บทที่ 9 : ทำหน้าที่ลูก…

1508 Words
เช้าวันใหม่… [เวลา 06:30 น.] ณ บ้านไม้สองชั้นเก่า ๆ โทรม ๆ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องดังระงมตลอดทั้งคืนฝนกระหน่ำตกไม่ยอมหยุด เสกสรรค์เดินลงมาจากชั้นสองของบ้านก่อนที่เขาจะเดินไปเปิดประตูหน้าบ้านดูร่องรอยของฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนนี้ เช้าวันนี้เขาตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงของจิ้งหรีดที่มันพากันร้องปลุกจนทำให้เขานอนต่อไม่ได้ “อ้าว! นี่เมื่อคืนเกรซไม่ได้กลับบ้านอีกแล้วเหรอ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นหลังจากหันไปมองยังที่วางรองเท้าและไม่เห็นรองเท้าของลูกสาววางอยู่สองคืนแล้วที่เกรซไม่ได้กลับมาบ้านคืนแรกยังโทรมาบอกว่าไปทำงานกับข้าวหอมเสร็จแล้วจะไปนอนบ้านข้าวหอมเลยแต่เมื่อคืนนี้ลูกสาวเงียบหายไป ร่างหนาหันกลับมาจะเดินไปหยิบมือถือที่วางอยู่เพื่อโทรไปหาลูกสาวแต่ทว่า… “พี่เสกเช้านี้จะกินอะไรดีคะ“ พรพรรณเดินออกมาจากห้องครัวเอ่ยถามสามีราวกับว่าหน้าที่แม่บ้านเป็นหน้าที่เธอทั้งที่ความเป็นจริงเป็นเกรซที่ต้องรับหน้าที่นี้ทั้งเช้าและเย็น ”มีอะไรบ้างเหรอ“ ”ปลาก็มี หมึก กุ้ง หมูสับมีทุกอย่างพรไปตลาดกับหนูนิ่มมาเมื่อวานนะ“ ”ผัดกะเพราก็ได้ทำเยอะ ๆ หน่อยวันนี้พี่ไม่ได้ไปทำงาน“ วันนี้เสกสรรค์ต้องหยุดงานเพราะงานที่ไปทำอยู่ค่อนข้างน้อยต้องสลับหมุนเวียนกันหยุดเพื่อให้เพื่อน ๆ ที่ทำงานด้วยกันได้มีรายได้กันอย่างทั่วถึงตามประสาคนใช้แรงแลกเงิน ”เออพี่เสกเรื่องบ้านเราจะเอายังไงกันดี พรถามนาวีแล้วนาวีถึงรอบต่อภาษีและซื้อประกันรถพอดีเงินเดือน ๆ นี้เลยไม่เหลือมาช่วยพี่เลย“ เธอเอ่ยคำโกหกคำโตราวกับว่าเธอมีน้ำใจอยากจะช่วยคนตรงหน้าอย่างงั้นแหละทั้งที่ความเป็นจริงเธอไม่ได้ถามหรือขอความช่วยเหลือจากลูกชายเลยด้วยซ้ำ “อืม…รอดูจากเกรซก่อนแล้วกันพี่บอกเกรซไปแล้วแหละ” เสกสรรค์เอ่ยตอบเมีย ร่างบางหันหลังเดินเข้าไปในห้องครัวพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก “ดี…กูจะให้มึงอยู่เป็นขี้ข้ากูกับลูกกูอีเกรซ” พรพรรณเอ่ยพึมพำอยู่หน้าเตาด้วยความสะใจเธอเกลียดชังเกรซที่มีดีกว่าลูกสาวเธอทุกอย่างทั้งที่ความเป็นจริงเกรซควรที่จะด้อยกว่าลูกสาวเธอด้วยซ้ำ เธอหันไปทำอาหารตรงหน้างก ๆ ด้วยความไม่อยากทำ ไม่อยากจับอะไรทั้งนั้นแต่เพราะต้องเอาอก เอาใจสามีเธอเลยต้องปั้นหน้าทำมันทั้งที่ไม่อยากทำ เธอใช้สองนิ้วหยิบกุ้ง