เช้าวันใหม่…
[เวลา 06:30 น.]
“อือ…” เกรซรู้สึกตัวตื่นในช่วงเช้ามือบางสองข้างกุมศรีษะตัวเองเอาไว้แน่น ร่างกายร้อนรุ่มเหมือนโดนไปเผา และรู้สึกปวดหัว ปวดตัวจนตาพร่ามองทุกอย่างมัวไปหมด
“เกรซปวดหัวเหรอ!” ข้าวหอมสะดุ้งตื่นหลังจากได้ยินเสียงของเพื่อนดังขึ้น เธอวางผ่ามือทาบลงบนหน้าผากบางของเพื่อนเบา ๆ อุณหภูมิความร้อนทะลุมาถึงหลังมือ
“ตัวร้อนมากเกรซไหวไหมไปหาหมอกันไหม” ข้าวหอมเอ่ยถามเกรซขึ้นอีกครั้ง คนป่วยเอาแต่ส่ายหน้าปฏิเสธซึ่งข้าวหอมก็ไม่รู้ว่าเพื่อนไหวหรือไม่ไหว ไปหาหมอหรือเปล่าหรือไม่ไป
“งั้นกินยาอีกรอบแกรอฉันแป๊บนะ” ร่างบางลุกออกจากที่นอนเดินไปหยิบยาและน้ำเปล่ามา
“ขอบใจนะข้าว..” ใบหน้าสวยหวานซีดเซียวลงอย่างน่าเป็นห่วง เกรซพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อที่จะกินยาแต่ทว่าความเจ็บมันแล่นปราดไปทั่วร่าง อ๊ะ!! อือ!! เกรซร้องออกมาด้วยความเจ็บมือเรียวกุมท้องน้อยตัวเองเอาไว้แน่นน้ำสีใสไหลออกจากกระบอกตาสวยเธอไม่ได้อยากร้องไห้แต่เพราะความเจ็บที่เกิดสมองมันเลยสั่งการให้น้ำตาไหลออกมาเหมือนกับระบายความเจ็บปวดผ่านหยดน้ำตา
“มาฉันช่วย” ข้าวหอมพยุงเกรซนั่งก่อนหยิบยาส่งให้เพื่อนอีกครั้ง
“ยาลดไข้ แก้อักเสบ แก้ปวดกินแล้วนอนพักเธอคงป่วยแบบนี้อีกหลายวันระหว่างนี้ก็อยู่ที่นี่กับฉันไปก่อนหรือจะย้ายมาอยู่กับฉันเลยก็ได้นะ” ข้าวหอมเอ่ยบอกเธออยากให้เพื่อนย้ายออกจากบ้านหลังนั้นมากเหลือเกิน มันไม่ใช่บ้านแต่มันคือแหล่งซ่องสุมปัญหา…ที่คอยให้เพื่อนของเธอกลับไปแก้ไขอยู่ทุกวัน
ร่างบางล้มตัวลงนอนบนที่นอนเบา ๆ ใบหน้าสวยเหยเกเพราะรู้สึกเจ็บที่ใจกลางสาวมากเหลือเกิน ถึงจะไม่เห็นด้วยตาแต่ก็รับรู้ได้ว่ามันต้องบวมมากแน่ ๆ ไม่นานยาที่กินไปก็เริ่มออกฤทธิ์ ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ พร่ามัวและดับวูบไปในที่สุด
ข้าวหอมนั่งมองร่างบางของเพื่อนรักด้วยความรู้สึกสงสารเกรซดู บอบช้ำ…มากเหมือนผลไม้ก้นลังที่ได้รับแรงกระแทกมาอย่างหนักจนมันนิ่มเปื่อย
“เธอจะต้องทนเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ…” มือบางดึงผ้าห่มมาห่มให้เพื่อนอย่างเบามือก่อนจะบ่นพึมพำออกมาคนเดียว
ช่วงเย็นของวัน…
“เกรซตื่นมากินข้าวหน่อยสิ เกรซ” ข้าวหอมเดินกลับเข้ามาในห้องหลังจากออกไปซื้อกับข้าวให้แม่และเพื่อน มือบางจับต้นแขนเพื่อนเบา ๆ แต่ทว่าดวงตาต้องเบิกกว้างขาวโพลนขึ้นเมื่อไอร้อนในร่างกายของเพื่อนร้อนฉ่ากระทบผ่ามือของเธอ
“เกรซ! เกรซ! เกรซ! ตื่นสิเกรซได้ยินฉันไหม” ข้าวหอมพยายามเรียกเพื่อนหลายต่อ หลายครั้งแต่เกรซก็เอาแต่หลับเงียบมือบางยกขึ้นมาทาบลงบนหน้าผากมนอย่างเบามือเพื่อเช็คดูแต่ทว่า…
“หมดสติไปแล้วแน่ ๆ เลย“ พรึบ!! ข้าวหอมยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะรีบวิ่งออกไปหน้าบ้าน
”พี่ฟ้า! พี่ฟ้าอยู่บ้านไหมคะ“ สองมือป้องปากตัวเองเอ่ยเรียกเจ้าของบ้านหลังติดกัน
