“อะตอมลูก…” คุณหญิงดวงฤดีเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาอ่อนลงเมื่อมองเห็นแววตาเจ็บปวดของลูกสาว “แม่รู้ว่าลูกเจ็บ แม่เห็นทุกอย่าง แม่เห็นน้ำตาของลูก… แต่แม่ก็เห็นความเจ็บของพี่เขาเหมือนกัน ลองคุยกันก่อนดีไหมลูก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” เธอหันไปมองคนทั้งสอง สายตาเต็มไปด้วยความสงสารและหนักใจ เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ต่างก็เป็นคนที่กำลังเจ็บปวดไม่แพ้กันเลยสักคน “นั่นสิลูก” คราวนี้เป็นเสียงของคุณวีรภาสที่ดังขึ้นช้าๆ ชายผู้เคร่งขรึมที่ปกติไม่เคยเอ่ยคำปลอบโยนใครง่ายๆ “พ่อรู้ว่าลูกเจ็บ และพ่อก็โกรธแทนลูก… แต่พ่อก็เห็นว่าพี่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายลูกจริงๆ ลองให้โอกาสเขาได้พูด ได้อธิบายดูสักครั้งเถอะลูก” “พ่อคะ… แม่คะ..." อะตอมเอ่ยเสียงสั่น หัวใจเต้นแรงราวกับกำลังถูกบีบแน่น คิ้วสวยขมวดลงน้อยๆด้วยความสับสน “อืม… พ่อรู้ว่าลูกเจ็บ แต่พ่อก็รู้เหมือนกันว่า ลูกจะเจ็บมากกว่านี้ ถ้าลูกเลือกจากกันทั้งที่ในใจ