หยิบปลาหมึกราวกับว่ามันเป็นของแสลง ”หายหัวไปเลยนะอีเกรซกลับมาก่อนเถอะมึง“ พรพรรณเอ่ยพึมพำขึ้นอีกครั้งเธอหมายหัวลูกเลี้ยงเอาไว้กลับมาเมื่อไหร่จะจัดการซะให้เข็ดที่ไม่ยอมกลับบ้านมารับใช้เธอถึงสองวันสองคืน อีกด้าน อนามัยขนาดเล็ก… คุณหมอกรเดินมาตรวจอาการคนไข้อีกครั้งตลอดทั้งคืนคนตัวเล็กบนเตียงมีไข้ขึ้นอยู่ตลอดจนเขาต้องคอยเช็ดตัวให้อยู่หลายครั้งใจกลับคิดว่าหากเช้าวันนี้เธอยังไม่ดีขึ้นเขาพาไปโรงพยาบาลที่เขาประจำอยู่แต่ดูเหมือนไข้จะลดลงไปแล้ว “อือ…“ ”เป็นยังไงบ้างครับยังปวดหัวอยู่ไหม” หมอกรเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เห็นเกรซตื่นลืมตา “ไม่ปวดแล้วค่ะ” “คุณไข้สูงตลอดทั้งคืนเลยคิดว่าจะแย่ซะแล้ว” “ขอบคุณ ๆ หมอมากนะคะที่ดูแลเกรซทั้งคืนเลย” เธอยกมือขึ้นไหว้หมอหนุ่มอย่างมีมารยาท เสียงเล็ก ๆ ยังแหบแห้งไม่มีเสียงออกมาเลย “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว หิวข้าวไหมเดี๋ยวหมอไปซื้ออะไรใกล้ ๆ แถวนี้มาให้กิน” ที่นี่เป็นอนามัยขนาดเล็กไม่มีข้าวให้คนไข้ปกติทุกคนมารับยาแล้วก็กลับไปแต่คนตรงหน้าเขาไข้สูงจนต้องนอนดูอาการที่นี่ ”ไม่เป็นไรค่ะ อย่าถึงขั้นต้องให้หมอซื้อข้าวให้เลยนะคะ“ เกรซเกรงใจเกินกว่าจะให้หมอมาซื้อข้าวให้นี่มันเกินหน้าที่ของหมอไปแล้ว “ไม่ลำบากอะไรเลยครับเดี๋ยวหมอก็จะไปซื้อของหมออยู่เหมือนกัน รอแป๊บนะครับเดี๋ยวหมอมา“ หมอกรเดินไปหยิบกระเป๋าเงินแล้วเดินออกจากห้องลงไปยังร้านอาหารตามสั่งข้าง ๆ อนามัย ”อ้าว! หมอกรวันนี้มาเข้าเวรแทนพ่อนนทอีกแล้วเหรอคะ“ เจ๊เจ้าของร้านตามสั่งเอ่ยถามอย่างเป็นกันเองเธอรู้จักหมอกรและหมอนนทดีถึงหมอกรจะไม่ได้ประจำที่อนามัยแห่งนี้แต่หมอก็มาหาเพื่อนที่นี่บ่อยทั้งสองมาทานข้าวที่ร้านนี้อยู่เป็นประจำ “ครับ เอาข้าวต้ม 1 ถุง ข้าวไข่เจียวหมูสับ 1 กล่องครับ” หมอไม่อยากพูดคุยให้มากความเพราะเป็นห่วงคนป่วยที่ถูกทิ้งให้นอนอยู่ในอนามัยคนเดียวจึงรีบสั่งข้าว “ไม่โทรมาล่ะคะเจ๊เอาไปส่งให้ก็ได้” “ผมเกรงใจนะครับ รีบนิดนึงนะครับมีคนไข้นอนป่วยอยู่” หมอกรเอ่ยบอกขึ้นอีกครั้ง เจ๊ร้านข้าวรีบกระตือรือร้นทำเมนูตามสั่งให้ไม่นานก็เสร็จ หมอกรรีบจ่ายเงินค่าอาหารและสาวเท้าเร็ว ๆ กลับอนามัย ”เป็นยังไงบ้างครับอยากเข้าห้องน้ำไหม เข้าห้องน้ำหมอก็ได้“ ห้องน้ำคนไข้อยู่ชั้นล่างหากจะให้ขึ้นลงบันไดดูท่าไม่น่าจะดี ”ค่ะ เกรซขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ“ ถ้าได้ล้างหน้าล้างตามันคงจะสดชื่นกว่านี้ ร่างบางพยายามลุกออกจากเตียงคนป่วยแคบ ๆ ความเจ็บปวดที่ใจกลางสาวแล่นปราดขึ้นเป็นริ้วใบหน้าสวยเหยเกขึ้นทันที มันเจ็บแสบไม่ยอมทุเลาลงเลย “หมอช่วยครับ” หมอจับไปที่ท่อนแขนเล็กและช่วยพยุงร่างบางลงจากเตียงแต่ท่าเดินของเธอทำให้หมอนึกแปลกใจ เขามองอย่างชั่งใจว่าจะถามดีไหมจนทนต่อความอยากรู้ไม่ไหวเอ่ยถามออกไป “เป็นอะไรครับทำไมเดินแปลก ๆ” “อ๊ะ! อ๋อ! เกรซลื่นล้มในห้องน้ำเมื่อวานนะคะ” คำถามของหมอทำให้เธอแน่ใจว่าเขาไม่ได้รู้เรื่องน่าอายของเธอ ๆ เลยโกหกหมอออกไปอย่างแนบเนียน “ญาติไม่เห็นบอกหมอเลย เจ็บมาไหมครับ” “ไม่ค่ะ ปวดขานิดหน่อยเดี๋ยวก็หายค่ะ” “ครับ รีบไปเข้าห้องน้ำเถอะจะได้มากินข้าวกินยาแก้อักเสบสักเม็ดก็คงจะหาย” ร่างบางเดินเข้าไปในห้องน้ำเธอถอดกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่ออกนั่งช้า ๆ ลงบนชักโครกสะอาดก่อนที่จะก้มลงไปมองยังใจกลางสาวที่บวมเป่ง แดงกร่ำและร้อนระอุเหมือนจะปะทุออกมา “หนักขนาดนี้เลยเหรอ” เกรซเอ่ยพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ถึงว่าเธอเจ็บแสบจนขยับตัวไม่ได้ ภาพในคืนนั้นฉายชัดเข้ามาในสมองเป็นฉาก ๆ เหมือนหนังสั้นเรื่องหนึ่งที่เล่นวนซ้ำ ๆ ไม่มีวันจบ น้ำเสียงดุดันของคนในความมืด การกระทำแสนดิบเถื่อนราวกับสัตว์ร้ายยังชัดอยู่ในความทรงจำทั้งที่เธอไม่ได้อยากจะจดจำมันเลยสักนิด “อย่าไปคิดถึงมันเลยเกรซแกกำลัง ทำหน้าที่ลูก ตอบแทนบุญคุณพ่ออยู่นะ ลืม ๆ มันไปซะ” เธอเอ่ยบอกกับตัวเองมันไม่ใช่เรื่องราวที่น่าจดจำเลยสักนิดผ่านวันนี้ไปมันก็จะค่อย ๆ จางหายไปเองตามวันเวลาที่เดินหน้าไปเรื่อย ๆ ร่างบางลุกออกจากชักโครกเดินไปมองตัวเองในกระจกบานใส ใบหน้าซีดเซียวจนเธอรู้สึกแปลกตัวเอง เกรซก้มหน้าลงไปล้างหน้ากับก๊อกน้ำสายน้ำเย็นเฉียบหลังฝนตกหนักมาตลอดคืนทำให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมา แกร๊ก! มือบางดึงประตูห้องน้ำเปิดกว้างเธอต้องชะงักเมื่อเห็นหมอหนุ่มยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ”หมอจะเข้าห้องน้ำเหรอคะ ขอโทษค่ะที่เกรซเข้านานไปหน่อย“ เธอก้มหน้ากล่าวคำขอโทษอย่างมีมารยาท “เปล่าครับ ไปกินข้าวเถอะหมอแกะข้าวต้มใส่ชามให้แล้ว” เกรซได้แต่คิดในใจ `หมอที่อนามัยแห่งนี้เขาดูแลคนไข้ดีแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า` ร่างบางยิ่งรู้สึกเกรงใจจนทำตัวแทบไม่ถูกและรอว่าเมื่อไหร่ข้าวหอมจะมาสักที ^^
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD