เสียงครางดังเบา ๆ มาจากลำคอแกร่งของคนที่คร่อมร่างเธออยู่ถึงแม้จะมองไม่เห็นการกระทำทั้งหมดของเขาแต่เงาลางภายใต้แสงไฟสลัวบอกให้เธอรู้ว่ามือหนากำลังทำอะไรสักอย่างอยู่กับแท่งเนื้อของเขาอย่างแน่นอน
ร่างหนาเอื้อมมือไปหยิบถุงป้องกันบนที่นอนขึ้นมาใช้คมฟันกัดถุงป้องกันราคาแพงจนขาดก่อนที่เขาจะสวมใส่มันเข้าไปในตัวตนของเขาถึงสองชั้น
“อ้าขา!” เสียงแหบห้าวเอ่ยสั่งเสียงแข็งเกรซแยกขาสองข้าออกตามคำสั่ง อีกคนก็ไม่รอช้าใช้เข่าสองข้างแยกขาเธอให้กว้างขึ้นก่อนจะจับตัวตนของเขามาจ่อยังปากถ้ำ
“ไอ้เหี้ย! ยากจังวะ” เขาพ่นคำหยาบลอดไรฟันออกมาด้วยความไม่พอใจเมื่อเขาพยายามสอดใส่แท่งเนื้อเข้าไปในปากถ้ำที่ปิดสนิท ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการกอดจูบ เขาจ่ายเงินเพื่อที่จะมาปลดปล่อยเพียงเท่านั้น
เสียงของลูกน้องที่ได้รับข่าวสารจากเจ๊มิกกี้ดังขึ้นในโซนประสาทของเขาทันที
-ย้อนกลับไปในช่วงเที่ยงของวัน-
”เห็นว่าคนนี้ยังสดใหม่นายสนใจไหมครับ“ ลูกน้องคนสนิทมาก้มหน้าบอกเจ้านายที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานหลังจากรับสายเจ๊มิกกี้ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์เจ๊มิกกี้จะต้องส่งเด็กมาให้เจ้านายของเขา
”อืม กำชับให้ดีสกปรกเกินก็ไม่ต้องส่งมา“
”ครับ!“ เจ๊มิกกี้รู้ดีว่าลูกค้าท่านนี้ไม่ชอบผู้หญิงสกปรก ไม่ชอบผู้หญิงพูดเยอะ ไม่ต้องการให้ใครเห็นหน้าแต่ไม่เคยเกี่ยงเรื่องราคาเท่าไหร่เท่ากันขอแค่ทุกอย่างอยู่ในกฎเกณฑ์ที่เขาตั้งเอาไว้ส่วนเรื่องป้องกันจะเป็นหน้าที่เขาที่จะจัดการกับตัวเองอย่างดี
-ปัจจุบัน-
ทว่าดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อแท่งเนื้อขนาดใหญ่แทรกผ่านปากทางคับแคบเข้ามาจนทำให้เกรซรู้สึกอึดอัด ไม่นานเสียงเนื้อเยื้อพรหมจรรย์ของเธอก็ฉีกขาด กึก!…สวบ!! ตามด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเธอดังตามมา กรี๊ด!!!!! กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งกลบกลิ่นหอมภายในห้องพักสุดหรู
ร่างหนานิ่งงั้นไปทันทีหลังจากรับรู้ได้ว่าเขากำลังเปิดบริสุทธิ์เด็กสาวใต้ร่างที่เขาก็ไม่รู้ว่าหน้าตาของเธอเป็นแบบไหน รู้แค่ว่าบนใบหน้าของเธอมีหน้ากากขนนกสีขาวสวมใส่อยู่
“หึ! เจ็ดหมื่นของฉันค่อยมีค่าขึ้นมาหน่อย” เสียงหัวเราะเยาะดังในลำคอแกร่งพร้อมกับคำพูดจาคล้ายกำลังจะดูถูกเธอ ดวงตาคู่สวยปล่อยน้ำสีใสออกมาจนผ้าปูที่นอนเปียกแฉะมันเจ็บแค้นทั้งใจและกาย ไม่นานความรู้สึกอย่างอื่นก็แทรกเข้ามาแทนที่หลังจากเจ้าของร่างกำยำเริ่มขยับเข้าออกในตัวเธอ
“อ่าส์!!” เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้นอีกครั้งเมื่อร่องกายสาวคับแน่นตอดรัดตัวตนของเขาอย่างหนัก เขากัดฟันจนได้ยินเสียงดัง กร๊อด!! ในลำคอเอวสอบเริ่มทำงานจากเบาไปหาหนักโดยไม่สนใจว่านี่มันคือ ครั้งแรก ของคนใต้ร่าง
ปัก! ปัก! ปัก!…..