”อยู่ อยู่น้าเตยเป็นอะไรข้าว“ หญิงสาวในชุดเสริฟ์ของโรงแรมแห่งหนึ่งวิ่งออกจากบ้านมาด้วยความเร็วและเอ่ยถามข้าวหอมด้วยความตกใจ ฟ้าใสเพิ่งเลิกงานกลับมาถึงบ้านได้ไม่ถึงสิบนาที
”ไม่ใช่แม่ค่ะ เพื่อนข้าวป่วยจนหมดสติไปแล้วพี่ฟ้าพาไปส่งอนามัยหน่อยสิ“
”ได้ ๆ หลบ ๆ พี่จะถอยรถ“ หญิงสาวรีบใช้กุญแจไขประตูรถเก่งคันเก่า ๆ ที่มันยังใช้งานได้ดีและถอยรถออกมาทันที ก่อนจะรีบลงไปช่วยข้าวหอมพาคนป่วยขึ้นรถ
อนามัยขนาดเล็ก…
”คนไข้เป็นอะไรมาครับ“ คุณหมอเวรหนุ่มหล่อเอ่ยถามเขาเพิ่งมาเข้าเวรดึกลงจากรถพอดีก็เห็นรถเก่งคันนี้ขับเขามาจอดอย่างไวจนต้องรีบเดินมาดู หากไม่ด่วนคนขับคงไม่รีบร้อนขนาดนี้
”หมอช่วยเพื่อนหนูด้วยค่ะ เกรซเป็นไข้ ตัวร้อนมากตอนนี้สลบไปแล้ว“ ข้าวหอมพยายามมีสติที่สุดที่จะเอ่ยบอกหมอหนุ่มตรงหน้า
”หลบทางให้หมอครับ“ หมอเอื้อมเข้าไปอุ้มร่างเล็กของคนป่วยแล้วสาวเท้าเร็ว ๆ วิ่งขึ้นไปบนอนามัย ก่อนที่เขาจะฟังเสียงหัวใจ เช็คดูในตา และหันหลังไปหยิบเข็มฉีดยาดึงยาในขวดแก้วมาฉีดให้คนป่วย ยาลดไข้ออกจากเข็มวิ่งเข้าไปในกระแสเลือดของคนป่วยที่ยังนอนไม่ได้สติ
“คงต้องเช็ดตัวให้คนไข้ก่อนเชิญญาติออกไปรอด้านนอกก่อนนะครับ” ทั้งสองเดินออกไปตามคำสั่งของหมอ
หมอศิรากร หมอหนุ่มวัย 26 ปี วันนี้บังเอิญมาเข้าเวรที่อนามัยแห่งนี้แทนเพื่อนจริง ๆ เขาเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน N.B.L เพื่อนติดธุระด่วนเลยโทรให้เขามาช่วยเขาเลยจำเป็นต้องมา
ร่างหนาเดินไปหยิบกะละมังกับผ้าผืนเล็กพร้อมน้ำอุ่นมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คนไข้อย่างเบามือ ตาคมจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่แดงกร่ำเพราะพิษไข้นิ่ง เธอสวย น่ารักจนเขาละสายตาไม่ได้ มือลากผืนผ้าหมาด ๆ ลงไปตามพวงแก้มมาถึงต้นคอลงมาตามเรียวแขนขาวผ่อง
“ทำไมถึงป่วยหนักขนาดนี้ไปทำอะไรมา” เขาเอ่ยพึมพำกับคนที่กำลังหลับไม่ได้สติและกว่าเธอจะฟื้นดูท่าคงอีกนานกว่ายาจะออกฤทธิ์เต็มที่ หลังจากเช็ดตัวให้คนไข้เสร็จ
“คนไข้ยังไม่รู้สึกตัวคงต้องนอนดูอาการที่นี่ไปก่อนครับ ไม่ทราบว่าคนไข้ป่วยแบบนี้มากี่วันแล้ว” คุณหมอเดินออกไปถามญาติที่นั่งรออยู่หน้าห้อง
“เมื่อเช้าค่ะ เกรซเพิ่งมีไข้เมื่อเช้ากินยาแล้วแต่ไข้ไม่ลดเลยค่ะ” ข้าวหอมบอกหมอออกไปตามความจริงแต่ก็ยังมีบางอย่างที่เธอจะไม่มีทางพูดมันออกมาเด็ดขาด ทุกอย่างจะต้องเป็นความลับไม่ให้ใครล่วงรู้มันได้อย่างที่รับปากกับเกรซเอาไว้
“คงอีกนานครับกว่าคนไข้จะตื่นญาติกลับไปก่อนก็ได้ครับลงชื่อตรงนี้แล้วทิ้งเบอร์ติดต่อไว้นะครับเดี๋ยวคนไข้รู้สึกตัวอาการดีขึ้นแล้วหมอจะโทรไปบอก” คุณหมอชี้ไปยังโต๊ะเล็ก ๆ ที่มีสมุดวางอยู่
“ไม่ต้องเฝ้าเหรอคะ” ข้าวหอมเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงเพื่อน
“ไม่ต้องครับเดี๋ยวหมอดูให้เอง” สิ้นประโยคนั้นของหมอร่างบางเดินไปเขียนชื่อเธอในช่องญาติ พร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ เขียนชื่อเกรซในช่องคนป่วยพร้อมกับเบอร์โทรศัพท์ด้วยเช่นกัน
“ขอบคุณนะคะฝากคุณหมอด้วยนะคะ” ใจอยากจะอยู่กับเพื่อนต่อแต่ก็เกรงใจพี่ฟ้าที่พาเธอมาอีกทั้งที่นี่มันก็ไม่สะดวกที่จะอยู่เฝ้าเหมือนอย่างโรงพยาบาล ทั้งสองเดินลงไปที่รถและกลับบ้านไปทันที คุณหมอเดินกลับเข้ามาในห้องตรงไปนั่งลงที่โต๊ะทำงาน ตาคมของหมอหนุ่มนั่งมองคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงไม่วางตามองจากด้านข้างแบบนี้เธอยังดูสวยมากจมูกเรียวสวย ตัวเล็กตัวน้อย ผิวพรรณผุดผ่องไร้ที่ติ แม้เขาจะเคยเจอคนสวยมาแล้วมากมายแต่สำหรับคนไข้คนนี้เธอดูสวยน่าทะนุถนอมมากเหลือเกิน
หลายชั่วโมงผ่านไป…
”อือ…“ เสียงร้องเบา ๆ ดังแหบแห้งอยู่ในลำคอ มือบางสองข้างยกขึ้นมากุมขมับตัวเองเอาไว้แน่น
”ตื่นแล้วเหรอครับหิวน้ำไหม“ หมอกรเอ่ยถามคนป่วยน้ำเสียงใจดี ดวงตาคู่สวยกระพริบตาถี่ ๆ ปรับหาแสงก่อนที่ใบหน้าพร่ามัวของคนข้างเตียงจะค่อย ๆ เด่นชัดขึ้น
”คุณหมอ“ เสียงเล็ก ๆ แหบแห้งจนน่าสงสาร
”ดื่มน้ำอุ่นหน่อยนะครับ“ หมอกรปรับเตียงขึ้นและหยิบแก้วน้ำจ่อไปที่เรียวปากสีชมพูธรรมชาติ
”เกรซ…“
”หมอป้อนได้ครับเดี๋ยวน้ำจะหกเลอะเปล่า ๆ“ หมอเอ่ยขึ้นเพราะรู้ว่าคนไข้กำลังจะปฏิเสธน้ำใจของเขา เกรซยอมดื่มน้ำอุ่นในแก้วเข้าไปอย่างว่าง่าย
”หิวน้ำใช่ไหมครับดื่มหมดแก้วเลย ปวดหัว อยากอาเจียนบ้างไหมครับ“
”ปวดหัวค่ะ“ เธอรู้สึกปวดหัวมาก ปวดเหมือนมันจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ
”หมอฉีดยาลดไข้ไปให้แล้วเดี๋ยวสักพักก็คงจะดีขึ้นคนไข้นอนพักก่อนเถอะครับจะได้หาย“ คุณหมอดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาห่มให้คนไข้อย่างใจดี เกรซที่กึ่งนั่งกึ่งนอนย้อมล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่ายก่อนที่เธอจะมองไปยังรอยยิ้มหล่อ ๆ ของคุณหมอหนุ่ม
”อยากได้อะไรหรือเปล่าครับ” คุณหมอเอ่ยถามขึ้นหลังจากเห็นอีกคนมองเขาไม่วางตาเช่นกัน
“ใครมาส่งเกรซเหรอคะ”
“เพื่อนคุณครับชื่อว่า ข้าวหอม”
“ค่ะ” แม้ในใจจะรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นข้าวหอมแต่เธอก็อยากรู้ว่าเพื่อนลำบากมากแค่ไหนที่ต้องลากเธอมาถึงอนามัยแห่งนี้ ร่างบางพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้หมอพลางนึกไปถึงเรื่องราวแสนเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อคืนนี้ในตาคู่สวยแอบปล่อยให้น้ำสีใสไหลออกมาอย่างห้ามเอาไว้ไม่ได้ก่อนที่เกรซจะหลับตาซึมซับความเจ็บปวดหัวใจคนเดียวเงียบ ๆ คำถามเดียวที่คิดได้ในตอนนี้คือ ทุกคนที่บ้านจะรู้ไหมว่าเธอต้องเสียอะไรไปบ้างแลกกับอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกที่เนรคุณพ่อหรือเป็นลูกที่พ่อพึงพาไม่ได้ในยามลำบาก เกรซหลับตาคิดไปร้องไห้ไปจนหลับไปอีกครั้งเพราะฤทธิ์ยา
^^