ตอนที่ 7 ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

2050 Words
ตอนที่ 7 ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ เสียงรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง ดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน ร่างระหงเดินเชิดหน้าอย่างมั่นใจ มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็น อีกข้างหนีบแฟ้มเอกสารกองโต ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแววเคร่งขรึมแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเวิร์กกิ้งวูแมน “บอสคะ คุณตุลย์เรียนเชิญที่ห้องประชุมใหญ่ค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนระดับ VVIP” เลขาสาวหน้าห้องรีบวิ่งมารายงานด้วยท่าทีกระตือรือร้น น้ำอุ่นชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ “VVIP? ลูกค้าเจ้าไหนอีกล่ะ? คิวงานเดือนนี้ฉันเต็มเอี๊ยดแล้วนะ” “เห็นว่าเป็นลูกค้ารายใหม่ค่ะ แต่คุณตุลย์ดูตื่นเต้นมาก บอกว่าถ้าดีลนี้สำเร็จ โบนัสปีนี้พนักงานทุกคนคงออกรถยุโรปได้เลย” น้ำอุ่นหัวเราะหึในลำคอ ส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความเล่นใหญ่ของเจ้านาย “โอเค เดี๋ยวฉันเข้าไป” ต่อมา เธอผลักประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ บรรยากาศภายในห้องเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่กลับมีความร้อนรุ่มบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวของตุลย์ ซีอีโอหนุ่มไฟแรงที่กำลังเดินวนไปวนมาด้วยความกระสับกระส่าย “มาแล้วเหรอเพียงรัก! มานี่เร็ว ๆ เลย” ตุลย์รีบกุลีกุจอเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง ราวกับเธอนั้นเป็นแขกคนสำคัญเสียเอง “ใจเย็น ๆ ค่ะบอส มีเรื่องอะไรคะ? อย่าบอกนะว่าไปรับปากลูกค้าหน้าเลือดที่ไหนมาอีก” น้ำอุ่นวางแฟ้มลงบนโต๊ะ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อแต่แฝงความจริงจัง ตุลย์สูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้ดูสุขุมขึ้น “ไม่ใช่ลูกค้าหน้าเลือด แต่เป็น ‘มหาเศรษฐี’ ต่างหาก ฟังนะเพียงรัก มีกลุ่มนายทุนใหญ่ติดต่อมา อยากให้เราดูแลงาน PR และภาพลักษณ์ทั้งหมดสำหรับเมกะโปรเจกต์ใหม่ของพวกเขา” “โปรเจกต์อะไรคะ?” “The Empire Complex” ตุลย์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “กาสิโนครบวงจร โรงแรมห้าดาว และศูนย์การค้ามูลค่าหมื่นล้านที่จะเปิดตัวริมแม่น้ำเจ้าพระยา!” น้ำอุ่นชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที คำว่า ‘กาสิโน’ สะกิดใจเธออย่างรุนแรง “กาสิโน?” ทวนคำเสียงสูง “บอสก็รู้ว่านโยบายบริษัทเราไม่รับงานสีเทาไม่ใช่เหรอคะ?” “แต่นี่มันถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์!” ตุลย์รีบแย้ง “รัฐบาลเพิ่งอนุมัติสัมปทาน และกลุ่มนายทุนนี้ก็เป็นเจ้าใหญ่ที่สุด พวกเขามีงบการตลาดให้เรา 500 ล้านบาท!” ตัวเลขมหาศาลที่หลุดออกมาทำให้น้ำอุ่นนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง 500 ล้านบาท นั่นหมายถึงกำไรมหาศาลที่จะทำให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอกำลังกรีดร้องเตือนภัย “แล้ว... ใครเป็นเจ้าของคะ?” เธอถามเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น ตุลย์หยิบซองเอกสารสีดำสนิทที่วางอยู่กลางโต๊ะเลื่อนมาตรงหน้าเธอ บนซองนั้นประทับตราสัญลักษณ์สีทองอร่าม รูปงูพันรอบมงกุฎ วินาทีที่เห็นตราสัญลักษณ์นั้น เลือดในกายของน้ำอุ่นเย็นเฉียบลงจนชาไปถึงปลายนิ้ว ภาพความทรงจำเลวร้ายเมื่อ 6 ปีก่อนไหลย้อนกลับมาราวกับเขื่อนแตก รอยสักงูบนท่อนแขนแกร่ง แววตาดูถูกเหยียดหยามและชื่อของชายที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำ “กลุ่มเกื้อสกุล” เธอพึมพำเสียงแผ่ว ใบหน้าซีดเผือดลงฉับพลัน “ใช่! กลุ่มเกื้อสกุล ของคุณ สิบทิศ เกื้อสกุล” ตุลย์ยืนยันโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของลูกน้อง “เขาเพิ่งประกาศวางมือจากธุรกิจมืดทั้งหมดและหันมาทำธุรกิจขาวสะอาด นี่เป็นโอกาสดีมากเลยนะเพียงรัก ที่เราจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ครั้งประวัติศาสตร์!” ปัง! เสียงประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอีกครั้ง ก่อนที่ตุลย์จะทันได้พูดจบ ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับผู้ติดตามในชุดสูทสีดำอีกสองคน บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นความกดดันทันที น้ำอุ่นหันขวับไปมองผู้มาเยือน และดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อจำได้แม่นว่าเขาเป็นใคร เจษมือขวาคนสนิทของสิบทิศ เขายังคงดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ใบหน้านิ่งเรียบ สุภาพแต่แฝงความอันตราย โค้งศีรษะให้ตุลย์เล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่น้ำอุ่นสายตานั้นเต็มไปด้วยความนัยที่อ่านยาก “สวัสดีครับคุณตุลย์ สวัสดีครับคุณเพียงรัก” เจษเอ่ยทักทาย น้ำเสียงเน้นย้ำชื่อเธออย่างชัดเจน ราวกับต้องการสื่อสารบางอย่าง น้ำอุ่นกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บเพื่อเรียกสติตัวเอง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นสบตากับอดีตคนคุ้นเคยที่เคยเป็นคนไล่เธอออกจากคอนโด “สวัสดีค่ะ คุณเจษ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเป็นทางการที่สุด “ไม่คิดว่าจะได้เจอกันในสถานการณ์แบบนี้นะคะ” “โลกมันกลมน่ะครับ” เจษยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “ทางเจ้านายของผม ท่านชื่นชมผลงานของคุณมาก โดยเฉพาะงานเปิดตัวน้ำหอมล่าสุด ท่านระบุมาในสัญญาเลยว่า...” เจษวางสัญญาฉบับหนาปึกลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนมาตรงหน้าน้ำอุ่น “โครงการ The Empire Complex นี้ จะต้องมีคุณเพียงรักเป็นผู้อำนวยการดูแลโปรเจกต์เท่านั้น หากเป็นคนอื่น เราไม่จ้าง” ตุลย์หันมามองน้ำอุ่นด้วยสายตาเป็นประกาย “เห็นไหมเพียงรัก เขาเจาะจงตัวคุณเลย นี่เป็นเกียรติมากเลยนะ” น้ำอุ่นไม่สนใจเสียงของตุลย์ สายตาของเธอจ้องมองตราประทับรูปงูบนหน้าปกสัญญาด้วยความรังเกียจ รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ สิบทิศกำลังเล่นเกม “ขอโทษด้วยนะคะ” น้ำอุ่นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เธอใช้นิ้วเรียวสวยดันแฟ้มสัญญานั้นกลับไปหาเจษอย่างไม่ไยดี “ฉันไม่รับงานนี้ค่ะ” คำปฏิเสธที่ชัดเจนและเด็ดขาดทำให้ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน ตุลย์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง “พะ... เพียงรัก คุณพูดอะไรออกไป? นี่มันโปรเจกต์ 500 ล้านนะ!” ตุลย์รีบกระซิบเสียงเครียด “ต่อให้ 5,000 ล้าน ฉันก็ไม่รับค่ะ” น้ำอุ่นหันไปบอกเจ้านายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเจษ “รบกวนคุณเจษนำสัญญากลับไปเถอะค่ะ บริษัท Aura Communications ของเรามีมาตรฐานในการคัดเลือกเกรดของลูกค้า และสำหรับฉันลูกค้าที่มีประวัติสีเทา หรือพยายามชุบตัวให้ขาวด้วยการใช้เงินฟาดหัวคนอื่น ไม่ผ่านเกณฑ์ค่ะ” วาจาเชือดเฉือนที่ตรงไปตรงมาทำเอาลูกน้องที่ติดตามเจษมาถึงกับหน้าถอดสี แต่เจษกลับยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยได้ เขาดูไม่แปลกใจเลยสักนิด ราวกับรู้ล่วงหน้าแล้วว่าเธอจะตอบแบบนี้ “คุณเพียงรักแน่ใจเหรอครับ?” เจษถามเสียงเรียบ “เงินจำนวนนี้ สามารถทำให้บริษัทของคุณเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สบาย ๆ และค่าตอบแทนส่วนตัวของคุณ นายท่านให้คุณกรอกตัวเลขเองได้เลยนะครับ” เขาหยิบเช็คเปล่าใบหนึ่งออกมาวางทับลงบนสัญญา เช็คที่มีลายเซ็นของสิบทิศประทับอยู่ “เช็คเปล่า” ตุลย์ครางออกมาเบา ๆ มือไม้สั่น “เพียงรัก... นี่มัน...” น้ำอุ่นปรายตามองเช็คใบนั้นด้วยสายตาดูแคลน เธอหยิบมันขึ้นมา แล้วฉีกมันออกเป็นสองท่อนต่อหน้าต่อตาเจษ! แควก! เสียงกระดาษขาดดังก้องบาดลึกไปในความเงียบ “ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าเงินซื้อฉันไม่ได้” น้ำอุ่นปล่อยเศษกระดาษให้ร่วงลงบนโต๊ะราวกับขยะ “ฝากไปบอกเจ้านายของคุณด้วยนะคะ ว่าอย่าพยายามเอาเศษเงินมาฟาดหัวคนอื่น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมก้มหัวให้เขาเหมือนลูกสมุน” เจษมองเศษเช็คบนโต๊ะ นัยน์ตาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความทึ่งปนกังวล เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ แข็งแกร่ง ดุดัน และไม่เกรงกลัวใคร “ผมจะถือว่านั่นเป็นคำตอบสุดท้ายของคุณนะครับ” เจษกล่าวเสียงต่ำ เก็บสัญญาใส่กระเป๋าเอกสาร “ใช่ค่ะ และกรุณาอย่าติดต่อมาเรื่องนี้อีก” น้ำอุ่นยื่นคำขาด หันไปพยักหน้าให้ตุลย์ “บอสคะ ฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ เวลาของฉันมีค่ามากกว่าจะมาเสียไปกับเรื่องไร้สาระพวกนี้” พูดจบก็หมุนตัวเดินเชิดหน้าออกจากห้องประชุมไปทันที ทิ้งให้ตุลย์ยืนหน้าซีดเผือดทำอะไรไม่ถูก และเจษที่มองตามหลังเธอไปพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่มุมปาก ทันทีที่พ้นจากสายตาคนในห้องประชุม และกลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเธอเอง น้ำอุ่นรีบปิดประตูลงกลอน แล้วยืนพิงบานประตูแน่น ขาที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงเมื่อครู่กลับอ่อนแรงจนแทบทรุด มือบางยกขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้าย หัวใจเต้นแรงและเร็วราวกับกลองรัว ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เป็นเพราะความโกรธและความกลัวที่ผสมปนเปกัน “ไอ้คนสารเลว” เธอกัดฟันกรอด น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า สิบทิศผู้ชายที่เคยทำลายชีวิตเพียงรัก ผู้ชายที่ไล่เธอเหมือนหมูเหมือนหมา วันนี้กลับจะมาจ้างเธอทำงาน? เขาคิดจะทำอะไรกันแน่? เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกรอบรูปที่มีรูปคู่ของเธอกับน้องชลขึ้นมากอดแนบอก “แม่จะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นเข้ามาใกล้ลูกเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร แม่ก็จะปกป้องหนู” เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืดคราดขัดจังหวะความคิด น้ำอุ่นวางกรอบรูปลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เบอร์แปลก “ฮัลโหล” เธอกดรับสายด้วยความระแวง (ปฏิเสธได้เจ็บแสบดีนี่... เพียงรัก) เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคย เสียงที่ตามหลอกหลอนเธอมาในฝันร้ายตลอด 6 ปี ดังลอดออกมาจากปลายสาย เย็นยะเยือกและทรงอำนาจจนขนลุกซู่ น้ำอุ่นตัวแข็งทื่อ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก “สิบทิศ...” (ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหม ว่าอย่าคิดลองดีกับฉัน) ปลายสายหัวเราะในลำคอ (การที่เธอฉีกเช็คฉันทิ้ง รู้ไหมว่าผลที่ตามมามันคืออะไร?) “คุณต้องการอะไร!” น้ำอุ่นตะคอกใส่โทรศัพท์ “เราหย่ากันแล้ว ต่างคนต่างอยู่ ฉันกับลูกมีความสุขดี อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก” (หึ... ลูกงั้นเหรอ?) น้ำเสียงของสิบทิศเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม (เด็กที่หน้าเหมือนฉันอย่างกับแกะคนนั้นน่ะนะ คิดว่าจะซ่อนฉันได้ตลอดไปหรือไง?) น้ำอุ่นหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ! (ฟังให้ดีนะเพียงรัก ฉันให้โอกาสเธออีกครั้ง พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า เข้ามาคุยกับฉันที่ Prince Club เป็นการส่วนตัว ถ้าเธอไม่มา หรือคิดจะหนี...) เสียงปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้น้ำอุ่นแทบหยุดหายใจ (เตรียมบอกลาบริษัทที่เธอรัก และเตรียมตัวให้ลูกชายของเธอ ย้ายมาใช้นามสกุล ‘เกื้อสกุล’ ได้เลย เพราะฉันจะฟ้องเอาลูกคืน!) ตู้ด... ตู้ด... ตู้ด... สัญญาณสายตัดไปแล้ว แต่น้ำอุ่นยังคงยืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง ความหนาวเหน็บเกาะกุมไปทั่วขั้วหัวใจ โทรศัพท์ร่วงหลุดจากมือตกลงพื้น ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ ในที่สุดมันก็มาถึง ไม่ใช่ด้วยเงินแต่ด้วย ‘ลูก’ ดวงตาที่เคยเด็ดเดี่ยวสั่นไหวระริก น้ำอุ่นทรุดตัวลงนั่งกับพื้น กอดตัวเองแน่น ความกลัวที่เธอพยายามซุกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกที่เข้มแข็ง บัดนี้ถูกกระชากออกมาจนเปลือยเปล่า มังกรไม่ได้แค่สนใจ แต่มันกำลังจะกลืนกินเธอและลูกเข้าไปทั้งตัว!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD