นับเป็นอีกเรื่องที่ขอจันทร์นั้นเคยจินตนาการเอาไว้ นั่นคือการได้มาสัมผัสบรรยากาศของห้องทำงานคนที่วันนี้ได้พาเธอตามติดเข้ามาด้วยงานที่เร่งด่วน ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่ภาพแผ่นหลังกว้างในความทรงจำวัยเด็กนั้นก็พอจะทำให้เธอสร้างมโนภาพในหัวออกมาได้เป็นฉาก ๆ ก่อนกลิ่นหอมของเครื่องดื่มในแก้วอุ่นร้อนจะดึงสติเธอกลับมา
“คุณขอจันทร์ใช่ไหมครับ”
“คะ...คุณรู้เหรอคะ” ดูเหมือนว่าจะเป็นเลขาหน้าห้องของท่านรองประธานที่ยกเอาเครื่องดื่มหลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จมาให้เธอภายในห้อง ซึ่งยังมีเสียงทุ้มลึกมากไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดกำลังพูดคุยเรื่องงานกับปลายสายอย่างเคร่งเครียด
“ครับ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมชอบรู้เรื่องคนอื่นก็จริง แต่ไม่ใช่คนที่จะปากมากไปทั่ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะไม่มีทางหลุดออกไปอย่างแน่นอนครับ”
“อ๋อ โอเคค่ะ”
“คุณขอจันทร์น่ารักแบบที่คุณพาจันทร์ชอบโม้เอาไว้เลยนะครับ”
เสียงไอกระแอมเย็น ๆ จากทางด้านหลังทำเอาเลขาหนุ่มสะดุ้งโหยง เห็นยืนหันหลังคุยงานผ่านทางโทรศัพท์อยู่ไม่คิดว่าเจ้านายเขาจะสามารถแยกประสาทเก่งเช่นนี้ แต่ก็สมกับที่สามารถขึ้นมาเป็นรองประธานตั้งแต่อายุยังน้อย
“เข้ามาทำอะไรอีก”
“ผมเอาช็อกโกแลตร้อนมาให้คุณขอจันทร์น่ะครับ เผื่ออากาศด้านนอกจะทำให้คุณเธอหนาวครับ”
“หมายถึงด้านนอกฝนกำลังตกเหรอคะ” ขอจันทร์กล่าวขึ้นด้วยความสนใจ มิน่าเธอถึงได้รู้สึกว่าอากาศภายในห้องนั้นเย็นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งตัว ที่แท้ก็เป็นเพราะฝนกำลังตกอยู่ด้านนอก
“ใช่ครับ เมื่อวานก็ยังร้อนเหมือนนรกอยู่แท้ ๆ มาวันนี้พายุน่าจะเข้าแล้วล่ะครับ เพราะเหมือนผมจะได้ยินพยากรณ์อากาศบอกให้พกร่ม”
“ดีจัง ขอจันทร์ชอบฝนมากเลยค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบตอนมีฟ้าร้องด้วย แล้วตอนนี้ท้องฟ้าเป็นยังไงบ้างเหรอคะ”
“...ค่อนข้างที่จะอึมครึมครับ เหมือนผมตอนเรียนที่ได้เห็นคะแนนสอบตัวเองแล้วอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ฝนไม่ได้แรงมากนะครับ คงตกให้ใช้ชีวิตกันลำบากมากกว่าครับ” คณินรู้สึกเอ็นดูคนที่พยักหน้าตามทั้งยังตั้งใจฟังในสิ่งที่บอกเป็นรายละเอียดอย่างตั้งใจ ยังดีที่คนตรงหน้าไม่ได้ตาบอดสนิทมาตั้งแต่เกิดแบบนั้นคงจะวาดภาพในหัวตามที่เขาเอ่ยบอกไม่ได้
“งั้นคงจะเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคนที่ทำงานนอกบ้านแบบพวกคุณใช่ไหมคะ”
“ฉันเกลียดฝน มันทำให้การเดินทางยากลำบากขึ้นไปอีก บางครั้งมันก็พรากชีวิตคนที่เรารักไปโดยไม่มีวันหวนกลับมาอีกตลอดกาล”
“ท่านรอง...” เลขาหน้าห้องถอนหายใจออกมาเมื่อรู้ว่าเจ้านายตั้งใจจะสื่ออะไร ทั้งคนที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ในตอนแรกก็สลดลงจนน่าใจหาย แต่เขาก็เข้าใจคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี
“ออกไปทำงานต่อได้แล้ว”
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
ชายหนุ่มวางดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่เจ้าตัวชอบลงบนข้างหัวเตียงในห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ซึ่งมีสายระโยงระยางให้เห็นกระตุ้นความเจ็บปวดหัวใจทุกครั้งที่ต้องมาที่นี่ ทั้งพอนึกในสิ่งที่ทำลงไปร่วมกับหญิงสาวตรงหน้ามันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นไปอีก ทว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขสิ่งที่เลือกทำลงไปได้แล้ว เช่นนั้นนี่คงจะเป็นเวรกรรมทันตาที่เขากับเธอต้องได้รับหรือไม่
“ใจร้ายจังนะครับ ที่ทิ้งผมเอาไว้ให้รู้สึกผิดอยู่ฝ่ายเดียว”
มีเพียงความเงียบตอบกลับมาเหมือนทุกครั้ง มือหนาที่ล้วงเอาไว้ภายใต้กระเป๋ากางเกงถูกยกขึ้นมาวางบนศีรษะเล็กของคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ สัมผัสแผ่วเบาคล้ายกับกลัวว่าคนที่เป็นดั่งดวงใจนั้นจะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยล้นเอ่อออกมาตามความรู้สึกที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ ก่อนนัยน์ตาคมจะมีน้ำสีไสไหลออกมาเงียบ ๆ
นั่นทำเอาคนที่นิ่งมองการกระทำทั้งหมดอยู่ภายนอกห้องผู้ป่วยนั้นคิ้วขมวดขึ้นมาด้วยความสงสัย หากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรไปมากว่านั้น เมื่อเครื่องมือสื่อสารที่เปิดระบบเงียบจู่ ๆ ก็สั่นขึ้นมาจนต้องเดินออกไปจากบริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยเพื่อรับสายด่วนที่โทรเข้ามา
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศบวกกับความเย็นของฟ้าฝนที่เพิ่งจะหยุดตกไป ส่งผลให้คนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนเวลาล่วงเลยมาช่วงเย็นละสายตาจากเอกสารหันไปมองเด็กสาวที่อ่อนกว่าตนเองอยู่ไม่มากด้วยความเหนื่อยหน่ายหัวใจ ที่จริงเพลิงกัลป์แค่กะจะแวะเข้ามาเคลียร์เอกสารด่วนให้เลขาเสร็จแล้วพาภรรยาในนามกลับห้องไป แต่คนบ้างานที่มีอดีตควงสาวไปเรื่อยก็ดันมาติดลมเสียได้ ทำเอาคนที่นั่งนิ่งหลังตรงรอชายหนุ่มอยู่ในตอนแรกนั้นคอพับไปกับโซฟาในห้องทำงานเขาเสียแล้ว
ชายหนุ่มมองดูเวลาที่นาฬิกาตรงหน้าอีกครั้ง ปรากฏเป็นเวลาเลิกงานของใครหลายคนแล้วเขาจึงลุกขึ้นเต็มความสูง คว้าเอาเสื้อสูทสีดำสนิทขึ้นมาพาดเอาไว้ที่แขนแล้วเดินเข้าไปใกล้คนที่ไม่เคยจะระวังภัยซึ่งหลับสนิทอยู่
“รองท่านได้เว...” เลขาหน้าห้องแทบจะหุบปากไม่ทันยามทะเล่อทะล่าเข้ามาเจอฉากที่เจ้านายกำลังโน้มตัวลงไปเพื่อปลุกขอจันทร์พอดี และถ้าหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เขาเข้ามาเห็นป่านนี้คงจะคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่องศากับมือที่ชะงักค้างกลางอากาศคล้ายกับว่ากำลังจะเกลี่ยไรผมที่ปกหน้าภรรยาออกให้ก็ชวนทำเอาคณินกลั้นยิ้มขึ้นมาไม่ได้
“ทำไมไม่เคาะประตูก่อน”
“ขอภัยครับ ผมลืมไปว่าคุณขอจันทร์ก็นับเป็นแขกท่านรองด้วยครับ!”
“แล้วคุณจะแหกปากทำไม”
คณินรีบก้มหน้าก้มตาสำนึกผิดทั้งที่มุมปากยังยกยิ้มอยู่ ก่อนจะเดินไปเก็บข้าวของเจ้านายเพื่อทำการเดินลงไปส่งที่รถอย่างทุกวัน อันที่จริงเลขาเช่นเขาต้องถึงขั้นขับรถไปส่งเจ้านายให้ถึงคอนโดหรูโดยสวัสดิภาพด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่เพลิงกัลป์นั้นชอบความเป็นส่วนตัวหน้าที่ตรงนี้ส่วนใหญ่เลยจะเป็นคนรถที่บ้านอีกฝ่ายหรือไม่ก็ขับรถมาเองอย่างวันนี้
“สูทให้ช่วยถือไหมครับ”
“ถือสิ หรือจะให้ฉันเอาวางไว้บนหัว”
“แฮะ งั้นมาครับ เดี๋ยวผมปลุกคุณขอจันทร์ให้ด้วย”
“ไม่ต้อง ไปกดลิฟต์รอก็พอ”
แม้เลขาเพศทางเลือกจะยังงุนงงอยู่แต่ก็ยอมถือกระเป๋าทำงานเจ้านายกับสูทเพื่อหวังจะเดินออกไปกดลิฟต์ผู้บริหารรอ ทว่าสิ่งที่เขาหันกลับมาพบเห็นอีกครั้งคือเจ้านายแสนประเสริฐไม่ได้ปลุกภรรยาอย่างที่คณินเข้าใจ แต่วางผ้าห่มผืนบางซึ่งเขาเป็นคนซื้อมันมาติดไว้ในห้องท่านรองเอง ก่อนเจ้านายจะช้อนเอาตัวขอจันทร์ขึ้นอุ้มด้วยคิ้วที่ขมวดเป็นปม
คุณขอจันทร์มองไม่เห็นก็จริง แต่เธอสามารถเดินได้ปกติ หรือเป็นเพราะเจ้านายหิวเลยต้องรีบกลับไปโดยที่ไม่ปลุกหญิงสาวก่อน
แต่ไหนคนที่ปากบอกว่าเกลียดเขาต้องทำขนาดนี้