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นภายใต้ความเงียบและเสียงสะอื้นเล็ก ๆ ของเกรซดังเบา ๆ ด้วยความรู้สึกเจ็บและเสียว
“ฮึก…อือ คุณบะ เบา ๆ หน่อยได้ไหมคะ“
”อ่าส์!! เงียบเสียงน่ารำคาญของเธอซะ”
เกรซกัดริมฝีปากล่างจนเลือดซิบออกมาเพื่อทนต่อความเจ็บปวดนี้ ร่างบางโยกคลอนไปตามแรงส่งหนัก ๆ ของคนที่ชื่อว่า ลูกค้า เอวสอบก็ยังคงกระหน่ำกระแทกตัวตนใส่ร่างเล็กอย่างไม่คิดปราณี
“อือ…ฮึ! ฮือ! ปล่อยหนูนะคะหนูเจ็บ” เกรซร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดมือบางผลักหน้าท้องแกร่งให้ออกจากตัวแต่แรงเท่ามดของเธอไม่สามารถทำให้ร่างหนาขยับเขยื่อนได้เลย
มือหนาปัดมือของคนใต้ร่างออกก่อนจะจับสองขาเรียวแยกออกกว้างขึ้นเพื่อไม่ให้มันคับแน่นจนเกินไปแต่ก็ไม่เป็นผลมันยังคงรัดแก่นกายของเขาหนัก เอวสอบเร่งกระแทกเข้าไปลึก ๆ อีกไม่กี่ครั้งไม่นานน้ำกามสีขาวขุ่นก็ฉีดพุ่งใส่ถุงป้องกันราคาแพง มือหนาดึงถุงที่สวมใส่อยู่โยนทิ้งลงพื้นไปก่อนที่เขาจะหยิบอีกสองชิ้นที่เหลือขึ้นมาสวมใส่
สวบ! อ๊ะ!
เป็นอีกครั้งที่เขาดันแท่งเนื้อขนาดใหญ่เข้ามาในตัวเธอที่เดียวจนสุดลำและก็เป็นอีกครั้งที่เกรซจะต้องร้องออกมาด้วยความจุกเจ็บเท้าบางกดลงบนที่นอนพยายามจะขยับพาร่างตัวเองให้หลุดออกไปจากความน่ากลัวนี้
หมับ!
“นอนนิ่ง ๆ ได้ไหมวะ”
“พอแล้วได้ไหมคะ ฮือ…หนูเจ็บ” เกรซร้องไห้เสียงดังมันเจ็บแสบมากจนเธอสุดที่จะทนมันได้อีกแล้ว
ปัก! ปัก! ปัก!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังหนัก ๆ ขึ้นอีกครั้งยิ่งได้ยินเสียงของเธอ เสียงลำออยร้องไห้ของเธอยิ่งทำให้เขาเดือดดาน ยิ่งทำให้เขาโมโห ร่างหนากระหน่ำกระแทกกระทั้นคนตัวเล็กหนัก ๆ และยาวนานอีกนับชั่วโมงจนถุงป้องกันที่เขาเตรียมมาหมดลง
เขาดึงแท่งเนื้อขนาดใหญ่ออกจากร่องคับแคบกลิ่นคาวเลือดลอยขึ้นมาตีหน้าเขาเข้าอย่างจัง
เขาไม่เอ่ยหรือถามไถ่อะไรคนใต้ร่างเลยสักคำหยิบกางเกงที่พาดอยู่ปลายเตียงเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำภายใต้ความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศก็ยังมีเพียงแสงสลัวจากด้านนอกส่องเข้ามา เกรซยังนอนแน่นิ่งอยู่เธอทำได้มากที่สุดตอนนี้แค่เพียงหายใจเข้าออกก็เท่านั้น
ไม่นานร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องน้ำและสาวเท้าเดินตรงไปยังประตูห้องทันทีที่ประตูห้องเปิดออกแสงไฟสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาทำให้เกรซที่นอนอยู่บนเตียงเห็นเพียงแผ่นหลังของเขาที่เดินหายลับไปพร้อมกับลูกน้องคนเดิมที่พาเธอขึ้นมา
“ฮือ……..” เธอปล่อยโฮออกมาทันทีหลังจากที่อดกลั้นมานาน ร่างบางนอนร้องไห้คนเดียวอยู่บนเตียงก่อนที่เธอจะค่อย ๆ พยุงร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มือบางเอื้อมไปหยิบกระเป๋าผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนที่เธอจะกดเข้าไปในไลน์ของเจ๊มิกกี้
เกรซ : เรียบร้อยค่ะ
กดส่งข้อความเสร็จมือถือก็หล่นจากมือที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอทันที
”ฮือ…ทำไมต้องเกิดขึ้นกับฉันด้วย ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องมานั่งร้องไห้เจ็บปวดแบบนี้ ทำไม!“ เกรซไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องเป็นเธอที่ต้องรับภาระแบกทุกอย่างเอาไว้คนเดียวทั้งที่ตอนแรกเธอก็ทำใจทุกอย่างมาแล้ว ใจดวงน้อยหมดศรัทธาไปกับทุกอย่างโดยเฉพาะกับตัวเธอเอง
2 ชั่วโมงผ่านไป….
[เวลา 02:30 น.]
ร่างบางยังนั่งร้องไห้อยู่ในความมืดทว่าเธอต้องหันไปมองยังประตูห้องเมื่อจู่ ๆ บานประตูก็เปิดกว้างเข้ามา
พรึบ!!
แสงสว่างจากหลอดไปหลายดวงในห้องสว่างจ้าขึ้น ข้าวหอมกวาดสายตามองถุงป้องกันที่ใช้แล้วทิ้งไว้บนพื้นนิ่งก่อนจะหันไปมองยังเพื่อนรักของตัวเอง
”ข้าวหอม…ฮือ“
”เป็นอะไรไหมร้องไห้ทำไม“ ข้าวหอมโยนกระเป๋าผ้าลงบนโซฟาวิ่งเข้าไปกอดเพื่อนที่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงแน่น
“เราไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว“
”มีสิทำไมจะไม่มีละ แกทำเพื่อช่วยเหลือพ่อไงแกเป็นลูกที่ทำเพื่อครอบครัวไง แกเก่งที่สุดรู้ไหมพรุ่งนี้ทุกอย่างจะเป็นอดีตร้องไห้ให้พอเกรซถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลยฉันจะอยู่ตรงนี้กับแกเอง“ เธอเขาใจความรู้สึกของเพื่อนดีเพราะเธอก็เคยผ่านมันมาแล้วแต่เธอดีกว่าเกรซตรงที่ว่าเธอมีแค่แม่คนเดียวทุกอย่างจะตกเป็นหน้าที่เธอมันก็ไม่แปลก แต่เพื่อนของเธอยังมีคนอื่นที่ควรจะพึ่งพาได้แต่ทุกคนก็กลับไม่สนปัญหาโยนทุกอย่างให้เพื่อนของเธอรับผิดชอบเพียงลำพัง
”อืม ขอบใจนะข้าวหอม ขอบใจที่แกไม่เคยทิ้งฉันไปไหนเลย“
”ไม่ทิ้งแน่นอนกลับบ้านกันเถอะนะแกควรพักเยอะ ๆ“ ข้าวหอมผละกอดจากเพื่อน ดวงตาคู่สวยกวาดสายตามองเพื่อนด้วยความสงสารก่อนที่เธอจะเดินไปหยิบชุดกับแพนตี้ของเพื่อนมาให้
”ใส่เสื้อผ้าเองไหวไหม“
”ไหวสิ“
“ไปห้องน้ำฉันพาไป” ข้าวหอมเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดมาใส่ให้เพื่อนและพาเกรซเข้าไปส่งในห้องน้ำ
^^