บทที่ 8 เป็นห่วง

1809 Words
ทุกคนยังยืนงงกันอยู่หน้าห้องโดยเฉพาะสกาย เขาหันไปมองพ่อทั้งสองอย่างต้องการความช่วยเหลือก่อนจะไปหยุดสายตาที่ฟาเดีย ”เดียอยากไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ไหม“ สกายนั่งลงถามฟาเดียเขารู้มาจากพราวฟ้าว่าฟาเดียอยากไปเที่ยวดิสนีย์แลนย์มากแต่ทั้งสองยังหาเวลาว่างที่จะพาลูก ๆ ไปเที่ยวไม่ได้เลย ”อยากไปค่ะ“ ฟาเดียรีบเอ่ยตอบออกไปเธออยากไปเที่ยวมากและอยากไปซื้อของสะสมหายากมาสะสมหลังจากที่ลุงเพลิงสั่งตู้โชว์หลังใหม่มาให้ในนั้นก็ยังว่างเปล่าไม่มีของตกแต่งเลยสักชิ้น ”เดี๋ยวลุงพาไปเลยเดียอยากไปที่ไหน อยากได้อะไรเท่าไหร่ลุงซื้อให้หมดแต่ตอนนี้ช่วยลุงก่อนได้ไหม ช่วยไปบอกคุณยายให้ลุงเข้าไปในห้องนั้นที“ สกายชี้ไปทางประตูห้องพักฟื้นที่ปิดสนิท ถ้าต้องให้เขากลับไปโดยที่ไม่ได้เยี่ยมมิลินเขาคงอยู่ไม่เป็นสุข ”สัญญานะคะว่าลุงกายจะพาหนูไป“ นิ้วก้อยเล็ก ๆ ยกขึ้นมาตรงหน้าผู้เป็นลุงเพราะฟาเดียรู้ดีว่าทุกคนงานยุ่งมากแค่ไหนเวลาที่จะได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแทบจะไม่มีคำสัญญาเท่านั้นที่จะทำให้เด็กน้อยมั่นใจได้ว่าเธอจะได้ในสิ่งที่ผู้ใหญ่เสนอมา ”สัญญาลุงไม่โกหกหรอก ลุงให้เดียเป็นคนจองตั๋วเครื่องบินจองที่พักได้เองเลย“ สกายเกี่ยวก้อยสัญญากับหลานสาว เขายอมหมดแล้วนาทีนี้ขอแค่ให้ฟาเดียช่วยเขาได้สำเร็จก็พอ เด็กน้อยแสนฉลาดยืนคิดวิธีอยู่สักพักก่อนที่เธอจะผลักประตูห้องเข้าไป “คุณยายข๋าหนูขอเข้าไปด้วยได้ไหมคะ” ฟาเดียตะโกนถามยายตัวเองเสียงใส “ป้ามิลินหลับอยู่ค่ะ” ก่อนที่เธอจะหันไปบอกลุงสกายที่ยืนใจเต้นแรงอยู่ด้านหลัง ๆ จากเห็นป้ามิลินนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง “เข้ามาสิลูก น้องรอเดียอยู่นะ” แม่เพียงฟ้าเอ่ยบอกเพราะกอหญ้าเฝ้ารอฟาเดียมาถึงอยู่นานแล้ว ฟาเดียรีบสาวเท้าเข้าไปหลังจากได้ยินคำอนุญาต เด็กน้อยเดินไปเกาะขอบเตียงจ้องมองดูป้าที่นอนป่วยไม่ได้สติอย่างนึกสงสาร ป้ามิลินพูดน้อยแต่ใจดี ตามใจเธอกับน้อง ๆ ทุกอย่างแถมยังอ่อนโยนมาก ๆ จนเป็นพวกเธอเองที่ไม่กล้าเล่นกับป้ามิลินแรงๆ ”คุณยายทำไมไม่ให้ลุงสกายเข้ามาล่ะคะ ลุงสกายเป็นห่วงป้ามิลินมากค่ะ“ ”ลุงสกายใช้ให้เดียช่วยอีกแล้วใช่ไหม“ คุณยายเพียงฟ้าเอ่ยถามหลานสาว ราวกับว่ารู้ทันลูกชายและหลาน ”เปล่าค่ะ หนูเห็นลุงสกายซึมไปหนูสงสารหนูไม่อยากให้ลุงสกายเครียดค่ะ“ ฟาเดียเอ่ยบอกเด็กน้อยทำสีหน้าซึมลงไปตามคำพูดของเธอ พวงแก้มขาว ๆ แดงกร่ำราวกับว่าจะร้องไห้ออกมา ”ยายจะลงโทษลุงสกายที่ทำให้ป้ามิลินป่วยคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษนะฟาเดีย“ คุณยายเพียงฟ้าเอ่ยบอกหลานสาวขึ้นอีกครั้ง ”ฮือ คุณยายไม่รักลุงสกายเหมือนที่หนูรักใช่ไหมคะ ลุงสกายบอกหนูว่าลุงสกายรักป้ามิลินคุณย่าจะไม่ให้ป้ามิลินกับลุงสกายรักกันใช่ไหมคะ ฮือ..~“ ฟาเดียร้องไห้ออกมา เสียงร้องของหลานดังออกไปถึงด้านนอกให้คนที่รออยู่ด้านนอกได้ยิน ดวงตากลมโตของฟาเดียมองไปทางน้องสาวที่นั่งอยู่โซฟาก่อนที่เธอจะหาจังหวะขยิบตาให้กับน้องกอหญ้าและกอหญ้าก็เข้าใจในความหมายของสายตาพี่สาว เธอเติบโตมาพร้อมกับฟาเดียทั้งสองสนิทกันมากเวลาที่ไปโรงเรียนกอหญ้าก็ไปนั่งเรียนอยู่ห้อง ป. 1 กับฟาเดียทุกวันทั้งที่ตัวเองอยู่ชั้น อ.2 ทุกคนค่อนข้างเครียดโดยเฉพาะเพลิงกับพ่อพายุแต่จะดุหรือบังคับลูกพวกเขาก็ทำไม่ได้หากวันไหนที่ไม่ได้อย่างใจกอหญ้าจะงอแงไม่ยอมไปโรงเรียนจนพ่อเมฆต้องบอกให้พวกเขายอมลูกเพื่อตัดปัญหาไปนั่งเรียนห้อง ป.1 ก็ยังดีกว่านั่งเล่นของเล่นอยู่บ้าน ฮือ… “คุณยายใจร้ายไม่ให้ลุงสกายรักกับป้ามิลิน” แม้จะไม่รู้ว่าความรักคืออะไรแต่กอหญ้าก็พูดตามสิ่งที่พี่ฟาเดียพูดและร้องไห้เสียงดังออกมา จนคุณยายทั้งสองตกใจหลังจากเห็นน้ำตาของหลานไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก ด้านนอกห้องพักผู้ป่วย… “เอาแล้วไอ้สัส! การละครของหลานกูเริ่มขึ้นแล้ว” พ่อเมฆเอ่ยบอกเพื่อนยิ้ม ๆ เมื่อได้ยินเสียงของหลานทั้งสองร้องดังระงมอยู่ในห้องพักฟื้น “มึงก็ทำให้ดีนะเว้ย แม่มึงเอาตายแน่กับเมียก็เหมือนกันสงสารเขาบ้างไอ้สัส!! คนนะไม่ใช่ครกกับสากที่จะตำเอาตำเอา” “พ่อ“ สกายเอ่ยเรียกพ่อเสียงหลง ”กูพูดจริงนี่มึงเล่นเอาจนเขาต้องเขาโรงพยาบาลระวังไว้เถอะเขาหายดีแล้วมึงได้ชักว่าวยาว ๆ แน่แต่แม่งผู้หญิงก็เอาใจยากผู้ชายแบบเราจะง้อด้วยวิธีไหนได้นอกจากจับกดบนเตียง“ พ่อเมฆเอ่ยบอกลูกชายขึ้นอีกครั้งและที่เขาพูดมามันก็เรื่องจริงทั้งหมด ”แต่ละอย่างถ้าเมียมึงได้ยินโดนด่าอีก“ พ่อพายุเอ่ยบอกเพื่อนเขาละอยากให้เพียงฟ้าออกมาได้ยินในสิ่งที่เพื่อนเขาพูดเหลือเกิน ”หรือมึงว่าไม่จริง กูเห็นมึงตอนหนุ่ม ๆ แม่งก็ทำทุกวิธีเหมือนกันแหละวะวางยาเมียมึงก็ทำมาแล้ว“ อย่าว่าแต่มันที่จำเรื่องเขาได้ เขาเองก็จำวีรกรรมของมันได้เหมือนกัน ”เฮีย“ ทว่าในขณะที่ทั้ง 3 กำลังนั่งคุยกันอยู่เสียงแหบห้าวของใครบางคนเอ่ยเรียกสกาย สกายหันไปมองตามเสียงเรียกก็เห็นร่างหนาของเวหาสาวเท้าเดินเข้ามา ”พ่อละเวหา“ พ่อพายุหันไปถามหลานชายของตัวเอง ”พ่อประชุมครับ“ ”แล้วมาทำไมมีใครเป็นอะไรหรือเปล่า“ พ่อพายุเอ่ยถามหลานขึ้นอีกครั้ง ”พาพนักงานใหม่มาหาหมอครับ“ ”พนักงานใหม่ถึงขั้นต้องพามาเองเลยเหรอวะ“ สกายเอ่ยถามน้องด้วยความสงสัย เขาไม่เห็นถึงความจำเป็นว่าเวหาจะต้องพาพนักงานใหม่ในบริษัทมาหาหมอด้วยตัวเองเลย ”แม่สิให้ผมพามาเสียเวลามาก“ เวหาเอ่ยขึ้นและดูเหมือนเขาจะอารมณ์เสียขึ้นมา กระทั่งร่างบางของเด็กสาวในชุดนักศึกษาถือถุงยาเดินนวยนาดเข้ามา ทุกคนมองไปยังเด็กนักศึกษาที่แขวนป้ายพนักงานของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ก่อนจะหันมามองยังเวหา “คนนี้…?“ สกายเอ่ยถามน้องขึ้นอีกครั้ง พ่อพายุนั่งมองเกรซนักศึกษาฝึกงานที่เขาได้อ่านประวัติของเธอมาคร่าว ๆ แล้วเกรซเป็นเด็กที่เรียนเก่งมากเกรดดีไม่ตกเลยสักเทอมเขาได้พิจารณาแล้วว่าหากนักศึกษาฝึกงานเรียนจบก็จะทาบทามมาทำงานด้วยเพราะชีวิตของเธอจากใบสมัครค่อนข้างน่าสงสาร ทำงานส่งตัวเองเรียนและพ่อพายุยังได้ยินผ่าน ๆ มาจากการพูดคุยของเพื่อน ๆ ในกลุ่มเกรซว่า เด็กสาวต้องทำงานใช้หนี้ที่พ่อกับแม่เป็นคนก่อถึง 20 ล้านบาท “พี่มิลินเป็นยังไงบ้างครับ” เวหาเอ่ยถามขึ้นเขาได้รับสายจากแม่ว่ามาที่นี่แล้วก็ให้มาเยี่ยมพี่มิลินด้วย “กูยังไม่ได้เข้าไปเลย มึงมาก็ดีลองเข้าไปดูให้กูหน่อยสิว่ามิลินเป็นยังไงบ้าง” เวหาเดินเข้าไปในห้องพักคนป่วยทันที “อ้าว เวหามาทำไมที่นี่ไม่สบายเหรอ” แม่รินลดาเอ่ยถามขึ้น “ลุงเวหา!!!!” เด็กน้อยทั้งสองเรียกเวหาเสียงดังลั่น “เรียกลุงอีกแล้ว ๆ นี่เป็นอะไรร้องไห้ทำไมตาบวมหมดแล้ว” เด็กน้อยเรียกลุงเรียกป้าหมดทั้งบ้านด้วยความเคยชินต่อให้ใครจะสอนให้เรียกให้ถูกยังไงเด็ก ๆ ก็ชินและติดปากจนทุกคนต้องปล่อยเลยตามเลย เวหาเอ่ยถามหลานขึ้นหลักจากเห็นหลานทั้งสองร้องไห้กันจนตามบวมไปหมด “คุณยายค่ะ คุณยายใจร้ายไม่ให้ลุงสกายกับป้ามิลินรักกัน” ฟาเดียเอ่ยบอก ทำเอาคุณยายทั้งสองรู้สึกผิดทันที เวหาได้แต่ยกยิ้มในใจและรู้แล้วว่าสองแสบนี่การละครอีกแน่ๆ “ตกลงเวหาป่วยเหรอลูกหรือใครเป็นอะไร” แม่รินลดาเอ่ยถามเวหาขึ้นอีกครั้ง “เปล่าครับ ผมพาเด็กฝึกงานที่บริษัทมาหาหมอ” “พาเด็กฝึกงานมาหาหมอ…?” “แม่ใช้ให้ผมพามาครับ” ภูผาเห็นถึงความไม่เข้าใจในสายตาของแม่รินลดาและแม่เพียงฟ้าจึงรีบเอ่ยบอก ถ้าแม่ไม่ใช้เขาไม่พามาให้เสียเวลาแน่ๆ “พี่มิลินมีไข้สูงนะแต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก” แม่เพียงฟ้าเอ่ยบอกหลาน “ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับเย็น ๆ พ่อกับแม่ก็คงมา” เวหายกมือไหว้ทั้งสองอย่างมีมารยาทและรีบเดินออกจากห้องไป “เวหาพี่มิลินเป็นยังไงบ้าง” สกายรีบเอ่ยถามน้องทันทีด้วยความอยากรู้ “เห็นว่ามีไข้สูงครับ เฮียไม่เข้าไปดู” เวหาเอ่ยถามยิ้ม ๆ เขารู้ว่าเฮียสกายต้องกำลังโดนเล่นงานอยู่แน่ ๆ สกายได้แต่ชี้หน้าน้องอย่างเอาเรื่องเมื่อได้ยินคำถามรู้ทันของน้อง ร่างหนายักไหล่ใส่สกายกวนๆตามประสาพี่น้องที่สนิทกัน “ไปสิจะยืนเซ่ออยู่ทำไม” เขาหันไปบอกเกรซที่ยืนตัวแข็งเป็นศาลพระภูมิเสียงดุ ๆ ใบหน้าสวยพยักหน้าให้ก่อนจะเดินตามหลังเขาออกไป “เหมือนไอ้ลมตอนหนุ่ม ๆ ไม่มีผิด ไม่มีความขี้เล่นเหมือนไอ้ภูผาเลย” พ่อเมฆเอ่ยขึ้นหลังจากเวหาเดินจากไปเวหาค่อนข้างนิ่งนิสัยไปทางสายลมซะมากกว่าเขาค่อนข้างเจ้าระเบียบและไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงที่ไหนเลยนอกจากครอบครัวทุกคนก็เป็นอากาศสำหรับเวหา ^^
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD