีกันวุ่นวายในหัวของเธอ ความไม่สบายใจเริ่มก่อตัวขึ้น มองกระเป๋าสีดำใบนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่แน่ใจ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ดังใกล้เข้ามาบริเวณหน้าบ้านพัก ทำให้อินทิราที่ยืนอยู่กลางห้องรู้สึกใจเต้นขึ้นมาเล็กน้อย เธอชะงัก มองไปยังประตูไม้ที่ปิดสนิทอย่างลุ้นระทึก แล้วประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดเข้ามาช้าๆ ปรากฏร่างสูงสง่าของผู้ชายคนนั้น... เตชินท์ เขายืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟจากภายนอกส่องสว่างใบหน้าคมคายและดวงตาคมกริบของเขาที่จ้องมองตรงมายังเธออย่างไม่ละสายตา ทันทีที่สบตากับเขา ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อเช้าก็ไหลทะลักเข้ามาในความคิดของอินทิรา ภาพที่ตัวเองเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา ทำให้ความรู้สึกหวั่นไหวและประหม่าแล่นริ้วไปทั่วร่างกาย แก้มใสเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง อินทิรากำกระเช้าองุ่นในมือแน่นขึ้น เผลอกลั้นหายใจเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวราวกับกลอง เสียงเงียบงันปกคลุมห้องนั่งเล่น มีเพียงสายตาของคนทั้งสองที่เชื่อมโยงกัน เตชินท์เดินเข้ามาในบ้านช้าๆ ดวงตาคมยังคงจับจ้องอยู่ที่อินทิรา "ดีที่บ้านนี้มีหลายห้อง คุณไม่ต้องกังวลหรอกว่าผมจะแย่งของคุณคืน" เขาพูดพลางกวาดสายตาไปรอบห้อง "หมายความว่ายังไงคะ" อินทิราถามด้วยความไม่เข้าใจ "คุณมาอยู่ในบ้านของผม และยังมาพักในห้องผมอีก หวังว่าคงจะไม่ใจร้ายไล่ผมออกไปจากบ้านของตัวเองหรอกนะ" เตชินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้า อินทิรีบส่ายหน้า "ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ แค่ไม่แน่ใจว่าคุณจะพักอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอคะ" "ก็ต้องเป็นที่นี่น่ะสิครับ เพราะผมต้องทำงาน" เตชินท์ตอบอย่างหนักแน่น "ถ้าไม่อย่างนั้น ผมก็ต้องกลับไปพักที่บ้านใหญ่ ซึ่งไกลจากที่นี่มาก เกรงว่าจะไม่สะดวก" เตชินท์หมายถึง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีขนาดพื้นที่กว้าง ที่ซึ่งไม่มีใครอยู่เว้นแต่แม่บ้านและพนักงานที่ดูแล ในเมื่อท่านขุนเดชก็พักอยู่ที่บ้านพักตากอากาศที่วังน้ำเขียว ส่วนเขาก็ต้องมาดูแลไร่องุ่น ซึ่งจำเป็นที่จะต้องพักที่บ้านหลังนี้ที่อยู่ใกล้ไร่มากกว่า "แต่ว่าห้องอื่นไม่ได้จัดเตรียมไว้เลยนะคะ เพราะฉันไม่ทราบว่าจะมีใครมา" อินทิรากล่าวด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย เตชินท์มองไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น "ผมนอนโซฟานี่ไปก่อนก็ได้ครับ วันพรุ่งนี้ค่อยให้คนมาทำความสะอาด และเตรียมเฟอร์นิเจอร์เข้าห้อง" เขากล่าวด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่ อินทิรามองเตชินท์ด้วยความรู้สึกประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าทายาทเจ้าของไร่จะง่ายๆ เช่นนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD